พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนของท่าน
    Footnotes

    พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนของท่าน

    เราจะมีพรของพระวิญญาณอยู่กับเราถ้าเราดำเนินชีวิตคู่ควร ไม่เฉพาะบางเวลาเท่านั้นแต่ตลอดเวลา

    พี่น้องที่รักทั้งหลาย ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจที่ได้อยู่กับท่านในวันสะบาโตนี้ในการประชุมใหญ่สามัญของศาสนจักรของพระเจ้า ข้าพเจ้ารู้สึกเช่นเดียวกับท่านว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานถึงถ้อยคำแห่งความจริงที่เราได้ยินจากผู้พูดและนักร้อง

    จุดประสงค์ของข้าพเจ้าวันนี้คือเพิ่มความปรารถนาของท่านและความตั้งใจจะเรียกร้องของประทานที่สัญญาไว้กับเราแต่ละคนหลังจากรับบัพติศมา ระหว่างการยืนยันเราได้ยินคำว่า “จงรับพระวิญญาณบริสุทธิ์”1 นับจากวินาทีนั้น ชีวิตเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

    เราจะมีพรของพระวิญญาณอยู่กับเราถ้าเราดำเนินชีวิตคู่ควร ไม่เฉพาะบางเวลาเท่านั้น ดังประสบการณ์ที่น่าประทับใจในวันนี้ แต่ตลอดเวลา ท่านรู้จากคำสวดอ้อนวอนศีลระลึกว่าคำสัญญาดังกล่าวเกิดสัมฤทธิผลอย่างไร “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า, พระบิดานิรันดร์, พวกข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ ในพระนามของพระบุตรของพระองค์, พระเยซูคริสต์, โปรดประทานพรและทำให้ขนมปังนี้ศักดิ์สิทธิ์แก่จิตวิญญาณของเขาทั้งหลายผู้ที่รับส่วน, เพื่อพวกเขาจะรับประทานในความระลึกถึงพระวรกายของพระบุตรของพระองค์, และเป็นพยานต่อพระองค์, ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า, พระบิดานิรันดร์, ว่าพวกเขาเต็มใจรับพระนามของพระบุตรของพระองค์, และระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลาและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งพระองค์ประทานให้พวกเขา”

    และตามด้วยคำสัญญาอันเรืองโรจน์นี้ “เพื่อพวกเขาจะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับพวกเขา ตลอดเวลา ” (คพ. 20:77; เน้นตัวเอน)

    การมีพระวิญญาณอยู่กับเราตลอดเวลาคือมีการนำทางและการกำกับดูแลจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตประจำวันของเรา อย่างเช่น พระวิญญาณจะทรงเตือนให้เราต้านทานการล่อลวงให้ทำชั่ว

    เพราะเหตุผลนั้นเพียงอย่างเดียว เราจึงเห็นได้ง่ายว่าเหตุใดผู้รับใช้ของพระเจ้าจึงพยายามเพิ่มความปรารถนาจะนมัสการพระผู้เป็นเจ้าในการประชุมศีลระลึกของเรา ถ้าเรารับส่วนศีลระลึกด้วยศรัทธา พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงสามารถคุ้มครองเราและคนที่เรารักจากการล่อลวงที่ทวีความรุนแรงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ

    ความเป็นเพื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ทำให้สิ่งที่ดีมีเสน่ห์มากขึ้นและการล่อลวงดึงดูดใจน้อยลง สิ่งนั้นอย่างเดียวก็ควรมากพอจะทำให้เราตั้งใจดำรงตนให้คู่ควรมีพระวิญญาณอยู่กับเราตลอดเวลา

    พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เรามีพลังต่อต้านความชั่วฉันใด พระองค์ย่อมประทานพลังความสามารถให้เราแยกแยะความจริงจากความเท็จฉันนั้น ความจริงที่สำคัญที่สุดยืนยันโดยการเปิดเผยจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น เหตุผลของมนุษย์และการใช้สัมผัสทางกายของเราจะไม่เพียงพอ เรามีชีวิตอยู่ในเวลาที่แม้คนฉลาดที่สุดก็ยังแยกแยะความจริงจากการหลอกลวงที่แยบยลได้ยาก

    พระเจ้าทรงสอนอัครสาวกโธมัสผู้ต้องการหลักฐานทางกายยืนยันการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอดโดยสัมผัสรอยแผลของพระองค์ว่าการเปิดเผยเป็นหลักฐานที่ปลอดภัยกว่า “พระเยซูตรัสกับเขาว่า เพราะท่านเห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ? คนที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข” (ยอห์น 20:29)

    ความจริงที่ทำเครื่องหมายเส้นทางกลับบ้านไปหาพระผู้เป็นเจ้ายืนยันโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราไม่สามารถเข้าไปในป่าและเห็นพระบิดากับพระบุตรตรัสกับเด็กหนุ่มโจเซฟ สมิธ ไม่มีหลักฐานทางกายหรือการให้เหตุผลใดสามารถยืนยันได้ว่าเอลียาห์มาตามสัญญาเพื่อประสาทกุญแจฐานะปุโรหิตซึ่งเวลานี้ศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต ประธานโธมัส เอส. มอนสันถือไว้และใช้อยู่

    การยืนยันความจริงมาถึงบุตรหรือธิดาของพระผู้เป็นเจ้าผู้มีสิทธิ์ได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เนื่องจากความเท็จและคำโป้ปดอาจอยู่ตรงหน้าเราได้ทุกเวลา เราจึงต้องมีอิทธิพลของพระวิญญาณแห่งความจริงคอยช่วยเราในช่วงที่เราสงสัย

    ขณะเป็นสมาชิกโควรัมอัครสาวกสิบสอง จอร์จ คิว. แคนนอนกระตุ้นให้เราพยายามมีพระวิญญาณอยู่กับเราตลอดเวลา ท่านสัญญา และข้าพเจ้าสัญญาเช่นกันว่าถ้าเราเดินตามเส้นทางนั้น เรา “จะไม่ขาดความรู้” เรื่องความจริง “ไม่มีวันอยู่ในความสงสัยหรือในความมืด” และ “ศรัทธา [ของเรา] จะแรงกล้า ปีติ [ของเรา] … จะบริบูรณ์”2

    เราต้องการความช่วยเหลือตลอดเวลาจากความเป็นเพื่อนของพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยเหตุผลอีกประการหนึ่ง ความตายของคนที่เรารักอาจเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน พยานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ยืนยันการดำรงอยู่จริงของพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงรักเราและพระผู้ช่วยให้รอดผู้ฟื้นคืนพระชนม์จะให้ความหวังและปลอบโยนเราเมื่อสูญเสียคนที่เรารัก ประจักษ์พยานนั้นต้องอยู่กับเราเสมอเมื่อเกิดความตาย

    เพราะเหตุผลมากมายเราจึงต้องมีพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นเพื่อนตลอดเวลา เราปรารถนาสิ่งนั้น ถึงกระนั้นเราก็รู้จากประสบการณ์ว่าไม่ง่ายเลย เราแต่ละคนคิด พูด และทำสารพัดอย่างในชีวิตประจำวันที่สามารถทำให้พระวิญญาณขุ่นเคือง พระเจ้าทรงสอนเราว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงเป็นเพื่อนเราตลอดเวลาเมื่อใจเราเปี่ยมด้วยจิตกุศลและเมื่อคุณธรรมประดับความนึกคิดของเราไม่เสื่อมคลาย (ดู คพ. 121:45)

    สำหรับคนที่กำลังพยายามทำตามมาตรฐานสูงเพื่อให้คู่ควรรับของประทานแห่งความเป็นเพื่อนของพระวิญญาณ ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจท่าน เคยมีหลายครั้งที่ท่านรู้สึกถึงอิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ นั่นอาจเกิดขึ้นต่อท่านแล้ววันนี้

    ท่านถือได้ว่าชั่วขณะของการดลใจเหล่านั้นเหมือนเมล็ดแห่งศรัทธาที่แอลมาพูดถึง (ดู แอลมา 32:28). จงปลูกทีละเมล็ด ท่านทำเช่นนั้นได้โดยทำตามการกระตุ้นเตือนที่ท่านรู้สึก การดลใจที่ทรงค่ามากที่สุดคือการที่ท่านจะได้รู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าต้องการให้ท่านทำอะไร ถ้ารู้สึกว่า ต้องจ่ายส่วนสิบ หรือเยี่ยมเยียนเพื่อนที่กำลังโศกเศร้า ท่านก็ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม จงทำ เมื่อท่านแสดงให้เห็น ว่าท่านเต็มใจเชื่อฟัง พระวิญญาณจะทรงส่งการกระตุ้นเตือนมาให้มากขึ้นเพื่อทำสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้ท่านทำเพื่อพระองค์

    เมื่อท่านเชื่อฟัง การกระตุ้นเตือนจากพระวิญญาณจะมาบ่อยขึ้น เข้าใกล้มากยิ่งขึ้นต่อการมีพระวิญญาณอยู่ด้วยตลอดเวลา พลังความสามารถในการเลือกสิ่งที่ถูกต้องจะเพิ่มขึ้น

    ท่านจะรู้ได้ว่าการกระตุ้นเตือนเหล่านี้ที่จะทำเพื่อพระองค์มาจากพระวิญญาณมากกว่าจากความปรารถนาของท่านเอง เมื่อการกระตุ้นเตือนสอดคล้องกับสิ่งที่พระผู้ช่วยให้รอดและศาสดาพยากรณ์ตลอดจนอัครสาวกที่มีชีวิตกล่าว ท่านเลือกเชื่อฟังได้ด้วยความมั่นใจ จากนั้นพระเจ้าจะทรงส่งพระวิญญาณมาอยู่กับท่าน

    ตัวอย่างเช่น ถ้าท่านได้รับการกระตุ้นเตือนให้รักษาวันสะบาโต โดยเฉพาะเมื่อทำได้ยาก พระผู้เป็นเจ้าจะทรงส่งพระวิญญาณมาช่วยท่าน

    ความช่วยเหลือดังกล่าวมาถึงบิดาข้าพเจ้าหลายปีก่อนเมื่อท่านต้องไปทำงานที่ออสเตรเลีย ท่านอยู่คนเดียวในวันอาทิตย์ และต้องการรับศีลระลึก ท่านหาข้อมูลเกี่ยวกับการประชุมของวิสุทธิชนยุคสุดท้ายไม่พบ ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มเดิน ท่านสวดอ้อนวอนทุกแยกเพื่อให้รู้ว่าจะเลี้ยวไปทางไหน หลังจากเดินและเลี้ยวเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง ท่านหยุดสวดอ้อนวอนอีกครั้ง ท่านรู้สึกว่าต้องเลี้ยวไปตามถนนสายหนึ่ง ไม่นานก็เริ่มได้ยินเสียงร้องเพลงมาจากชั้นล่างของตึกอพาร์ตเมนต์ที่อยู่ใกล้ๆ ท่านมองทางหน้าต่างและเห็นคนนั่งอยู่ใกล้โต๊ะที่มีผ้าขาวคลุมถาดศีลระลึก

    เหตุการณ์นั้นอาจไม่เหมือนท่านนักแต่เป็นสิ่งที่วิเศษมากสำหรับบิดาข้าพเจ้า ท่านทราบว่าคำสัญญาในคำสวดอ้อนวอนศีลระลึกเกิดสัมฤทธิผล “ระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลาและรักษาพระบัญญัติของพระองค์ ซึ่งพระองค์ประทานให้พวกเขา; เพื่อพวกเขาจะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับพวกเขาตลอดเวลา” (คพ. 20:77)

    นั่นเป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างของครั้งหนึ่งเมื่อบิดาข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนแล้วทำสิ่งที่พระวิญญาณบอกให้ท่านทำตามที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้ท่านทำ บิดาข้าพเจ้าทำเช่นนั้นมาตลอดหลายปี ดังที่ท่านและข้าพเจ้าก็จะทำ บิดาข้าพเจ้าไม่เคยพูดถึงความเข้มแข็งทางวิญญาณของท่าน ท่านแค่ทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ท่านได้รับการกระตุ้นเตือนเพื่อพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง

    เมื่อวิสุทธิชนยุคสุดท้ายบางกลุ่มขอให้ท่านพูดกับพวกเขา ท่านพูด ไม่ว่าจะมี 10 คนหรือ 50 คน หรือท่านจะเหนื่อยเพียงใดก็ตาม ท่านแสดงประจักษ์พยานถึงพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และศาสดาพยากรณ์เมื่อพระวิญญาณทรงกระตุ้นให้ท่านทำ

    การเรียกสูงสุดของท่านในศาสนจักรคือเข้าสู่สภาสูงสเตคบอนเนวิลล์ ยูทาห์ ท่านถอนวัชพืชที่ฟาร์มสเตค และสอนชั้นเรียนโรงเรียนวันอาทิตย์ ตลอดหลายปีนั้นเมื่อท่านต้องการพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์จะทรงอยู่เป็นเพื่อนท่าน

    ข้าพเจ้ายืนอยู่ใกล้บิดาข้าพเจ้าในห้องที่โรงพยาบาล คุณแม่ข้าพเจ้า ภรรยาวัย 41 ปีของท่านนอนอยู่บนเตียง เราเฝ้าเธอมาหลายชั่วโมง เราเริ่มเห็นความเจ็บปวดหายไปจากสีหน้าของเธอ นิ้วมือที่กำแน่นคลายออก แขนของเธอวางนิ่งอยู่ข้างๆ

    ความเจ็บปวดจากมะเร็งนานนับสิบปีสิ้นสุดลง ข้าพเจ้าเห็นความสงบในสีหน้าของเธอ เธอหายใจสั้นๆ สองสามครั้ง แล้วหายใจเฮือกสุดท้าย จากนั้นก็นอนแน่นิ่ง เรายืนอยู่ตรงนั้นรอดูว่าจะหายใจอีกหรือไม่

    คุณพ่อพูดเบาๆ ในที่สุดว่า “สาวน้อยกลับบ้านแล้ว”

    ท่านไม่หลั่งน้ำตา นั่นเพราะพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้ภาพชัดเจนแก่ท่านมานานแล้วว่าเธอเป็นใคร เธอมาจากไหน เธอเป็นอะไร และเธอจะไปที่ไหน พระวิญญาณเป็นพยานต่อท่านหลายครั้งเกี่ยวกับพระบิดาบนสวรรค์ผู้เปี่ยมด้วยความรัก พระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงทำลายอำนาจแห่งความตาย และการผนึกในพระวิหารที่ท่านทำแล้วกับภรรยาและครอบครัวของท่าน

    พระวิญญาณทรงยืนยันกับท่านนานมาแล้วว่าความดีงามและศรัทธาของเธอทำให้เธอคู่ควรกลับไปบ้านบนสวรรค์ที่ซึ่งจำได้ว่าเธอเป็นลูกที่ยอดเยี่ยมแห่งคำสัญญาและต้อนรับเธอกลับบ้านอย่างสมเกียรติ

    สำหรับบิดาข้าพเจ้า นั่นเป็นมากกว่าความหวัง พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำให้เป็นความจริงสำหรับท่าน

    ตอนนี้ บางท่านอาจพูดว่าคำพูดและมโนภาพของบิดาข้าพเจ้าเกี่ยวกับบ้านบนสวรรค์เป็นเพียงความเพ้อฝัน เป็นวิจารณญาณที่ถูกบดบังของสามีที่อยู่ในช่วงของการสูญเสีย แต่บิดาข้าพเจ้ารู้ความจริงนิรันดร์ ซึ่งมีวิธีเดียวเท่านั้นที่ท่านจะรู้ได้

    บิดาข้าพเจ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นหาความจริงเกี่ยวกับโลกทางกายภาพตลอดชีวิตที่เป็นผู้ใหญ่ ท่านใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เก่งมากพอจนเพื่อนทั่วโลกยกย่อง สิ่งที่ท่านทำในวิชาเคมีส่วนมากมาจากการเห็นภาพโมเลกุลเคลื่อนที่แล้วยืนยันภาพที่เห็นโดยการทดลองในห้องปฏิบัติการ

    แต่ท่านเดินอีกเส้นทางหนึ่งเพื่อค้นหาความจริงที่สำคัญที่สุดต่อท่านและต่อเราแต่ละคน โดยผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้นที่เราสามารถมองเห็นผู้คนและเหตุการณ์ตามที่พระผู้เป็นเจ้าทรงมองเห็น

    ของประทานดังกล่าวยังอยู่ในโรงพยาบาลหลังจากภรรยาท่านสิ้นชีวิต เราเก็บข้าวของของคุณแม่กลับบ้าน คุณพ่อขอบคุณพยาบาลและแพทย์ทุกคนที่เราพบระหว่างทางไปขึ้นรถ ข้าพเจ้าจำได้ ข้าพเจ้ารู้สึกหงุดหงิดนิดๆ ว่าเราควรจากไปอยู่กับความเศร้าโศกตามลำพัง

    เวลานี้ข้าพเจ้าตระหนักว่าบิดาข้าพเจ้ามองเห็นสิ่งซึ่งเฉพาะพระวิญญาณบริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะทรงแสดงให้ท่านเห็นได้ ท่านมองผู้คนเหล่านั้นเหมือนเป็นเทพที่พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งมาดูแลหวานใจของท่าน พวกเขาอาจมองตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพ แต่คุณพ่อขอบคุณพวกเขาถึงการรับใช้ของพวกเขาแทนพระผู้ช่วยให้รอด

    อิทธิพลของพระวิญญาณบริสุทธิ์ยังอยู่กับบิดาข้าพเจ้าเมื่อเรามาถึงบ้าน เราคุยกันครู่หนึ่งในห้องนั่งเล่น จากนั้นคุณพ่อก็ขอตัวเข้าไปในห้องนอนของท่าน

    ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ท่านเดินกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น ท่านมีรอยยิ้มสดใส ท่านเดินมาหาเราและพูดเบาๆ ว่า “พ่อเป็นห่วงว่ามิลเดรดจะไปถึงโลกวิญญาณคนเดียว พ่อคิดว่าเธออาจจะรู้สึกสับสนท่ามกลางฝูงชน

    ท่านพูดต่อจากนั้นอย่างเบิกบานว่า “พ่อเพิ่งสวดอ้อนวอน พ่อรู้ว่ามิลเดรดสบายดี คุณแม่ของพ่ออยู่พบเธอที่นั่น”

    ข้าพเจ้าจำได้ว่ากำลังยิ้มขณะคุณพ่อพูดเช่นนั้น พลางนึกภาพคุณย่าขาสั้นๆ รีบวิ่งฝ่าฝูงชนไปรอพบลูกสะใภ้และสวมกอดเธอเมื่อเธอมาถึง

    เหตุผลประการหนึ่งที่คุณพ่อขอและได้รับการปลอบโยนเช่นนั้นคือ ท่านสวดอ้อนวอนด้วยศรัทธาเสมอตั้งแต่วัยเด็ก ท่านเคยได้คำตอบที่เข้ามาในใจท่านเพื่อให้การปลอบโยนและการนำทาง นอกจากจะมีนิสัยชอบสวดอ้อนวอนแล้วท่านยังรู้พระคัมภีร์และถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตด้วย ดังนั้นท่านจึงจำเสียงกระซิบคุ้นหูของพระวิญญาณได้ ซึ่งท่านอาจรู้สึกในวันนี้

    ความเป็นเพื่อนของพระวิญญาณไม่เพียงปลอบโยนและนำทางคุณพ่อเท่านั้น แต่เปลี่ยนท่านผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ด้วย เมื่อเรายอมรับคำสัญญาของการมีพระวิญญาณอยู่กับเราตลอดเวลา พระผู้ช่วยให้รอดทรงสามารถทำให้เราบริสุทธิ์เพื่อรับชีวิตนิรันดร์ ของประทานสำคัญที่สุดในบรรดาของประทานทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้า (ดู คพ. 14:7)

    ท่านคงจำพระดำรัสของพระผู้ช่วยให้รอดได้ “บัดนี้นี่คือบัญญัติ: จงกลับใจ, เจ้าทั้งหลายทั่วสุดแดนแผ่นดินโลก, และมาหาเราและรับบัพติศมาในนามของเรา, และเจ้าจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์, เพื่อเจ้าจะยืนอยู่โดยไม่มีมลทินต่อหน้าเราในวันสุดท้าย” (3 นีไฟ 27:20)

    พระบัญญัติเหล่านั้นมาพร้อมคำสัญญานี้จากพระเจ้า

    “และบัดนี้, ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, จงวางใจในพระวิญญาณองค์นั้นซึ่งนำให้ทำดี—แท้จริงแล้ว, ให้ทำอย่างเที่ยงธรรม, ให้เดินอย่างถ่อมตน, ให้พิพากษาอย่างชอบธรรม; และนี่คือพระวิญญาณของเรา.

    “ตามจริงแล้ว, ตามจริงแล้ว, เรากล่าวแก่เจ้า, เราจะเผยพระวิญญาณของเราส่วนหนึ่งให้เจ้า, ซึ่งจะให้ความสว่างแก่ความคิดเจ้า, ซึ่งจะทำให้จิตวิญญาณเจ้าเปี่ยมด้วยปีติ” (คพ. 11:12–13)

    ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานต่อท่านว่าพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์ พระเยซูคริสต์ผู้ฟื้นคืนพระชนม์ทรงนำศาสนจักรของพระองค์ ประธานโธมัส เอส. มอนสันถือกุญแจทั้งหมดของฐานะปุโรหิต การเปิดเผยผ่านพระวิญญาณบริสุทธิ์นำทางและค้ำจุนศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายและสมาชิกที่อ่อนน้อมถ่อมตน

    ข้าพเจ้าเป็นพยานเพิ่มเติมต่อท่านถึงผู้พูดที่น่าอัศจรรย์ที่ได้กล่าวกับเราในวันนี้ในฐานะพยานของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ ในฐานะสมาชิกโควรัมอัครสาวกสิบสองที่ได้รับเรียกจากพระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้ารู้ว่าประธานมอนสันเรียกพวกท่านโดยการนำทางจากพระวิญญาณ และเมื่อท่านฟังถ้อยคำและประจักษ์พยานของท่านเหล่านี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์จะยืนยันกับท่านถึงสิ่งที่ข้าพกำลังพูดกับท่าน ท่านเหล่านี้ได้รับเรียกจากพระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าสนับสนุนและรักพวกท่าน และรู้ว่าพระเจ้าทรงรักและจะสนับสนุนพวกท่านในการรับใช้ และข้าพเจ้ากล่าวในพระนามของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ เอเมน