2010–2019
เผชิญความท้าทายของโลกทุกวันนี้
ดาวน์โหลด
หน้านี้ (MP3)
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

เผชิญความท้าทายของโลกทุกวันนี้

การเลือกที่ท่านทำ—งานเผยแผ่ การศึกษา การแต่งงาน อาชีพ และการรับใช้ในศาสนจักร—จะมีผลต่อจุดหมายนิรันดร์ของท่าน

มีคนเขียนและกล่าวไว้มากมายเกี่ยวกับหนุ่มสาวรุ่นปัจจุบัน งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าหลายคนต่อต้านองค์กรทางศาสนา หลายคนเป็นหนี้และไม่มีงานทำ คนส่วนใหญ่ชอบ แนวคิด เรื่องการแต่งงาน แต่หลายคนลังเลที่จะทำตาม จำนวนคนไม่ต้องการบุตรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายคนระหกระเหินไปในถนนสายแปลกๆ และหลงทางโดยปราศจากพระกิตติคุณและการนำทางที่มาจากการดลใจ

โชคดีที่สมาชิกหนุ่มสาวของศาสนจักรล้าหลังในเรื่องแนวโน้มที่น่ากลัวเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาได้รับพรด้วยแผนพระกิตติคุณ แผนนิรันดร์นั้นรวมถึงการยึดราวเหล็กให้แน่น—แนบสนิทอยู่กับพระวจนะของพระผู้เป็นเจ้าและถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ เราต้องจับราวเหล็กที่นำเรากลับไปหาพระองค์ให้มั่น เวลานี้เป็น “วันแห่งการเลือก”1 สำหรับเราทุกคน

สมัยข้าพเจ้ายังเด็ก เมื่อจะเลือกสิ่งที่คิดว่าไม่ดี บางครั้งคุณพ่อจะพูดว่า “โรเบิร์ต ตั้งลำแล้วบินให้ถูกทาง!” ท่านเคยเจอมาแล้วเช่นกัน ข้าพเจ้าประสงค์จะพูดด้วยคำพูดที่เรียบง่ายแบบเดียวกัน โดยเฉพาะกับเยาวชน—เยาวชนที่น่ายกย่อง—และคนหนุ่มสาวที่น่ายกย่อง เพราะ “จิตวิญญาณข้าพเจ้าเบิกบานในความแจ้งชัด … เพื่อ [พวกเรา] จะเรียนรู้”2

ท่านมีชีวิตอยู่ในช่วงวิกฤตของชีวิตท่าน การเลือกที่ท่านทำ—งานเผยแผ่ การศึกษา การแต่งงาน อาชีพ และการรับใช้ในศาสนจักร—จะมีผลต่อจุดหมายนิรันดร์ของท่าน นี่หมายความว่าท่านจะมองไปข้างหน้าเสมอ—มองไปที่อนาคตเสมอ

สมัยเป็นนักบินในกองทัพอากาศ ข้าพเจ้าเรียนรู้หลักธรรมนี้ อย่าจงใจบินเข้าไปในพายุฝนฟ้าคะนอง (ข้าพเจ้าจะไม่บอกท่านว่าข้าพเจ้ารู้ด้วยวิธีใด) แต่ บินวนไปอีกทางหนึ่งหรือไม่ก็รอให้พายุสงบก่อนค่อยลงจอด

พี่น้องหนุ่มสาวที่รัก ข้าพเจ้าต้องการช่วยท่าน “บินให้ถูกทาง” ในพายุรุนแรงของวันเวลาสุดท้าย พวกท่านเป็นนักบิน ความรับผิดชอบของท่านคือนึกถึงผลของการเลือกทุกอย่างของท่าน ถามตัวท่านว่า “ถ้าฉันเลือกแบบนี้ เรื่องเลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นได้คืออะไร” การเลือกที่ชอบธรรมของท่านจะปกป้องท่านไม่ให้ออกนอกเส้นทาง

ลองคิดดู ถ้าท่านเลือกไม่ดื่มสุรา ท่านจะไม่ติดสุราแน่นอน! ถ้าท่านไม่มีวันเลือกเป็นหนี้ ท่านจะหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ของการล้มละลาย!

จุดประสงค์ประการหนึ่งของพระคัมภีร์คือแสดงให้เราเห็นว่าคนชอบธรรมตอบสนองการล่อลวงและความชั่วร้ายอย่างไร กล่าวสั้นๆ คือ พวกเขาหลีกเลี่ยง! โยเซฟวิ่งหนีจากภรรยาของโปทิฟาร์3 ลีไฮพาครอบครัวออกจากเยรูซาเล็ม4 มารีย์กับโยเซฟหนีไปในอียิปต์ให้พ้นแผนชั่วของเฮโรด5 ในทุกกรณี พระบิดาบนสวรรค์ทรงเตือนผู้เชื่อเหล่านี้ ทำนองเดียวกัน พระองค์จะทรงช่วยให้เรารู้ว่าจะสู้ จะหนี หรือยอมรับสภาวการณ์ที่เปลี่ยนไป พระองค์จะตรัสกับเราผ่านการสวดอ้อนวอน และเมื่อเราสวดอ้อนวอน เราจะมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้จะทรงนำเรา เรามีพระคัมภีร์ คำสอนของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต ปิตุพร คำแนะนำของบิดามารดา ผู้นำฐานะปุโรหิตและผู้นำองค์การช่วย ที่ได้รับการดลใจ และเหนือสิ่งอื่นใด สุรเสียงสงบแผ่วเบาของพระวิญญาณ

พระเจ้าจะทรงรักษาสัญญาของพระองค์เสมอว่า “เราจะนำทางเจ้าไป”6 คำถามเดียวคือเราจะยอมให้พระองค์นำทางหรือไม่ เราจะฟังสุรเสียงของพระองค์และเสียงผู้รับใช้ของพระองค์หรือไม่

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าถ้าท่านอยู่เพื่อพระเจ้า พระองค์จะทรงอยู่เพื่อท่าน7 ถ้าท่านรักพระองค์และรักษาพระบัญญัติ ท่านจะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับท่านและนำทางท่าน “จงวางใจในพระวิญญาณองค์นั้นซึ่งนำให้ทำดี … โดยสิ่งนี้เจ้าจะรู้, สิ่งทั้งปวง … เกี่ยวกับเรื่องของความชอบธรรม”8

ข้าพเจ้าจะขอให้คำแนะนำท่านบางประการโดยใช้หลักธรรมเหล่านั้นเป็นพื้นฐาน

คนรุ่นท่านจำนวนมากกำลังเป็นหนี้ก้อนโต สมัยข้าพเจ้าเป็นหนุ่ม ประธานสเตคเป็นวาณิชธนากรบนวอลล์สตรีท เขาสอนข้าพเจ้าว่า “คุณร่ำรวยถ้าคุณสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามรายได้ของคุณ” ท่านทำได้อย่างไร จ่ายส่วนสิบแล้วประหยัดอดออม! เมื่อท่านมีรายได้มากขึ้น ให้ประหยัดอดออมมากขึ้น อย่าแข่งกับคนอื่นเพื่อให้มีของเล่นราคาแพง อย่าซื้อสิ่งที่ท่านจ่ายไม่ไหว

หนุ่มสาวจำนวนมากในโลกเป็นหนี้เพื่อรับการศึกษา แต่แล้วก็พบว่าค่าเรียนมากเกินกว่าจะจ่ายคืนไหว จงแสวงหาทุนการศึกษาและเงินสนับสนุน ทำงานพิเศษหากเป็นไปได้ เพื่อช่วยจ่ายส่วนของท่าน การทำเช่นนี้จะต้องเสียสละพอสมควร แต่จะช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จ

การศึกษาช่วยให้ท่านมีโอกาสได้งานอาชีพที่ดี มีฐานะดีขึ้นเพื่อท่านจะรับใช้และเป็นพรแก่คนรอบข้าง การศึกษาจะวางท่านไว้บนเส้นทางของการเรียนรู้ชั่วชีวิต จะทำให้ท่านมีพลังต่อสู้กับความเขลาและความผิดพลาด ดังที่โจเซฟ สมิธสอนว่า “ความรู้กำจัดความมืด ความไม่แน่ใจ และความสงสัย เพราะสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ไม่ได้ถ้ามีความรู้ … ในความรู้มีพลัง”9 “การเป็นผู้คงแก่เรียนย่อมดีหากพวกเขาสดับฟัง​คำแนะนำของพระผู้เป็นเจ้า”10 การศึกษาจะเตรียมท่านให้พร้อมรับสิ่งที่อยู่ข้างหน้า รวมทั้งการแต่งงาน

ข้าพเจ้าขอพูดตรงไปตรงมาอีกครั้ง ทางเดินไปสู่การแต่งงานจะผ่านบริเวณที่เรียกว่าการออกเดท! การออกเดทเป็นโอกาสให้ได้สนทนากันยาวขึ้น เมื่อท่านออกเดท จงเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับอีกฝ่ายให้มาก ทำความรู้จักกับครอบครัวของอีกฝ่ายหากเป็นไปได้ เป้าหมายของท่านเข้ากันได้ไหม ท่านมีความรู้สึกเหมือนกันเกี่ยวกับพระบัญญัติ พระผู้ช่วยให้รอด ฐานะปุโรหิต พระวิหาร การเป็นบิดามารดา การเรียกในศาสนจักร และการรับใช้ผู้อื่นหรือไม่ ท่านเคยสังเกตกันภายใต้ความเครียด การตอบสนองความสำเร็จและความล้มเหลว ต้านความโกรธ และรับมือกับอุปสรรคทั้งหลายหรือไม่ คนที่ท่านออกเดทด้วยดูถูกผู้อื่นหรือให้เกียรติพวกเขา เจตคติ และภาษาที่ใช้ และความประพฤติของเขาเป็นอย่างที่ท่านประสงค์จะอยู่ด้วยทุกวันหรือไม่

กล่าวคือ ไม่มีใครแต่งงานกับ คนดีพร้อม เราแต่งงานกับ คนมีศักยภาพ การแต่งงานที่ถูกต้องไม่เกี่ยวกับสิ่งที่ข้าพเจ้าต้องการเท่านั้น แต่เกี่ยวกับสิ่งที่เธอ—ผู้จะเป็นคู่ของข้าพเจ้า—ต้องการและต้องให้ข้าพเจ้าเป็นด้วย

พูดอย่างชัดเจนคือ โปรดอย่าออกเดทในช่วงอายุ 20 เพียงเพื่อ “รู้สึกสนุก” เพราะความสนใจและกิจกรรมอื่นทำให้การแต่งงานล่าช้า เพราะอะไรหรือ เพราะการออกเดทและการแต่งงานไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย แต่เป็นทางผ่านไปสู่จุดหมายที่ท่านต้องการไป “เพราะเหตุฉะนั้นผู้ชายจะละจากบิดามารดาของเขาไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้อเดียวกัน”11

ความรับผิดชอบของท่านเวลานี้คือมีค่าควรกับคนที่ท่านต้องการแต่งงานด้วย ถ้าท่านต้องการแต่งงานกับคนที่จิตวิญญาณดี ขยันขันแข็ง มีความสุข ซื่อสัตย์ มีเสน่ห์ และดีงาม จง เป็น คนแบบนั้น ถ้าท่าน เป็น คนแบบนั้นและท่านไม่ได้แต่งงาน จงอดทน รอคอยพระเจ้า ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระเจ้าทรงทราบความปรารถนาของท่านและทรงรักท่านเพราะความซื่อสัตย์ภักดีที่ท่านมีต่อพระองค์ พระองค์ทรงมีแผนสำหรับท่าน ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือชีวิตหลังจากนี้ จงฟังพระวิญญาณ “อย่าพยายามให้คำปรึกษาพระเจ้า, แต่จงรับคำปรึกษาจากพระหัตถ์ของพระองค์”12 ในชีวิตนี้หรือชีวิตหน้า คำสัญญาของพระองค์จะเกิดสัมฤทธิผล “หากเจ้าพร้อมเจ้าจะไม่กลัว”13

ถ้าท่านมีทรัพย์สินเงินทองไม่มาก อย่าวิตก สมาชิกศาสนจักรที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งบอกข้าพเจ้าเมื่อเร็วๆ นี้ว่า “ผมไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยเงิน ผมเลี้ยงพวกเขาด้วยศรัทธา” มีความจริงที่ยิ่งใหญ่อยู่ในนั้น จงเริ่มใช้ศรัทธาของท่านในชีวิตทุกด้าน ถ้าท่านไม่ใช้ ท่านจะต้องทนรับสิ่งที่ข้าพเจ้าจะเรียกว่า “ศรัทธาเสื่อม” พลังที่จำเป็นต่อการใช้ศรัทธาจะลดลง ดังนั้นจงใช้ศรัทธาทุกวัน และท่านจะ “เข้มแข็งยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้น … และมั่นคงยิ่งขึ้นและยิ่งขึ้นในศรัทธาแห่งพระคริสต์”14

เพื่อให้พร้อมแต่งงาน จงแน่ใจว่าท่านมีค่าควรรับศีลระลึกและถือใบรับรองพระวิหาร ไปพระวิหารเป็นประจำ รับใช้ในศาสนจักร นอกจากการรับใช้ในการเรียกของศาสนจักรแล้ว จงทำตามแบบอย่างของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ “เสด็จไปทำคุณประโยชน์”15

ตอนนี้ ท่านอาจมีคำถามจริงจังเกี่ยวกับการเลือกข้างหน้า สมัยที่ข้าพเจ้าเป็นหนุ่ม ข้าพเจ้าขอคำแนะนำจากพ่อแม่และผู้ให้คำปรึกษาที่ซื่อสัตย์ไว้ใจได้ คนหนึ่งคือผู้นำฐานะปุโรหิต อีกคนคือครูที่เชื่อใจข้าพเจ้า ทั้งสองคนพูดกับข้าพเจ้าว่า “ถ้าคุณต้องการคำแนะนำของผม คุณต้องพร้อมรับ” ข้าพเจ้าเข้าใจความหมายนั้น จงสวดอ้อนวอนเลือกที่ปรึกษาผู้ใส่ใจความผาสุกทางวิญญาณของท่าน จงระวังเรื่องการรับคำแนะนำจากเพื่อนวัยเดียวกัน ถ้าท่านต้องการมากกว่าที่มีอยู่เวลานี้ จงขอคำแนะนำจาก คนที่อายุมากกว่าและมีปัญญามากกว่า ไม่ใช่คนวัยเดียวกัน!16

พึงจำไว้ว่าไม่มีใครทำแทนท่านได้ ศรัทธาและคำสวดอ้อนวอน ของท่าน เท่านั้นที่ยกท่านขึ้นได้และจะทำให้และมีการเปลี่ยนแปลงอันลึกซึ้งในใจ ความตั้งใจจะเชื่อฟัง ของท่าน สามารถเปลี่ยนชีวิตท่านได้ เพราะการพลีพระชนม์ชีพของพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อชดใช้ให้ท่าน พลังจึงอยู่ในท่าน17 ท่านมีสิทธ์เสรี ท่านมีจะประจักษ์พยานที่แข็งแกร่งหากท่านเชื่อฟัง และท่านสามารถทำตามพระวิญญาณซึ่งนำทางท่าน

เมื่อไม่นานมานี้ผู้ผลิตภาพยนตร์วัยหนุ่มคนหนึ่งกล่าวว่าเขารู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของ “คนเสเพลรุ่นหนึ่ง"—รุ่นที่ “มองหาความหวัง ปีติ และสัมฤทธิ์ผล แต่มองหาผิดที่และผิดทาง”18

ในอุปมาของพระผู้ช่วยให้รอดเรื่องบุตรที่หายไป บุตรมีพรมากมายรออยู่ แต่ก่อนจะรับพรนั้นได้ เขาต้องกลับไปมองชีวิตตนเอง การเลือก และสภาพการณ์ของตนเอง สิ่งอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นพระคัมภีร์อธิบายไว้ด้วยวลีเรียบง่ายว่า “เขาสำนึกตัวได้”19 ข้าพเจ้าขอกระตุ้นให้ท่านสำนึกตัว ในศาสนจักรเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ เรามักจะจัดการประชุมสภา สภาครอบครัวมีจุดประสงค์คล้ายกัน ท่านอาจต้องดำเนินสิ่งที่ข้าพเจ้าจะเรียกว่า “สภาส่วนตัว” หลังจากสวดอ้อนวอน ใช้เวลาอยู่ตามลำพัง นึกถึงสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ถามตัวท่านเองว่า “ฉันต้องเพิ่มพลังชีวิตด้านใดจึงจะเพิ่มพลังให้คนอื่นได้ ฉันต้องการไปที่ใดนับจากนี้อีกหนึ่งปี หรือสองปี ฉันต้องเลือกอะไรจึงจะไปถึงที่นั่นได้” ขอแค่จำไว้ว่าท่านคือนักบิน และท่านเป็นคนตัดสินใจ ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าเมื่อท่านสำนึกตัว พระบิดาบนสวรรค์จะทรงมาหาท่าน พระองค์จะทรงช่วยท่านตลอดทางโดยพระหัตถ์ที่คอยปลอบโยนของพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

ข้าพเจ้าแสดงประจักษ์พยานว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์ ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานพิเศษว่าพระผู้ช่วยให้รอดทรงรักท่าน “เราจะไม่ก้าวต่อไปในอุดมการณ์อันสำคัญยิ่ง [ของพระองค์] หรือ? จงก้าวไปข้างหน้าและอย่าถอยกลับ”20 เมื่อท่านติดตามพระองค์ พระองค์จะทรงเพิ่มพลังและค้ำจุนท่าน พระองค์จะทรงนำท่านไปสู่บ้านที่สูงส่งที่สุด ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน