การประชุมใหญ่สามัญ
    ฟังพระองค์
    Footnotes
    Theme

    ฟังพระองค์

    พระบิดาของเราทรงทราบว่าเมื่อเราแวดล้อมไปด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจและความกลัว สิ่งที่จะช่วยเรามากที่สุดคือฟังพระบุตรของพระองค์

    พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้ารู้สึกขอบคุณที่เราสามารถประชุมกันและนมัสการในเช้าวันอาทิตย์นี้ผ่านการใช้เทคโนโลยี เราได้รับพรอย่างยิ่งที่รู้ว่าพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ได้รับการฟื้นฟูบนแผ่นดินโลก!

    ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เราส่วนใหญ่ประสบความปั่นป่วนในชีวิตส่วนตัว แผ่นดินไหว อัคคีภัย อุทกภัย โรคระบาด และผลจากภัยเหล่านั้นทำให้กิจวัตรเราปั่นป่วน ทั้งยังเป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนอาหาร สิ่งจำเป็น และเงินออม

    ท่ามกลางทั้งหมดนี้ เราชื่นชมท่านและขอบคุณที่ท่านเลือกฟังพระวจนะของพระเจ้าในช่วงเวลาระส่ำระสายนี้โดยร่วมการประชุมใหญ่สามัญกับเรา ความมืดทวีที่มาพร้อมกับความยากลำบากทำให้แสงสว่างของพระเยซูคริสต์เจิดจ้าขึ้นเรื่อยๆ ขอเพียงนึกถึงความดีงามที่เราแต่ละคนทำได้ในกลียุคทั่วโลกครั้งนี้ ความรักและศรัทธาของท่านในพระผู้ช่วยให้รอดจะเป็นตัวเร่งที่ดีมากให้บางคนค้นพบการฟื้นฟูความสมบูรณ์แห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

    สองปีที่ผ่านมา ซิสเตอร์เนลสันกับข้าพเจ้าพบกับพวกท่านหลายพันคนทั่วโลก เราประชุมกับท่านในสนามกีฬากลางแจ้งและในห้องบอลรูมโรงแรม ในแต่ละแห่งข้าพเจ้ารู้สึกว่ากำลังอยู่เบื้องหน้าผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและกำลังเห็นการรวบรวมอิสราเอลเกิดขึ้นต่อสายตาตนเอง

    เราอยู่ในยุคที่ “บรรพบุรุษของเราทั้งหลายรอคอยอยู่ด้วยความร้อนรนกระวนกระวาย”1 เราได้นั่งแถวหน้าเพื่อ เป็นพยานเหตุการณ์สด ในสิ่งที่ศาสดาพยากรณ์นีไฟเห็น เฉพาะในนิมิต ว่า “เดชานุภาพของพระเมษโปดกของพระผู้เป็นเจ้า” จะลงมา “บนผู้คนแห่งพันธสัญญาของพระเจ้า, ซึ่งกระจัดกระจายอยู่บนทั่วพื้นพิภพ; และพวกเขามีอาวุธคือความชอบธรรมและเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าในรัศมีภาพอันยิ่งใหญ่”2

    พี่น้องของข้าพเจ้า ท่าน อยู่ในบรรดาชายหญิงและเด็กเหล่านั้นที่นีไฟเห็น จงนึกถึงเรื่องนั้น!

    ไม่ว่าท่านอยู่ที่ใดหรือมีสภาวการณ์เช่นไร พระเจ้าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของท่าน และโจเซฟ สมิธ ศาสดาพยากรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าเป็นศาสดาพยากรณ์ของท่าน โจเซฟได้รับแต่งตั้งล่วงหน้าก่อนการวางรากฐานแผ่นดินโลกให้เป็นศาสดาพยากรณ์ในสมัยการประทานสุดท้ายนี้ เมื่อ “ไม่มีสิ่งใดจะยั้งไว้”3 จากวิสุทธิชน การเปิดเผยหลั่งไหลมาจากพระเจ้าไม่ขาดสายระหว่างกระบวนการฟื้นฟูต่อเนื่องนี้

    พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ได้รับการฟื้นฟูบนแผ่นดินโลกหมายความว่าอย่างไรสำหรับท่าน?

    หมายความว่าท่านกับครอบครัวสามารถผนึกด้วยกันชั่วนิรันดร์! หมายความว่าเพราะท่านได้รับบัพติศมาโดยผู้มีสิทธิอำนาจจากพระเยซูคริสต์และได้รับการยืนยันเป็นสมาชิกศาสนจักรของพระองค์แล้ว ท่านจึงสามารถมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนตลอดเวลา พระองค์จะทรงนำทางและคุ้มครองท่าน หมายความว่าท่านจะไม่มีวันถูกทิ้งให้ปราศจากการปลอบโยนหรือเข้าไม่ถึงอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าที่จะช่วยท่าน หมายความว่าอำนาจฐานะปุโรหิตจะเป็นพรให้ท่านได้เมื่อท่านรับศาสนพิธีที่จำเป็น ทำและรักษาพันธสัญญากับพระผู้เป็นเจ้า ความจริงเหล่านี้ยึดเหนี่ยวจิตวิญญาณเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาเมื่อพายุกำลังโหมหนักเช่นนี้

    พระคัมภีร์มอรมอนบันทึกความรุ่งเรืองและความตกอับอันคลาสสิกของสองอารยธรรมใหญ่ๆ ประวัติศาสตร์ของคนเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องง่ายเพียงใดที่คนส่วนใหญ่จะหลงลืมพระผู้เป็นเจ้า ปฏิเสธคำเตือนจากศาสดาพยากรณ์ของพระเจ้า ตลอดจนแสวงหาอำนาจ ความนิยม และความพอใจทางเนื้อหนัง4 หลายครั้งหลายคราที่ศาสดาพยากรณ์ในอดีตประกาศ “เรื่องสำคัญยิ่งและน่าอัศจรรย์แก่ผู้คน, ซึ่งพวกเขาไม่เชื่อ”5

    ในสมัยของเราไม่ต่างกัน ตลอดหลายปี เราได้ยินเรื่องยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์จากแท่นพูดที่อุทิศแล้วทั่วโลก แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ น้อมรับความจริงเหล่านี้—เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะมองหาได้จากที่ใด6 หรือไม่ก็เพราะฟังพวกเขาคนที่ไม่มีความจริงทั้งหมด หรือเพราะปฏิเสธความจริงมาแล้วเพื่อแสวงหาทางโลก

    ปฏิปักษ์ฉลาด นับพันปีมาแล้วที่เขาทำให้ความดีดูชั่วและทำให้ความชั่วดูดี7 ข่าวสารของเขามักจะเสียงดัง กล้าแข็ง และอวดดี

    แต่ข่าวสารจากพระบิดาบนสวรรค์ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พระองค์ทรงสื่อสารอย่างเรียบง่าย แผ่วเบา และด้วยความชัดเจนอย่างน่าทึ่งจนเราเข้าใจพระองค์ผิดไม่ได้8

    ตัวอย่างเช่น เมื่อใดก็ตามที่พระองค์ทรงแนะนำพระบุตรองค์เดียวที่ถือกำเนิดของพระองค์ต่อมนุษย์บนแผ่นดินโลก พระองค์ตรัสสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ บนภูเขาแห่งการเปลี่ยนสภาพ พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับเปโตร ยากอบ และยอห์นว่า “ท่านผู้‍นี้เป็นบุตรที่รักของเรา จงเชื่อฟังท่านเถิด”9 พระดำรัสต่อชาวนีไฟในเมืองอุดมมั่งคั่งคือ “จงดูบุตรที่รักของเรา, ผู้ที่เราพอใจมาก, ในเขาเราแผ่รัศมีภาพนามของเรา—เจ้าจงฟังเขา”10 และต่อโจเซฟ สมิธ ในคำประกาศอันลึกซึ้งที่เปิดสมัยการประทานนี้ พระผู้เป็นเจ้าตรัสเพียงว่า “นี่คือบุตรที่รักของเรา จงฟังท่าน!11

    พี่น้องที่รัก ลองพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า ในสามตัวอย่างที่เพิ่งกล่าวถึงนี้ ก่อนพระบิดาทรงแนะนำพระบุตร คนที่เกี่ยวข้องอยู่ในสภาพหวาดกลัว และสิ้นหวังระดับหนึ่ง

    บรรดาอัครสาวกกลัวเมื่อเห็นพระเยซูคริสต์ซึ่งปกคลุมด้วยเมฆบนภูเขาแห่งการเปลี่ยนสภาพ

    ชาวนีไฟกลัวเพราะพวกเขาประสบความหายนะและความมืดมาหลายวัน

    โจเซฟ สมิธถูกอิทธิพลของความมืดครอบงำก่อนฟ้าสวรรค์เปิด

    พระบิดาของเราทรงทราบว่าเมื่อเราแวดล้อมไปด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจและความกลัว สิ่งที่จะช่วยเรามากที่สุดคือฟังพระบุตรของพระองค์

    เพราะเมื่อเราพยายามฟัง—ตั้งใจฟัง—พระบุตรของพระองค์ เราจะได้รับการนำทางให้รู้ว่าต้องทำอะไรในสภาวการณ์นั้นๆ

    คำแรกในพระคัมภีร์หลักคำสอนและพันธสัญญาคือ สดับฟัง12 หมายถึง “ฟังด้วยความตั้งใจที่จะเชื่อฟัง”13 สดับฟังหมายถึง “ฟังพระองค์”— ฟัง สิ่งที่พระผู้ช่วยให้รอดตรัส แล้ว เอาใจใส่ คำแนะนำของพระองค์ ในคำว่า—“ฟังพระองค์”—สองคำนี้ พระผู้เป็นเจ้าประทานแบบแผนสำหรับความสำเร็จ ความสุข และปีติในชีวิตนี้แก่เรา เราต้อง ฟัง พระวจนะของพระเจ้า สดับฟัง พระวจนะเหล่านั้น และเอาใจใส่ สิ่งที่พระองค์รับสั่งกับเราแล้ว!

    ขณะที่เราหมายมั่นเป็นสานุศิษย์ของพระเยซูคริสต์ เราต้องพยายาม ตั้งใจฟังพระองค์ มากขึ้น ต้องใช้ความพยายามอย่างมีสติและสม่ำเสมอที่จะทำให้ชีวิตประจำวันของเราเต็มไปด้วยพระวจนะ คำสอน และความจริงของพระองค์

    เราจะอาศัยเพียงข้อมูลที่พบโดยบังเอิญในสื่อสังคมอย่างเดียวไม่ได้ ด้วยคำหลายพันล้านคำทางออนไลน์และในโลกที่อิ่มตัวด้วยการตลาดซึ่งปฏิปักษ์พยายามส่งเสียงอึกทึกชั่วร้ายแทรกเข้ามาตลอดเวลา แล้วเราจะไปฟังพระองค์ ได้ จากที่ใด?

    เราสามารถไปที่พระคัมภีร์ได้ พระคัมภีร์สอนเราเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณ ความยิ่งใหญ่ของการชดใช้ของพระองค์ ตลอดจนแผนอันสำคัญยิ่งแห่งความสุขและการไถ่ของพระบิดา การจดจ่ออยู่กับพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าทุกวันสำคัญยิ่งต่อความอยู่รอดทางวิญญาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลียุคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นนี้ เมื่อเราดื่มด่ำพระวจนะของพระคริสต์ทุกวัน พระวจนะของพระคริสต์จะบอกวิธีรับมือกับความยุ่งยากทั้งหลายที่เราไม่คิดว่าจะพบเจอมาก่อน

    เราสามารถ ฟังพระองค์ ในพระวิหารได้เช่นกัน พระนิเวศน์ของพระเจ้า เป็น บ้านแห่งการเรียนรู้ ที่นั่นพระเจ้าทรงสอนในวิธีของพระองค์เอง ที่นั่นศาสนพิธีแต่ละอย่างสอนเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอด ที่นั่นเราเรียนรู้วิธีแหวกม่านและสื่อสารกับสวรรค์ให้ชัดเจนขึ้น ที่นั่นเราเรียนรู้วิธีติเตียนปฏิปักษ์และดึงอำนาจฐานะปุโรหิตของพระเจ้ามาเพิ่มพลังให้เราและคนที่เรารัก เราแต่ละคนควรขวนขวายหาที่หลบภัยที่นั่นเพียงใดเล่า

    เมื่อข้อจำกัดชั่วคราวเนื่องจากโควิด-19 ยกเลิกแล้ว โปรดจัดเวลานมัสการและรับใช้ในพระวิหารเป็นประจำ ทุกนาทีของช่วงเวลานั้นจะเป็นพรแก่ท่านและครอบครัวอย่าง ไม่มีสิ่งใด ทำได้ จงใช้เวลาไตร่ตรองสิ่งที่ท่านได้ยินและรู้สึกเมื่ออยู่ที่นั่น ทูลขอพระเจ้าให้ทรงสอนวิธีเปิดฟ้าสวรรค์เพื่อเป็นพรแก่ชีวิตท่าน ตลอดจนคนที่ท่านรักและรับใช้

    แม้ปัจจุบันการนมัสการในพระวิหารยังทำไม่ได้ แต่ข้าพเจ้าเชื้อเชิญให้ท่านทำงานประวัติครอบครัวมากขึ้น รวมทั้งการค้นคว้าประวัติครอบครัวและการทำดัชนี ข้าพเจ้าสัญญาว่าเมื่อท่านเพิ่มเวลาทำงานพระวิหารและประวัติครอบครัว ท่านจะสามารถฟังพระองค์ได้มากขึ้นและดีขึ้น

    เรา ฟังพระองค์ ชัดเจนขึ้นเช่นกันเมื่อเราขัดเกลาความสามารถในการรับรู้เสียงกระซิบของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่มีเวลาใดจำเป็นมากไปกว่าเวลานี้ที่ต้องรู้ว่าพระวิญญาณตรัสกับท่านอย่างไร ในพระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์ พระวิญญาณบริสุทธิ์คือผู้ส่งสาร พระองค์จะทรงนำความคิดที่พระบิดาและพระบุตรทรงต้องการให้ท่านได้รับเข้ามาสู่จิตใจท่าน พระองค์ทรงเป็นพระผู้ปลอบโยน พระองค์จะทรงนำความรู้สึกสงบมาสู่ใจท่าน พระองค์ทรงเป็นพยานถึงความจริงและจะทรงยืนยันสิ่งที่เป็นจริงขณะท่านฟังและอ่านพระคำของพระเจ้า

    ข้าพเจ้าขอร้องอีกครั้งให้ท่านทำ ทุกวิถีทาง เพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางวิญญาณให้พร้อมรับการเปิดเผยส่วนตัว

    การทำเช่นนั้นจะช่วยให้ท่านรู้วิธีดำเนินชีวิตไปข้างหน้า รู้สิ่งที่ต้องทำในช่วงวิกฤต รู้วิธีเล็งเห็นและหลีกเลี่ยงการล่อลวงและการหลอกลวงของปฏิปักษ์

    สุดท้าย เรา ฟังพระองค์ เมื่อเราเอาใจใส่ถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และผู้เปิดเผย อัครสาวกที่ได้รับแต่งตั้งของพระเยซูคริสต์เป็นพยานถึงพระองค์เสมอ ชี้ทางขณะเราเดินผ่านเขาวงกตที่บีบคั้นหัวใจของประสบการณ์มรรตัย

    อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อเราตั้งใจฟัง สดับฟัง และเอาใจใส่มากขึ้นต่อสิ่งที่พระผู้ช่วยให้รอดตรัสไว้และสิ่งที่พระองค์กำลังตรัสเวลานี้ผ่านศาสดาพยากรณ์ของพระองค์? ข้าพเจ้าสัญญาว่าท่านจะมีพลังมากขึ้นที่จะรับมือกับการล่อลวง ความลำบาก และความอ่อนแอ ข้าพเจ้าสัญญาว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ในชีวิตแต่งงาน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และงานประจำวันของท่าน ข้าพเจ้าสัญญาว่าท่านจะสามารถรู้สึกถึงปีติมากขึ้นแม้มีความโกลาหลเพิ่มขึ้นในชีวิต

    การประชุมใหญ่สามัญเดือนเมษายนปี 2020 นี้เป็นเวลาให้เรารำลึกถึงเหตุการณ์เปลี่ยนโลก ขณะที่เราตั้งตารอวาระครบรอบ 200 ปีสำหรับนิมิตแรกของโจเซฟ สมิธ ฝ่ายประธานสูงสุดและสภาอัครสาวกสิบสองสงสัยว่า เรา จะทำอะไรได้บ้างเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์พิเศษนี้อย่างเหมาะสม

    การปรากฏพระองค์ครั้งนั้นเริ่มต้นการฟื้นฟูความสมบูรณ์แห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์และนำเข้าสู่สมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลา

    เราสงสัยว่าควรสร้างอนุสาวรีย์หรือไม่ แต่เมื่อพิจารณาถึงเอกลักษณ์พิเศษที่นิมิตแรกส่งผลต่อประวัติศาสตร์และทั่วทั้งโลกแล้ว เราเกิดความประทับใจว่าควรจะสร้างอนุสาวรีย์ที่ไม่ได้ทำจากหินแกรนิตหรือศิลา แต่จากถ้อยคำ—ถ้อยคำของถ้อยแถลงอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นพิธีการ—ซึ่งเขียนไว้โดยไม่ได้แกะสลักบน “แผ่นศิลา” หากแต่สลักไว้บน “แผ่นดวงใจ” ของมนุษย์14

    นับแต่การจัดตั้งศาสนจักร มีถ้อยแถลงเพียงห้าฉบับเท่านั้นที่ออกมา โดยฉบับสุดท้ายคือ “ครอบครัว: ถ้อยแถลงต่อโลก” ที่ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์นำเสนอในปี 1995

    บัดนี้ ขณะใคร่ครวญช่วงเวลาสำคัญนี้ในประวัติศาสตร์โลกและหน้าที่จากพระเจ้าให้รวบรวมอิสราเอลที่กระจัดกระจายเพื่อเตรียมรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเยซูคริสต์ เราฝ่ายประธานสูงสุดและสภาอัครสาวกสิบสองขอออกถ้อยแถลงต่อไปนี้ ในชื่อ “การฟื้นฟูความสมบูรณ์แห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์: ถ้อยแถลงต่อโลกเนื่องในวาระครบรอบสองร้อยปี” ผู้เขียนคือฝ่ายประธานสูงสุดและสภาอัครสาวกสิบสองของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ลงวันที่เดือนเมษายนปี 2020 เพื่อเตรียมสำหรับวันนี้ ข้าพเจ้าได้บันทึกถ้อยแถลงไว้ล่วงหน้าในป่าศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ซึ่งโจเซฟ สมิธเห็นพระบิดาและพระบุตรเป็นครั้งแรก

    “เราประกาศด้วยความเคารพว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงรักบุตรธิดาของพระองค์ในทุกประชาชาติของโลก พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาได้ประทานการประสูติอันศักดิ์สิทธิ์ พระชนม์ชีพอันหาที่เปรียบมิได้ และการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้อันไม่มีขอบเขตของพระบุตรที่รักของพระองค์พระเยซูคริสต์ให้แก่เรา โดยเดชานุภาพของพระบิดา พระเยซูทรงลุกขึ้นอีกครั้งและทรงมีชัยชนะเหนือความตาย พระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระผู้เป็นแบบอย่างของเรา และพระผู้ไถ่ของเรา

    “สองร้อยปีก่อน ในเช้าอันสวยงามของฤดูใบไม้ผลิปี 1820 โจเซฟ สมิธหนุ่มแสวงหาเพื่อให้รู้ว่าควรเข้าร่วมกับศาสนจักรใด ท่านเข้าไปสวดอ้อนวอนในป่าใกล้บ้าน ในเขตทางเหนือของรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ท่านมีหลายคำถามเกี่ยวกับความรอดของจิตวิญญาณตนเองและวางใจว่าพระผู้เป็นเจ้าจะทรงนำทาง

    “เราประกาศด้วยความนอบน้อมว่าในการตอบคำสวดอ้อนวอนของท่าน พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ทรงปรากฏต่อโจเซฟและเริ่ม ‘การฟื้นฟูสรรพสิ่ง’ (กิจการ 3:21) อย่างเป็นทางการตามคำทำนายในพระคัมภีร์ไบเบิล ในนิมิตนี้ โจเซฟเรียนรู้ว่าหลังการสิ้นชีวิตของอัครสาวกดั้งเดิม ศาสนจักรในพันธสัญญาใหม่ของพระคริสต์ได้สูญสิ้นไปจากแผ่นดินโลกแล้ว และโจเซฟจะเป็นเครื่องมือในการกลับมาอีกครั้ง

    “เรายืนยันว่าภายใต้การกำกับดูแลของพระบิดาและพระบุตร บรรดาผู้ส่งสารจากสวรรค์มาให้คำแนะนำแก่โจเซฟและสถาปนาศาสนจักรของพระเยซูคริสต์อีกครั้ง ยอห์นผู้ถวายบัพติศมาที่ฟื้นคืนชีวิตแล้วมาฟื้นฟูสิทธิอำนาจการให้บัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัวเพื่อการปลดบาป อัครสาวกสิบสองดั้งเดิมสามคน—เปโตร ยากอบ และยอห์น—มาฟื้นฟูความเป็นอัครสาวกและกุญแจทั้งหลายของสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต และอีกหลายคน รวมทั้งเอลียาห์ ผู้ฟื้นฟูสิทธิอำนาจการรวมครอบครัวไว้ด้วยกันตลอดกาลในสัมพันธภาพนิรันดร์เหนือความตาย

    “นอกจากนี้ เราเป็นพยานว่าโจเซฟ สมิธได้รับของประทานและอำนาจจากพระผู้เป็นเจ้าให้แปลบันทึกโบราณ: พระคัมภีร์มอรมอน—พยานหลักฐานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์ ในหน้าหนังสือศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้มีเรื่องราวการปฏิบัติศาสนกิจส่วนพระองค์ของพระเยซูคริสต์ท่ามกลางผู้คนในซีกโลกตะวันตกภายหลังการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ได้ไม่นาน พระคัมภีร์มอรมอนสอนจุดประสงค์ของชีวิตและอธิบายหลักคำสอนของพระคริสต์อันเป็นศูนย์รวมของจุดประสงค์นั้น ในฐานะพระคัมภีร์คู่กับพระคัมภีร์ไบเบิล พระคัมภีร์มอรมอนเป็นพยานว่ามนุษย์ทุกคนเป็นบุตรธิดาของพระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรัก พระองค์ทรงมีแผนศักดิ์สิทธิ์สำหรับชีวิตเรา และพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ตรัสในวันนี้เหมือนดังในสมัยโบราณ

    “เราประกาศว่าศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1830 คือศาสนจักรในพันธสัญญาใหม่ของพระคริสต์ที่ฟื้นฟูกลับมา ศาสนจักรนี้ทอดสมอยึดอยู่กับพระชนม์ชีพอันดีพร้อมของศิลาหัวมุม องค์พระเยซูคริสต์ และการชดใช้อันไม่มีขอบเขตกับการฟื้นคืนพระชนม์ที่เกิดขึ้นจริงของพระองค์ พระเยซูคริสต์ทรงเรียกอัครสาวกและประทานสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตแก่พวกเขาอีกครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราทุกคนมาหาพระองค์และศาสนจักรของพระองค์ เพื่อรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ศาสนพิธีแห่งความรอด และได้มาซึ่งปีติอันยั่งยืน

    “สองร้อยปีผ่านพ้นไปนับตั้งแต่การฟื้นฟูนี้เริ่มขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้าพระบิดา และพระบุตรที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสต์ หลายล้านคนทั่วโลกน้อมรับความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ตามคำพยากรณ์เหล่านี้

    “เราขอประกาศด้วยความยินดีว่าการฟื้นฟูที่สัญญาไว้ก้าวไปข้างหน้าผ่านการเปิดเผยต่อเนื่อง แผ่นดินโลกจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะพระผู้เป็นเจ้าจะ ‘ทรงรวบรวมทุกสิ่งให้อยู่ในพระคริสต์’ (เอเฟซัส 1:10)

    “ด้วยความคารวะและความสำนึกในพระกรุณาธิคุณ เราในฐานะอัครสาวกของพระองค์ขอเชิญชวนทุกคนมารู้—เหมือนดังที่เรารู้—ว่าฟ้าสวรรค์เปิด เรายืนยันว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงเผยพระประสงค์ของพระองค์ให้เป็นที่รู้แก่บุตรธิดาที่รักของพระองค์ เราเป็นพยานว่าผู้ที่ศึกษาข่าวสารเรื่องการฟื้นฟูร่วมกับการสวดอ้อนวอนและปฏิบัติด้วยศรัทธา จะได้รับพรให้ได้รับพยานส่วนตัวถึงความศักดิ์สิทธิ์และจุดประสงค์ของการฟื้นฟูเพื่อเตรียมโลกให้พร้อมรับการเสด็จมาครั้งที่สองตามคำสัญญาของพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์”

    พี่น้องที่รัก นั่นคือถ้อยแถลงต่อโลกเนื่องในวาระครบรอบสองร้อยปีเกี่ยวกับการฟื้นฟูพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในความสมบูรณ์ มีการแปลถ้อยแถลงนี้ไปแล้ว 12 ภาษา อีกไม่นานภาษาอื่นๆ จะตามมา ถ้อยแถลงนี้จะมีอยู่ในเว็บไซต์ของศาสนจักรทันทีให้ท่านสามารถโหลดสำเนาได้ จงนำมาศึกษาส่วนตัว ศึกษากับสมาชิกครอบครัวและเพื่อนๆ ของท่าน ไตร่ตรองความจริงในนั้นและนึกถึงว่าความจริงดังกล่าวจะส่งผลต่อชีวิตท่านอย่างไรหากท่านจะฟังและสดับฟังความจริงนั้น ตลอดจนปฏิบัติตามพระบัญญัติและพันธสัญญาที่ประกอบมาด้วยกัน

    ข้าพเจ้าทราบว่าโจเซฟ สมิธเป็นศาสดาพยากรณ์ที่ได้รับแต่งตั้งล่วงหน้า ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงเลือกให้เปิดสมัยการประทานสุดท้ายนี้ ศาสนจักรของพระเจ้าได้รับการฟื้นฟูบนแผ่นดินโลกผ่านท่าน โจเซฟผนึกประจักษ์พยานของท่านด้วยเลือดของท่าน ข้าพเจ้ารักและเคารพท่านมาก!

    พระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์! พระเยซูคือพระคริสต์! ศาสนจักรของพระองค์ได้รับการฟื้นฟู! พระองค์และพระบิดาของพระองค์ พระบิดาบนสวรรค์ของเรา ทรงดูแลเราอยู่ ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน