สุรเสียงของพระเจ้า
    Footnotes
    Theme

    สุรเสียงของพระเจ้า

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ เราได้ยินสุรเสียงของพระเจ้า บททดสอบสำหรับเราแต่ละคนคือวิธีที่เราตอบรับ

    ก่อนอื่นจะขอพูดเอาใจเด็กเล็กๆ สักหน่อย ใช่แล้ว นี่เป็นภาคสุดท้ายของการประชุม และใช่ ข้าพเจ้าเป็นผู้พูดคนสุดท้าย

    เมื่อไม่นานมานี้ ขณะไปเยือนพระวิหารโพรโวซิตีเซ็นเตอร์ ข้าพเจ้าชื่นชอบภาพวาดชื่อว่า First Vision, from Afar (นิมิตแรกจากระยะไกล) ภาพนั้นวาดให้เห็นแสงสว่างและพลังจากสวรรค์ขณะพระบิดาและพระบุตรเสด็จเยือนเด็กหนุ่มโจเซฟ สมิธ

    นิมิตแรกจากระยะไกล

    ถึงแม้จะเทียบกันไม่ได้กับเหตุการณ์ศักดิ์สิทธิ์นั้นที่นำเข้าสู่การฟื้นฟู แต่ข้าพเจ้าสามารถเห็นภาพคล้ายกันที่จะแสดงให้เห็นแสงสว่างและพลังทางวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าลงมาบนการประชุมใหญ่สามัญครั้งนี้และส่งผลให้พลังและแสงสว่างนั้นแผ่ไปทั่วโลก

    แสงสว่างและพลังทางวิญญาณลงมาบนการประชุมใหญ่สามัญ
    พลังและแสงสว่างแผ่ไปทั่วโลก

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระเยซูคือพระคริสต์ ว่าพระองค์ทรงนำทางงานอันศักดิ์สิทธิ์นี้ และว่าการประชุมใหญ่สามัญเป็นหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญมากที่พระองค์ประทานคำแนะนำแก่ศาสนจักรและแก่เราเป็นการส่วนตัว

    ได้รับการสอนจากเบื้องบน

    ในวันจัดตั้งศาสนจักร พระเจ้าทรงกำหนดให้โจเซฟ สมิธเป็นศาสดาพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และอัครสาวกของพระเจ้าพระเยซูคริสต์1 และตรัสกับศาสนจักรว่า

    “เพราะคำของเขาเจ้าจงรับ, ราวกับมาจากปากเราเอง, ด้วยความอดทนอย่างที่สุดและศรัทธา.

    “เพราะโดยทำสิ่งเหล่านี้ประตูแห่งนรกจะเอาชนะเจ้าไม่ได้; … และพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าจะทรงทำให้พลังแห่งความมืดกระจายไปต่อหน้าเจ้า, และทำให้ฟ้าสวรรค์สั่นสะเทือนเพื่อความดีของเจ้า”2

    ต่อมา สมาชิกในฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองทุกคนได้รับการสนับสนุนและแต่งตั้งเป็นศาสดาพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และผู้เปิดเผยเช่นกัน3

    เวลานี้ ขณะที่เราประชุมกันภายใต้การกำกับดูแลของประธานโธมัส เอส. มอนสัน เราคาดว่าจะได้รับฟัง “พระประสงค์ของพระเจ้า, … พระดำริของพระเจ้า,… สุรเสียงของพระเจ้า, และเดชานุภาพของพระผู้เป็นเจ้าอันส่งผลสู่ความรอด.”4 เราวางใจในพระสัญญาที่ว่า “ไม่ว่าโดยเสียงของเราเอง หรือโดยเสียงของผู้รับใช้ทั้งหลายของเรา, ก็เหมือนกัน.”5

    ในความโกลาหลและความสับสนของโลกปัจจุบัน การวางใจและเชื่อในถ้อยคำของฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองสำคัญยิ่งต่อการเติบโตทางวิญญาณและความอดทนของเรา6

    เราได้มาร่วมกันสำหรับการประชุมใหญ่ที่วิเศษนี้ วิสุทธิชนยุคสุดท้ายหลายล้านคนและผู้นับถือศาสนาอื่นใน 200 กว่าประเทศที่พูดกว่า 93 ภาษาเข้าร่วมภาคการประชุมเหล่านี้หรืออ่านข่าวสารการประชุมใหญ่

    เราสวดอ้อนวอนและเตรียมมาฟัง พวกเราหลายคนมีเรื่องกังวลเร่งด่วนและคำถามที่จริงใจ เราต้องการเสริมศรัทธาในพระผู้ช่วยให้รอดของเราพระเยซูคริสต์ อีกทั้งเพิ่มพลังความสามารถในการต่อต้านการล่อลวงและหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน เรามารับการสอนจากเบื้องบน

    พระทัยและพระประสงค์ของพระเจ้า

    สำหรับฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองผู้ซึ่งปกติจะพูดที่การประชุมใหญ่แต่ละครั้ง หน้าที่รับผิดชอบอันใหญ่หลวงของการเตรียมข่าวสารเป็นทั้งภาระที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และความไว้วางใจอันศักดิ์สิทธิ์

    หลายปีมาแล้ว ก่อนจะรับใช้เป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าถามเอ็ลเดอร์ดัลลิน เอช. โอ๊คส์ว่าท่านเตรียมคำพูดสำหรับการประชุมใหญ่สเตคแต่ละครั้งแยกกันหรือไม่ ท่านตอบว่าไม่แต่เพิ่มเติมว่า “แต่คำพูดการประชุมใหญ่ของผมต่างกันทุกครั้ง ผมอาจจะร่าง 12 ถึง 15 ฉบับเพื่อให้แน่ใจว่าผมพูดสิ่งที่พระเจ้าทรงประสงค์ให้ผมพูด”7

    การดลใจสำหรับคำพูดการประชุมใหญ่สามัญมาเมื่อใดและอย่างไร

    โดยไม่มีการมอบหมายหัวข้อ เราเห็นสวรรค์ประสานงานหัวข้อและสาระสำคัญของความจริงนิรันดร์ไว้อย่างสวยงามในทุกๆ การประชุมใหญ่

    เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกข้าพเจ้าว่าหัวข้อที่ท่านจะพูดในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ท่านได้รับทันทีหลังจากท่านพูดในเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกท่านหนึ่งบอกว่าสามสัปดาห์ที่แล้ว ท่านยังคงสวดอ้อนวอนและรอคอยพระเจ้า เมื่อถามว่าใช้เวลาเรียบเรียงคำพูดที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษนานเท่าใด อีกท่านหนึ่งตอบว่า “ยี่สิบห้าปี”

    บางครั้งความคิดหลักอาจเกิดขึ้นทันที แต่เนื้อหาและรายละเอียดยังต้องปีนป่ายทางวิญญาณอย่างมาก การอดอาหารและการสวดอ้อนวอน การศึกษาและศรัทธาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้เสมอ พระเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้การเสแสร้งบั่นทอนสุรเสียงที่ตรัสกับวิสุทธิชนของพระองค์

    การนำทางสำหรับคำพูดการประชุมใหญ่สามัญมักจะมาตอนกลางคืนหรือตอนเช้าตรู่ในเวลาที่คำพูดไม่อยู่ในความคิดคำนึง ฉับพลันนั้น ข้อคิดที่ไม่คาดฝันและบางครั้งคำและวลีจำเพาะเจาะจงก็พรั่งพรูมาในรูปของการเปิดเผยที่บริสุทธิ์8

    ขณะที่ท่านฟัง ข่าวสารที่ท่านได้รับอาจตรงตามตัวหนังสือหรืออาจตรงกับความต้องการของท่านพอดี

    คราวพูดที่การประชุมใหญ่สามัญหลายปีก่อน ข้าพเจ้าพูดถึงประโยคหนึ่งที่เข้ามาในความคิดขณะสงสัยว่าข้าพเจ้าพร้อมรับใช้งานเผยแผ่หรือไม่ ประโยคนั้นคือ “เจ้าไม่รู้ทุกสิ่ง แต่เจ้ารู้มากพอ!”9 หญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งในการประชุมใหญ่วันนั้นบอกข้าพเจ้าว่าเธอสวดอ้อนวอนเกี่ยวกับคำขอแต่งงาน โดยสงสัยว่าเธอรู้จักชายหนุ่มคนนั้นดีเพียงใด เมื่อข้าพเจ้าพูดคำว่า “เจ้าไม่รู้ทุกสิ่ง แต่เจ้ารู้มากพอ” พระวิญญาณทรงยืนยันกับเธอว่าเธอ รู้จัก เขาดีพอ พวกเขาแต่งงานกันอย่างมีความสุขนานหลายปีแล้ว

    ข้าพเจ้าสัญญากับท่านว่าเมื่อท่านเตรียมวิญญาณให้พร้อม และมาพร้อมความคาดหวังว่าท่านจะได้ยินสุรเสียงของพระเจ้า ความคิดและความรู้สึกที่ตรงกับความต้องการของท่านเป็นพิเศษจะเข้ามาในใจท่าน ท่านรู้สึกแบบนั้นแล้วในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ หรือท่านจะรู้สึกเมื่อท่านศึกษาข่าวสารในสัปดาห์ต่อๆ ไป

    ในเวลานี้และในเดือนต่อๆ ไป

    ประธานมอนสันกล่าวว่า

    ประธานมอนสันกล่าวว่า ให้ “ใช้เวลาอ่านข่าวสารการประชุมใหญ่”10

    “ไตร่ตรอง [ข่าวสารเหล่านั้น] … ข้าพเจ้าพบ … ว่าข้าพเจ้าได้รับประโยชน์จากโอวาทที่ได้รับการดลใจเหล่านี้มากกว่าเดิมเมื่อศึกษาให้ลึกซึ้งมากขึ้น”11

    คำสอนของการประชุมใหญ่สามัญเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงต้องการให้เราไตร่ตรองในเวลานี้และในเดือนต่อๆ ไป

    คนเลี้ยงแกะ “เดินนำหน้า [แกะของเขา] และแกะก็ตามไปเพราะรู้จักเสียงของ [เขา]”12

    บ่อยครั้งสุรเสียงของพระองค์นำทางเราให้เปลี่ยนบางอย่างในชีวิตเรา ทรงเชื้อเชิญให้เรากลับใจ ทรงเชื้อเชิญให้เราตามพระองค์

    ลองตรึกตรองคำกล่าวเหล่านี้จากการประชุมใหญ่ครั้งนี้

    ประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์จากเช้าวันนี้: “ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์อยู่และต้องการให้ท่านกลับบ้านไปหาพระองค์ นี่คือศาสนจักรที่แท้จริงของพระเจ้าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงรู้จักท่าน รักท่าน เฝ้าดูแลท่าน”13

    ประธานดีเทอร์ เอฟ. อุคท์ดอร์ฟจากเมื่อวาน: “ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าเมื่อเราเริ่มออกเดินทางหรือดำเนินต่อไปในการเดินทางอันเหลือเชื่อที่นำไปสู่พระผู้เป็นเจ้า ชีวิตของเราจะดีขึ้น … และพระเจ้าจะทรงใช้เราในวิธีอันน่าอัศจรรย์เพื่อเป็นพรแก่ผู้คนรอบข้างเราและทำให้จุดประสงค์นิรันดร์ของพระองค์บรรลุผลสำเร็จ”14

    ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันจากบ่ายเมื่อวาน: “ข้าพเจ้าสัญญาว่าเมื่อท่านใฝ่ใจศึกษาพระคัมภีร์มอรมอน ท่านจะมีภูมิคุ้มกันความชั่วของยุคสมัย รวมไปถึงโรคระบาดของสื่อลามกและการเสพติดอื่นๆ ที่ทำให้ความคิดด้านชา”15

    เอ็ลเดอร์ดัลลิน เอช. โอ๊คส์เมื่อวาน: “ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าถ้อยแถลงเรื่องครอบครัวเป็นคำแถลงความจริงนิรันดร์ พระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับบุตรธิดาของพระองค์ผู้แสวงหาชีวิตนิรันดร์”16

    เอ็ลเดอร์เอ็ม. รัสเซลล์ บัลลาร์ดเมื่อสองสามนาทีที่แล้ว: “เราจำต้องโอบกอดลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าอย่างมีเมตตาและขจัดอคติ รวมทั้งการเหยียดผิว การเหยียดเพศ และการเหยียดสัญชาติ”17

    เนื่องจากเรามีเวลาอีกหนึ่งนาที ข้าพเจ้าขอพูดสั้นๆ เกี่ยวกับเอ็ลเดอร์โรเบิร์ต ดี. เฮลส์ ฝ่ายประธานสูงสุดบอกเอ็ลเดอร์เฮลส์ว่าท่านสามารถให้ข่าวสารสั้นๆ ได้ในภาคเช้าวันอาทิตย์หากสุขภาพของท่านเอื้ออำนวย แม้สุขภาพของท่านจะไม่เอื้ออำนวย แต่ท่านเตรียมข่าวสารไว้แล้ว ซึ่งท่านเตรียมเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและได้แบ่งปันกับข้าพเจ้า เนื่องจากท่านสิ้นชีวิตประมาณสามชั่วโมงที่แล้ว ข้าพเจ้าขอแบ่งปันสามประโยคจากคำปราศรัยของท่าน

    อ้างอิงจากเอ็ลเดอร์เฮลส์: “เมื่อเราเลือกมีศรัทธา เราย่อมพร้อมยืนอยู่ในที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้า … เอ็ลเดอร์เฮลส์: “หลังจากการตรึงกางเขนของพระผู้ช่วยให้รอด พระองค์ทรงปรากฏเฉพาะต่อคนที่ ‘ซื่อสัตย์ในประจักษ์พยานถึง [พระองค์] ขณะพวกเขาดำเนินชีวิตในความเป็นมรรตัย’[คพ. 138:12.] คนที่ ‘ปฏิเสธประจักษ์พยาน … ของ … ศาสดาพยากรณ์ [จะไม่สามารถ] มองดูพระสิริของ [พระผู้ช่วยให้รอด], หรือมองพระพักตร์พระองค์’ [คพ. 138:21.] … ศรัทธาของเราเตรียมเราให้พร้อมอยู่ในที่ประทับของพระเจ้า”

    พระเจ้าทรงเมตตาที่ดลใจประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันในช่วงสิ้นสุดภาคเช้าวันนี้ให้ออกจากอาคารโดยเร็ว งดมื้อกลางวัน และรีบไปข้างเตียงของเอ็ลเดอร์เฮลส์ ซึ่งทำให้ท่านได้อยู่ที่นั่น ประธานโควรัมของท่าน พร้อมกับแมรีย์ เฮลส์ผู้ดีงามขณะเอ็ลเดอร์เฮลส์ผ่านไปจากชีวิตมรรตัยนี้

    การขานรับสุรเสียงของพระเจ้า

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าในการประชุมใหญ่ครั้งนี้เราได้ยินสุรเสียงของพระเจ้า

    เราไม่ควรตื่นตระหนกเมื่อถ้อยคำของผู้รับใช้ของพระเจ้าสวนทางกับความคิดของโลก และในบางครั้งกับความคิดของเราเอง เป็นเช่นนี้เสมอมา ข้าพเจ้าคุกเข่าในพระวิหารกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ของข้าพเจ้าข้าพเจ้ายืนยันถึงความดีงามในจิตวิญญาณของพวกท่าน ความปรารถนายิ่งใหญ่ที่สุดของพวกท่านคือการทำให้พระเจ้าพอพระทัยและช่วยบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้ากลับไปอยู่ที่ประทับของพระองค์

    สาวกเจ็ดสิบ ฝ่ายอธิการ ผู้นำฝ่ายประธานสามัญของสมาคมสงเคราะห์ เยาวชนหญิง และปฐมวัย และตลอดจนผู้นำองค์การช่วยคนอื่นๆ ได้เพิ่มการดลใจมากมายให้การประชุมใหญ่ครั้งนี้ เช่นเดียวกับบทเพลงไพเราะและคำสวดอ้อนวอนที่ใคร่ครวญอย่างดี

    ในข่าวสารของการประชุมใหญ่สามัญมีขุมทรัพย์แห่งการนำทางจากสวรรค์เฝ้ารอให้ท่านค้นพบ บททดสอบสำหรับเราแต่ละคนคือวิธีที่เราตอบสนองต่อสิ่งที่เราได้ยิน อ่าน และรู้สึก

    ข้าพเจ้าขอเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการตอบสนองต่อถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์จากชีวิตของประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน

    ในปี 1979 ห้าปีก่อนการเรียกของท่านเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ บราเดอร์เนลสันเข้าร่วมการประชุมหนึ่งก่อนการประชุมใหญ่สามัญ “ประธานสเป็นเซอร์ดับเบิลยู. คิมบัลล์ “ท้าทายทุกคนที่นั่นให้ก้าวยาวขึ้นในการนำพระกิตติคุณไปทั่วโลก หนึ่งในประเทศที่ประธานคิมบัลล์กล่าวเจาะจงคือจีน โดยประกาศว่า ‘เราควรรับใช้คนจีน เราควรเรียนภาษาของพวกเขา เราควรสวดอ้อนวอนให้พวกเขาและช่วยพวกเขา’”18

    ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันเมื่อเป็นศัลยแพทย์

    ในวัย 54 ปี บราเดอร์เนลสันมีความรู้สึกระหว่างการประชุมนั้นว่าท่านควรศึกษาภาษาจีนกลาง แม้จะเป็นศัลยแพทย์หัวใจที่มีงานยุ่ง แต่ท่านจ้างครูมาสอนทันที

    หลังจากเริ่มศึกษาได้ไม่นาน ดร. เนลสันเข้าร่วมการประชุมหนึ่งและไม่คิดว่าจะได้นั่งข้างๆ “ศัลยแพทย์โด่งดังชาวจีนชื่อ ดร. วู หยิงข่าย … เพราะ [บราเดอร์เนลสัน] ศึกษาภาษาจีนกลางมาแล้ว ท่านจึงเริ่มสนทนา [กับ ดร. วู]”19

    ดร. รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันกับดร. วู หยิงข่าย

    ความปรารถนาจะทำตามศาสดาพยากรณ์ของ ดร. เนลสันชักนำให้ ดร. วูมาเยือนซอลท์เลคซิตี้และ ดร. เนลสันเดินทางไปจีนเพื่อสอนโดยวิธีบรรยายและทำการผ่าตัด

    ท่านรักคนจีนมากขึ้น คนจีนก็รักและเคารพท่านมากขึ้นเช่นกัน

    ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 1985 สิบเดือนหลังจากการเรียกสู่โควรัมอัครสาวกสิบสอง เอ็ลเดอร์เนลสันได้รับโทรศัพท์ที่คาดไม่ถึงจากจีนขอให้ดร. เนลสันมาปักกิ่งเพื่อผ่าตัดหัวใจให้นักร้องโอเปราชื่อดังที่สุดของจีน ด้วยการกระตุ้นของประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ เอ็ลเดอร์เนลสันกลับไปจีน การผ่าตัดครั้งสุดท้ายของท่านคือการผ่าตัดในสาธารณรัฐประชาชนจีน

    ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน, RootsTech 2017ได้รับการเชิดชูเกียรติ

    สองปีก่อน ในเดือนตุลาคม ปี 2015 ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันได้รับเกียรติอีกครั้งด้วยคำประกาศอย่างเป็นทางการ ขนานนามท่านว่า “สหายเก่าแก่ของจีน”

    เมื่อวานนี้ เราได้ยินประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันซึ่งเวลานี้อายุ 93 ปีพูดถึงคำขอร้องของประธานโธมัส เอส. มอนสันในการประชุมใหญ่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ให้ “เราแต่ละคนศึกษาและไตร่ตรองพระคัมภีร์มอรมอนร่วมกับการสวดอ้อนวอนทุกวัน”

    เฉกเช่นประธานเนลสันทำสมัยเป็นศัลยแพทย์หัวใจที่มีงานยุ่งเมื่อท่านว่าจ้างครูมาสอนภาษาจีน ท่านรับคำแนะนำของประธานมอนสันโดยนำมาใช้กับชีวิตท่านทันที ไม่ใช่แค่อ่านอย่างเดียว ท่านกล่าวว่าท่าน“เขียนออกมาเป็นข้อๆ ด้วยว่าพระคัมภีร์มอรมอน คือ อะไร ยืนยัน อะไร ปฏิเสธ อะไร เกิดสัมฤทธิผล อะไร ชี้แจง อะไร และ เปิดเผย อะไร”20

    และที่น่าสนใจ เมื่อเช้านี้ ในฐานะพยานคนที่สอง ประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์พูดถึงการตอบรับคำขอของประธานมอนสันเช่นกัน ท่านจำถ้อยคำเหล่านี้ได้ไหม “เช่นเดียวกับพวกท่านหลายคน ข้าพเจ้าได้ยินถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ราวกับเป็นสุรเสียงของพระเจ้าตรัสกับข้าพเจ้า และเช่นเดียวกันกับพวกท่านหลายคน ข้าพเจ้าตัดสินใจเชื่อฟังถ้อยคำเหล่านั้น”21

    ขอให้เราถือสิ่งนี้เป็นแบบอย่างสำหรับชีวิตเรา

    คำสัญญาและพร

    ข้าพเจ้าสัญญาว่าเมื่อท่านได้ยินสุรเสียงของพระเจ้าตรัสกับท่านในคำสอนของการประชุมใหญ่สามัญครั้งนี้ แล้วทำตามการกระตุ้นเตือนเหล่านั้น ท่านจะรู้สึกว่าพระหัตถ์แห่งสวรรค์อยู่เหนือท่าน ชีวิตท่านและชีวิตคนรอบข้างท่านจะได้รับพร22

    ระหว่างการประชุมใหญ่ครั้งนี้ เราคิดถึงศาสดาพยากรณ์ที่รักของเรา เรารักท่านครับ ประธานมอนสัน ข้าพเจ้าจบด้วยถ้อยคำที่ท่านกล่าวจากแท่นพูดนี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่านี่เป็นพรที่ท่านอยากจะให้กับพวกเราแต่ละคนวันนี้ หากท่านสามารถมาอยู่กับเราได้ ท่านกล่าวว่า “เมื่อเรากลับจากการประชุมใหญ่นี้ ข้าพเจ้าขอพรจากสวรรค์ประทานแก่ท่านทุกคน … ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอพระบิดาบนสวรรค์ประทานพรท่านกับครอบครัว ขอให้ข่าวสารและวิญญาณของการประชุมนี้แสดงออกในทุกอย่างที่ท่านทำ—ที่บ้านท่าน ที่ทำงาน ในการประชุม และกิจกรรมทุกอย่างของท่าน”

    ท่านทิ้งท้ายว่า “ข้าพเจ้ารักท่าน และสวดอ้อนวอนให้ท่าน ขอพระผู้เป็นเจ้าประทานพรท่าน ขอให้สันติสุขที่พระองค์ทรงสัญญาไว้อยู่กับท่านวันนี้และตลอดไป”23

    ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน