2010-2017
    สามใบเถา
    Footnotes
    Theme

    สามใบเถา

    เรารับผิดชอบต่อความเป็นสานุศิษย์ของตนเอง และเรื่องนั้นเกี่ยวข้องเพียงน้อยนิด—หรือไม่เกี่ยวข้องเลย—กับวิธีที่คนอื่นปฏิบัติต่อเรา

    พี่น้องสตรีทั้งหลาย มิตรสหายที่รัก การเริ่มการประชุมใหญ่สามัญด้วยภาคการประชุมใหญ่สตรีทั่วโลกนั้นช่างมีความสำคัญและดีเยี่ยม ทุกท่านลองคิดดู: สตรีทุกวัย ทุกภูมิหลัง ทุกชนชาติและภาษาร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวในศรัทธาและความรักสำหรับพระเจ้าพระเยซูคริสต์

    ไม่นานมานี้เราได้พบกับประธานโธมัส เอส. มอนสัน ศาสดาพยากรณ์ผู้เป็นที่รักของเรา ท่านบอกเราว่าท่านรักพระเจ้ามาก และข้าพเจ้าทราบว่าประธานมอนสันสำนึกคุณอย่างยิ่งสำหรับความรัก คำสอนอ้อนวอน และการอุทิศตนที่ท่านมีต่อพระเจ้า

    นานมาแล้วในดินแดนอันไกลโพ้นมีครอบครัวของพี่น้องสามใบเถาอาศัยอยู่ที่นั่น

    พี่สาวคนโตคือ ระทม ทุกสิ่งตั้งแต่จมูกถึงคาง จากผิวหนังถึงนิ้วเท้า ดูเหมือนไม่มีอะไรดีพอสำหรับเธอ เมื่อเธอพูด บางครั้งวาจาของเธอเงอะงะเคอะเขิน และผู้คนพากันหัวเราะ เมื่อมีคนวิพากษ์วิจารณ์เธอหรือแกล้ง “ลืม” ชวนเธอไปไหนมาไหนด้วย เธอจะหน้าแดง เดินหลบไปอยู่เงียบๆ ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยและสงสัยว่าทำไมหนอชีวิตจึงมืดมนหม่นหมองเช่นนี้

    น้องสาวคนที่สองคือ ระราน เธอคิดว่าตนเองฉลาดมาก แต่จะมีบางคนที่ได้คะแนนสอบสูงกว่าเธอเสมอที่โรงเรียน เธอคิดว่าตนเองเป็นคนคุยสนุก สวยเก๋ มีเสน่ห์ชวนฝัน แต่ดูเหมือนจะมีบางคนที่คุยสนุกกว่า สวยกว่า เก๋กว่า หรือมีเสน่ห์มากกว่าเธอเสมอ

    เธอไม่เคยเป็นที่หนึ่งในด้านใดเลย และเธอทนรับเรื่องนี้ไม่ได้ชีวิตไม่ควรจะเป็นแบบนี้!

    บางครั้งเธอด่าว่าคนอื่น และดูเหมือนว่าเธอพร้อมจะก้าวร้าวตลอดเวลาไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

    แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้เธอเป็นที่นิยมชมชอบมากขึ้นแต่อย่างใด บางครั้งเธอกัดฟัน กำหมัดแน่น และคิดว่า “ชีวิตไม่ยุติธรรม!”

    แล้วก็มีน้องสาวคนที่สาม ต่างจากระทมและระรานพี่สาวของเธอ เธอนั้นแสนจะ ระรื่น และไม่ใช่เพราะว่าเธอฉลาดกว่าหรือสวยกว่าหรือมีความสามารถมากกว่าพี่สาว ไม่เลย บางครั้งผู้คนก็หลบหรือเมินเธอด้วย บางครั้งพวกเขาล้อชุดที่เธอสวมหรือสิ่งที่เธอพูด บางครั้งพวกเขาพูดไม่ดีเกี่ยวกับเธอ แต่เธอไม่ยอมให้เรื่องเหล่านั้นมากวนใจเธอมากเกินไป

    น้องสาวคนนี้ชอบร้องเพลง เธอไม่ได้ร้องเก่งเลอเลิศ มีคนหัวเราะเยาะเธอ แต่สิ่งนั้นไม่ได้หยุดยั้งเธอ เธอจะบอกว่า “ฉันจะไม่ยอมให้คนอื่นและความคิดของคนอื่นมาทำให้ฉันเลิกร้องเพลง!”

    ข้อเท็จจริงที่ว่าเธอยังคงร้องเพลงต่อไปทำให้พี่สาวคนโตระทมและพี่สาวคนที่สองระราน

    หลายปีผ่านไป และในที่สุดพี่น้องแต่ละคนก็มาถึงบั้นปลายชีวิตบนแผ่นดินโลก

    พี่สาวคนโต ผู้ที่ค้นพบครั้งแล้วครั้งเล่าว่าชีวิตนี้มีแต่ความผิดหวัง สุดท้ายก็ตายอย่าง ระทม

    คนที่สอง ผู้มองหาสิ่งใหม่ๆ ให้เกลียดชังได้ทุกวัน ก็ตายอย่าง ระราน

    และน้องสาวคนที่สาม ผู้ใช้ชีวิตร้องเพลงสุดพลังที่มี สีหน้าของเธอยิ้มแย้มด้วยความมั่นใจ เธอตายอย่าง ระรื่น

    แน่นอนว่าชีวิตไม่ได้เรียบง่าย และผู้คนไม่ได้มีมิติเดียวแบบพี่น้องสามใบเถาในเรื่องนี้ แต่แม้แบบอย่างที่สุดโต่งเหล่านี้ก็สามารถสอนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับตัวเราเอง ถ้าท่านเป็นเหมือนพวกเราส่วนใหญ่ ท่านอาจมองเห็นบางส่วนของตัวท่านเองในพี่น้องสามใบเถาคนใดคนหนึ่งหรือสองคนหรือทั้งสามคน เรามามองแต่ละคนให้เห็นกันชัดๆ

    เหยื่อ

    พี่สาวคนโตมองตนเองว่าเป็นเหยื่อ—เป็นคนที่ถูกกระทำ1 ดูเหมือนว่ามีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่าซึ่งทำให้เธอระทมทุกข์ ด้วยมุมมองชีวิตเช่นนี้ เธอยอมให้ผู้อื่นเข้ามาควบคุมความรู้สึกและพฤติกรรมของเธอ เมื่อเราทำเช่นนี้ เราถูกพัดไปพัดมาด้วยลมแห่งความเห็นทุกอย่าง—และทุกวันนี้ที่สื่อสังคมออนไลน์มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ลมเหล่านี้พัดแรงระดับพายุเฮอร์ริเคนเลยทีเดียว

    พี่น้องที่รัก ทำไมท่านต้องยอมสละความสุขให้คนบางคน หรือคนบางกลุ่มที่แทบจะไม่สนใจท่าน—หรือความสุขของท่าน

    ถ้าท่านพบว่าตนเองเป็นทุกข์กับสิ่งที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับตัวท่าน ข้าพเจ้าขอแนะนำยาแก้พิษดังนี้: จงจำไว้ว่าท่านเป็นใคร จงจำไว้ว่าท่านมาจากเชื้อสายอันสูงส่งแห่งอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า ธิดาของพระบิดาพระมารดาบนสวรรค์ ผู้ทรงปกครองทั่วจักรวาล

    ท่านมีดีเอ็นเอทางวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้า ท่านมีของประทานพิเศษซึ่งเกิดจากการสร้างทางวิญญาณของท่านและได้รับการพัฒนาในระหว่างช่วงชีวิตก่อนเกิดอันยาวนานของท่าน ท่านเป็นลูกของพระบิดาในสวรรค์ผู้ทรงเมตตาและเป็นอมตะ พระเจ้าจอมทัพ พระผู้สร้างจักรวาล ผู้ทรงวางดาวฤกษ์ที่หมุนรอบตัวเองตลอดทั่วผืนอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล และทรงวางดาวเคราะห์ในวงโคจรที่กำหนดไว้

    ท่านอยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์

    พระหัตถ์อันประเสริฐ

    พระหัตถ์แห่งความรัก

    พระหัตถ์แห่งความห่วงใย

    และไม่มีสิ่งใดที่ใครเคยพูดไว้เกี่ยวกับท่านจะเปลี่ยนแปลงสิ่งนั้นได้ คำพูดของพวกเขาไร้ความหมายเมื่อเทียบกับสิ่งที่พระผู้เป็นเจ้าตรัสเกี่ยวกับท่าน

    ท่านเป็นลูกรักของพระองค์

    พระองค์ทรงรักท่าน

    แม้ในยามที่ท่านก้าวพลาด แม้ในยามที่ท่านหันไปจากพระองค์ พระผู้เป็นเจ้าทรงรักท่าน หากท่านรู้สึกว่าหลงทาง ถูกทอดทิ้ง หรือถูกลืม—อย่ากลัวเลย พระเมษบาลผู้ประเสริฐจะหาท่านจนพบ พระองค์จะทรงอุ้มท่านพาดไว้บนพระอังสาของพระองค์ และจะทรงแบกท่านกลับบ้าน2

    พี่น้องที่รัก ขอจงยอมให้ความจริงจากสวรรค์ฝังลึกลงไปในใจท่าน และท่านจะพบว่ามีเหตุผลมากมายที่จะไม่ระทมทุกข์ เพราะท่านมีจุดหมายนิรันดร์ที่ต้องทำให้สำเร็จ

    พระผู้ช่วยให้รอดที่รักของโลกทรงสละพระชนม์ชีพเพื่อท่านจะสามารถเลือกให้จุดหมายนั้นกลายเป็นความจริง ท่านรับพระนามของพระองค์ไว้กับท่าน ท่านเป็นสานุศิษย์ของพระองค์ และเพราะพระองค์ ท่านสามารถนุ่งห่มตัวท่านด้วยเสื้อคลุมแห่งรัศมีภาพนิรันดร์

    นักเกลียด

    คนที่สองโกรธโลก เหมือนพี่สาวแสนระทม เธอรู้สึกว่าปัญหาในชีวิตเธอทั้งหมดเกิดจากคนอื่น เธอโทษครอบครัว มิตรสหาย เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ตำรวจ เพื่อนบ้าน ผู้นำศาสนจักร แฟชั่นยุคปัจจุบัน แม้แต่แรงระเบิดบนดวงอาทิตย์ และความโชคร้ายเธอด่าว่าทุกสิ่งทุกอย่าง

    เธอไม่เคยคิดว่าตนเองเป็นคนใจร้าย ในทางกลับกัน เธอรู้สึกว่าเธอแค่ปกป้องตนเองเท่านั้น เธอเชื่อว่าคนอื่นๆ ทุกคนมีแรงจูงใจจากความเห็นแก่ตัว ความใจแคบ และความเกลียด ส่วนตัวเธอเองนั้นมีแรงจูงใจจากเจตนาดี—ความยุติธรรม ความซื่อตรง และความรัก

    น่าเสียดาย แนวคิดของน้องระรานเป็นเรื่องปกติมาก การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้มีเนื้อหาที่กล่าวถึงการสำรวจความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคู่อริ ส่วนหนึ่งของการวิจัย นักวิจัยสัมภาษณ์ชาวปาเลสไตน์กับชาวอิสราเอลในตะวันออกกลาง และฝ่ายรีพับริกันกับฝ่ายเดโมแครตในสหรัฐ พวกเขาค้นพบว่า “แต่ละฝ่ายต่างก็คิดว่ากลุ่มของตนเอง [มี] แรงจูงใจจากความรักมากกว่าความเกลียด แต่เมื่อถามว่าทำไมกลุ่มคู่อริจึงมีส่วนเกี่ยวข้องในความขัดแย้ง [พวกเขา] ชี้ให้เห็นว่าความเกลียดเป็นตัวการที่สร้างแรงจูงใจของอีกกลุ่ม”3

    กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ แต่ละกลุ่มคิดว่าตนเองเป็น “ฝ่ายดี”—ยุติธรรม ใจดี และซื่อสัตย์ ในทางตรงกันข้าม พวกเขามองคู่อริว่าเป็น “ฝ่ายไม่ดี”—ไม่รู้จริง ไม่สุจริตใจ แม้กระทั่งชั่วร้าย

    ในปีที่ข้าพเจ้าเกิด สงครามอันเลวร้ายล้นโลก นำมาซึ่งความปวดร้าวทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสต่อโลก สงครามปะทุขึ้นจากประเทศของข้าพเจ้าเอง—โดยคนกลุ่มหนึ่งที่ระบุว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งชั่วร้ายและส่งเสริมให้เกลียดชังคนกลุ่มนั้น

    พวกเขาปิดปากคนที่พวกเขาไม่ชอบ พวกเขาประจานและตราหน้าคนเหล่านั้นว่าเป็นคนชั่ว พวกเขาคิดว่าคนเหล่านั้นด้อยกว่า—แม้ต่ำกว่ามนุษย์ เมื่อใดที่ท่านลดค่าคนกลุ่มหนึ่ง ท่านก็จะคิดว่าคำพูดและการกระทำรุนแรงต่อคนเหล่านั้นสมควรแล้ว

    ข้าพเจ้าหวาดหวั่นเมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในเยอรมนีช่วงศตวรรษที่ 20

    เมื่อมีคนต่อต้านหรือไม่เห็นด้วยกับเรา เป็นเรื่องง่ายที่เราอยากจะทึกทักเอาเองว่าพวกเขามีอะไรผิดปกติ และจากตรงนั้นก็ง่ายมากที่จะเสริมแรงจูงใจที่แย่ที่สุดต่อคำพูดและการกระทำของพวกเขา

    แน่นอนว่า เราต้องยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องเสมอ และมีบางเวลาที่เราต้องเปล่งเสียงเพื่ออุดมการณ์นั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเราทำเช่นนั้นด้วยใจที่โกรธหรือเกลียด—เมื่อเราด่าว่าผู้อื่นให้เจ็บใจ อับอาย หรือปิดปากพวกเขา—โอกาสที่เราจะทำเช่นนั้นด้วยความไม่ชอบธรรมย่อมมีมาก

    พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนอะไร

    “แต่เราบอกพวกท่านว่า จงรักศัตรูของท่าน และจงอธิษฐานเพื่อบรรดาคนที่ข่มเหงพวกท่าน

    “เพื่อว่าพวกท่านจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์”4

    นี่คือวิธีของพระผู้ช่วยให้รอด นี่คือขั้นตอนแรกในการทำลายกำแพงที่สร้างความโกรธ ความเกลียด การแบ่งแยก และความรุนแรงอย่างมากในโลกนี้

    ท่านอาจจะบอกว่า “ใช่ ฉันจะเต็มใจรักศัตรูของฉัน—ก็ต่อเมื่อพวกเขาเต็มใจทำเช่นเดียวกัน”

    แต่นั่นไม่สำคัญมิใช่หรือ เรารับผิดชอบต่อความเป็นสานุศิษย์ของตนเอง และเรื่องนั้นเกี่ยวข้องเพียงน้อยนิด—หรือไม่เกี่ยวข้องเลย—กับวิธีที่คนอื่นปฏิบัติต่อเรา เราตั้งความหวังไว้ว่าพวกเขาจะเข้าใจและมีจิตกุศลกลับคืน แต่ความรักที่เรามีให้ พวกเขา ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกที่พวกเขามีต่อ เรา

    บางทีความพยายามที่จะรักศัตรูของเราจะทำให้ใจของพวกเขาอ่อนลงและเป็นอิทธิพลที่ดีต่อพวกเขา บางทีอาจไม่ใช่เช่นนั้น แต่นั่นไม่ได้เปลี่ยนคำมั่นสัญญาของเราที่จะติดตามพระเยซูคริสต์

    ดังนั้น ในฐานะสมาชิกศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ เราจะรักศัตรูของเรา

    เราจะเอาชนะความโกรธและความเกลียดชัง

    เราจะเติมเต็มหัวใจเราด้วยความรักสำหรับบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้า

    เราจะออกไปเป็นพรแก่ผู้อื่นและปฏิบัติศาสนกิจต่อพวกเขา—แม้คนที่อาจ “ข่มเหง [เรา]”5

    สานุศิษย์ที่แท้จริง

    น้องสาวคนที่สามเป็นตัวแทนสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ เธอทำบางสิ่งซึ่งอาจจะทำได้ยากที่สุด เธอวางใจพระผู้เป็นเจ้าแม้ในยามที่ต้องเผชิญคำเย้ยหยันและความยากลำบาก เธอยังคงรักษาศรัทธาและความหวังของเธอ แม้จะถูกดูหมิ่นถากถางจากคนรอบข้าง เธอดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข ไม่ใช่เพราะสภาวการณ์ของเธอมีความสุข แต่เพราะ เธอ มีความสุข

    ไม่มีใครเดินผ่านเส้นทางชีวิตโดยปราศจากการต่อต้าน โดยที่มีพลังมากมายพยายามดึงเราไป เราจะทำให้วิสัยทัศน์ของเราจดจ่ออยู่ที่ความสุขอันเรืองโรจน์ที่สัญญาไว้กับผู้ที่ซื่อสัตย์ได้อย่างไร

    ข้าพเจ้าเชื่อว่าคำตอบมีอยู่ในความฝันของศาสดาพยากรณ์ท่านหนึ่งเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ศาสดาพยากรณ์ท่านนี้ชื่อลีไฮ ความฝันของท่านบันทึกไว้ในพระคัมภีร์มอรมอนอันล้ำค่าและยอดเยี่ยม

    ในความฝันของลีไฮ ท่านเห็นทุ่งกว้าง และในนั้นมีต้นไม้น่าพิศวง สวยงามสุดจะพรรณนา ท่านยังเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังหาทางไปที่ต้นไม้นั้น พวกเขาต้องการลิ้มรสผลไม้อันเลอเลิศ พวกเขารู้สึกและวางใจว่าผลไม้นั้นจะมอบความสุขอันยิ่งใหญ่และสันติสุขอันยั่งยืนให้พวกเขา

    มีทางแคบทางหนึ่งที่นำไปสู่ต้นไม้ และตลอดทางนั้นมีราวเหล็กที่ช่วยให้พวกเขาไม่ออกนอกเส้นทาง แต่ก็มีหมอกแห่งความมืดซึ่งปิดบังไม่ให้เห็นเส้นทางและต้นไม้นั้น สิ่งที่อาจเป็นอันตรายมากกว่าคือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยซึ่งดังมาจากอาคารใหญ่และกว้างใกล้กัน น่าแปลก เสียงเย้ยหยันดังกล่าวถึงกับชักจูงคนบางคนที่ไปถึงต้นไม้และลิ้มรสผลไม้อันเลอเลิศนั้นแล้วให้เริ่มรู้สึกอับอายและระหกระเหินออกไป6

    บางทีพวกเขาเริ่มสงสัยว่าต้นไม้นั้นสวยงามจริงๆ เหมือนที่พวกเขาเคยคิดหรือไม่ บางทีพวกเขาเริ่มสงสัยความเป็นจริงของประสบการณ์ที่พวกเขาได้รับ

    พวกเขาอาจคิดว่าถ้าพวกเขาหันไปจากต้นไม้นั้น ชีวิตจะง่ายขึ้น พวกเขาอาจจะไม่ถูกเย้ยหยันหรือหัวเราะเยาะอีกต่อไป

    อันที่จริง ผู้คนที่เยาะเย้ยพวกเขาดูเหมือนเป็นผู้คนที่มีความสุขมากและกำลังสนุกสนานเพลิดเพลิน ดังนั้น หากพวกเขาละทิ้งต้นไม้ ฝูงชนในอาคารใหญ่และกว้างนั้นจะต้อนรับพวกเขา ปรบมือชื่นชมวิจารณญาณ สติปัญญา และความช่ำชองโลกของพวกเขา

    จงอยู่บนเส้นทาง

    พี่น้องสตรีทุกท่าน มิตรสหายทั้งหลาย หากท่านพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะยึดราวเหล็กไว้แน่นและเดินอย่างมั่นคงไปสู่ความรอด หากเสียงหัวเราะและคำเย้ยหยันของคนที่ดูเหมือนมั่นใจมากทำให้ท่านต้องหวั่นไหว หากท่านหนักใจกับคำถามที่ไม่มีคำตอบหรือหลักคำสอนที่ยังไม่เข้าใจ หากท่านรู้สึกเศร้าเนื่องจากผิดหวัง ข้าพเจ้าขอให้ท่านระลึกถึงความฝันของลีไฮ

    จงอยู่บนเส้นทาง!

    จงอย่าปล่อยมือจากราวเหล็ก—พระคำของพระผู้เป็นเจ้า!

    และเมื่อใครก็ตามพยายามทำให้ท่านรู้สึกอายที่รับส่วนความรักของพระผู้เป็นเจ้า อย่าสนใจพวกเขา

    อย่าลืมว่าท่านเป็นลูกพระผู้เป็นเจ้า พระพรเฝ้าคอยรอท่า หากท่านเรียนทำตามพระบัญชา จะได้อยู่กับพระองค์!7

    คำสัญญาที่มาจากคำสรรเสริญและการยอมรับของโลกเชื่อถือไม่ได้ ไม่จริง และไม่น่าพึงพอใจ คำสัญญาของพระผู้เป็นเจ้าจริงแท้ แน่นอน และน่ายินดี—ทั้งในเวลานี้และตลอดไป

    ข้าพเจ้าเชื้อเชิญให้ท่านพิจารณาศาสนาและศรัทธาจากมุมมองที่สูงกว่า ไม่มีสิ่งใดที่อาคารใหญ่และกว้างมีให้จะเทียบเทียมได้เท่ากับผลของการดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์

    โดยแท้แล้ว “สิ่งที่ตาไม่เห็น หูไม่ได้ยิน และสิ่งที่ใจมนุษย์คิดไม่ถึงคือสิ่งที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนทั้งหลายที่รักพระองค์”8

    ข้าพเจ้าเรียนรู้ด้วยตนเองว่าเส้นทางของการเป็นสานุศิษย์ในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์คือทางแห่งปีติ คือทางสู่ความปลอดภัยและสันติสุข คือทางสู่ความจริง

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าโดยของประทานและอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านจะเรียนรู้สิ่งนี้ได้ด้วยตนเอง

    ในระหว่างนั้น หากเส้นทางเริ่มยากลำบากสำหรับท่าน ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะพบที่หลบภัยและพละกำลังในองค์การศาสนจักรที่ยอดเยี่ยมของเรา นั่นคือปฐมวัย เยาวชนหญิง และสมาคมสงเคราะห์ องค์การเหล่านั้นเป็นเหมือนจุดแวะพักตามเส้นทาง ที่ท่านสามารถเพิ่มความมั่นใจและศรัทธาของท่านใหม่สำหรับการเดินทางข้างหน้า องค์การเหล่านั้นเป็นบ้านที่ปลอดภัย ที่ท่านจะรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งและได้รับกำลังใจจากพี่น้องสตรีตลอดจนเพื่อนสานุศิษย์ของท่าน

    สิ่งที่ท่านเรียนรู้ในปฐมวัยเตรียมท่านให้พร้อมรับความจริงเพิ่มเติมที่ท่านเรียนรู้ในฐานะเยาวชนหญิง เส้นทางแห่งการเป็นสานุศิษย์ที่ท่านเดินตามในชั้นเรียนเยาวชนหญิงนำไปสู่สัมพันธภาพและความเป็นพี่น้องของสมาคมสงเคราะห์ แต่ละก้าวตามเส้นทางนี้ ท่านได้รับโอกาสเพิ่มเติมในการแสดงความรักต่อผู้อื่นผ่านการกระทำที่เกิดจากศรัทธา ความการุณย์ จิตกุศล คุณธรรม และการรับใช้

    การเลือกเส้นทางแห่งการเป็นสานุศิษย์นี้จะนำไปสู่ความสุขและสัมฤทธิผลเกินคำพรรณนาของคุณลักษณะแห่งสวรรค์ของท่าน

    ทั้งหมดนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย จะเรียกร้องสิ่งดีที่สุดที่ท่านมี—สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ศรัทธา ความซื่อสัตย์ พละกำลัง ความมุ่งมั่น และความรักทั้งหมดของท่าน แต่วันหนึ่งท่านจะมองย้อนกลับไปที่ความพยายามของท่าน และท่านจะสำนึกคุณอย่างยิ่งที่ท่านมั่นคง ที่ท่านเชื่อ และที่ท่านไม่ออกไปจากเส้นทาง

    รุดหน้าต่อไป

    อาจมีหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับชีวิตที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของท่าน แต่สุดท้ายแล้ว ท่านมีพลังที่จะเลือกจุดหมายปลายทางและประสบการณ์หลายอย่างของท่านตลอดเส้นทาง ไม่ใช่ความสามารถของท่านเท่าไรนัก แต่เป็นการเลือกของท่านที่สร้างความแตกต่างในชีวิต9

    ท่านจะไม่ยอมให้สภาวการณ์ทำให้ท่านระทมทุกข์

    ท่านจะไม่ยอมให้สิ่งเหล่านั้นทำให้ท่านระราน

    ท่านสามารถชื่นชมยินดีที่ท่านเป็นธิดาของพระผู้เป็นเจ้า ท่านสามารถพบปีติและความสุขในพระคุณของพระผู้เป็นเจ้าและในความรักของพระเยซูคริสต์

    ท่านระรื่นชื่นใจได้

    ข้าพเจ้ากระตุ้นให้ท่านเติมเต็มใจของท่านด้วยความสำนึกคุณสำหรับคุณงามความดีอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ของพระผู้เป็นเจ้า พี่น้องสตรีที่รัก ท่านทำสิ่งนี้ได้! ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนด้วยความรักอันสุดซึ้งจากจิตวิญญาณข้าพเจ้าว่าท่านจะเลือกรุดหน้าต่อไปสู่ต้นไม้แห่งชีวิต ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าท่านจะเลือกเปล่งเสียงและทำให้ชีวิตของท่านเป็นวงซิมโฟนีอันเลอเลิศของการสรรเสริญ โดยชื่นชมยินดีในสิ่งที่ความรักของพระผู้เป็นเจ้า ความมหัศจรรย์ของศาสนจักรของพระองค์ และพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์สามารถนำมาสู่โลกนี้

    เสียงเพลงสดุดีแห่งการเป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงอาจจะเพี้ยนไปบ้างหรือดังไปบ้างสำหรับคนบางคน เป็นอย่างนี้มาแล้วนับตั้งแต่กาลเริ่มต้น

    แต่สำหรับพระบิดาบนสวรรค์ รวมทั้งคนที่รักและถวายเกียรติพระองค์ นี่เป็นบทเพลงที่ล้ำค่าและไพเราะที่สุด—บทเพลงสดุดีที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์แห่งความรักที่ไถ่และการรับใช้พระผู้เป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์10

    ข้าพเจ้าฝากคำอวยพรให้ท่านทั้งหลายในฐานะอัครสาวกของพระเจ้าว่าท่านจะพบพละกำลังและความกล้าหาญที่จะเจริญก้าวหน้าอย่างมีความสุขในฐานะธิดาของพระผู้เป็นเจ้าขณะที่เดินอย่างระรื่นชื่นใจในแต่ละวันบนเส้นทางอันเรืองโรจน์แห่งการเป็นสานุศิษย์ ในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน