2010-2017
    เดินทางต่อไป!
    Footnotes
    Theme

    เดินทางต่อไป!

    การเดินทางกลับไปหาพระบิดาบนสวรรค์เป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา

    หนึ่งร้อยเจ็ดสิบปีที่แล้ว บริคัม ยังก์มองทั่วหุบเขาซอลท์เลคเป็นครั้งแรกและประกาศว่า “ตรงนี้แหละ!”1 ท่านรู้จักที่นั่นเพราะพระเจ้าทรงเปิดเผยต่อท่าน

    ประมาณปี 1869 วิสุทธิชน 70,000 กว่าคนออกเดินทางคล้ายกัน แม้จะมีความต่างมากมายด้านภาษา วัฒนธรรม และสัญชาติ แต่พวกเขามีประจักษ์พยานร่วมกันเกี่ยวกับพระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ การฟื้นฟูพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ และความปรารถนาจะสร้างไซอัน—สถานที่แห่งสันติ ความสุข และความสวยงามในการเตรียมรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระผู้ช่วยให้รอด

    Jane Manning James

    หนึ่งในวิสุทธิชนรุ่นแรกที่มาถึงยูทาห์คือเจน แมนนิงก์ เจมส์—เธอเป็นบุตรสาวของทาสที่เป็นไท ผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใสศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟู และสานุศิษย์ที่ยอดเยี่ยมผู้ประสบความท้าทายยากๆซิสเตอร์เจมส์เป็นวิสุทธิชนยุคสุดท้ายที่ซื่อสัตย์จนเธอสิ้นชีวิตในปี 1908

    เธอเขียนว่า “ดิฉันต้องการพูดตรงนี้ว่าศรัทธาของดิฉันในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ตามที่สอนโดยศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย แรงกล้าในวันนี้ ไม่ใช่สิ น่าจะแรงกล้ากว่าวันที่ดิฉันรับบัพติศมาครั้งแรก ดิฉันจ่ายส่วนสิบและเงินบริจาค รักษาพระคำแห่งปัญญา ดิฉันเข้านอนแต่หัวค่ำและตื่นแต่เช้า ดิฉันพยายามเป็นแบบอย่างที่ดีต่อทุกคนแม้ร่างกายจะอ่อนแอ”2

    ซิสเตอร์เจมส์เหมือนวิสุทธิชนยุคสุดท้ายอีกมากมาย เธอไม่เพียงสร้างไซอันด้วยเลือดเนื้อ หยาดเหงื่อ และน้ำตา แต่แสวงหาพรของพระเจ้าผ่านการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมพระกิตติคุณจนสุดความสามารถขณะยึดมั่นศรัทธาในพระเยซูคริสต์—พระผู้ทรงเยียวยาทุกคนที่แสวงหาพระองค์อย่างจริงใจ

    วิสุทธิชนยุคแรกไม่ดีพร้อม แต่พวกเขาวางรากฐานซึ่งเรากำลังสร้างครอบครัวและสังคมที่รักและรักษาพันธสัญญาบนนั้น ซึ่งเห็นเด่นชัดในข่าวต่างๆ ทั่วโลกเพราะคำมั่นสัญญาของเราต่อพระเยซูคริสต์และการที่เราอาสาช่วยคนใกล้ตัวและคนไกลตัว3

    ประธานอายริงก์ครับ ข้าพเจ้าขอแสดงความซาบซึ้งใจด้วยคนจากที่ท่านให้ไว้ต่อเทพเสื้อเหลืองหลายหมื่นคนที่กำลังรับใช้ในเทกซัส เม็กซิโก และที่อื่นๆ

    ข้าพเจ้ามีความเชื่อมั่นลึกซึ้งว่าถ้าเราไม่ผูกพันกับคนที่อยู่มาก่อนเรา รวมทั้งบรรพบุรุษผู้บุกเบิกของเรา เราจะสูญเสียสมบัติล้ำค่ามาก ข้าพเจ้าเคยพูดเรื่อง “ศรัทธาในทุกย่างก้าว” มาแล้วและจะพูดต่อไปในอนาคตเพราะรู้ว่าอนุชนรุ่นหลังต้องมีศรัทธาแบบเดียวกับที่วิสุทธิชนยุคแรกมีในพระเจ้าพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟู4

    บรรพบุรุษผู้บุกเบิกของเราอยู่ในหมู่ผู้บุกเบิกที่ซื่อสัตย์เหล่านั้นผู้ดึงรถลาก นั่งเกวียน และเดินไปยูทาห์ พวกเขาเหมือนซิสเตอร์เจน แมนนิงก์ เจมส์คือมีศรัทธาลึกซึ้งในทุกย่างก้าวขณะพวกเขาเดินไปตามทางของตน

    บันทึกส่วนตัวของพวกเขาเต็มไปด้วยคำพรรณนาเกี่ยวกับความยากลำบาก ความหิวโหย และความเจ็บป่วย รวมทั้งประจักษ์พยานเรื่องศรัทธาของพวกเขาในพระผู้เป็นเจ้าและพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์

    พวกเขามีทรัพย์สินทางโลกไม่มากแต่สุขใจกับพรอันอุดมจากความเป็นพี่น้องชายหญิงที่พวกเขาพบในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ เมื่อพวกเขาทำได้ พวกเขาจะหนุนใจคนที่ถูกกดขี่และให้พรคนเจ็บป่วยผ่านการรับใช้กันและโดยฐานะปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า

    พี่น้องสตรีในแคชวัลเลย์ ยูทาห์ดูแลช่วยเหลือวิสุทธิชนตามเจตนารมณ์ของสมาคมสงเคราะห์ให้ “พร้อมใจกันช่วยคนขัดสน”5 มาร์กาเร็ต แม็คนีล บัลลาร์ดคุณย่าทวดของข้าพเจ้ารับใช้เคียงข้างเฮนรีย์สามีของเธอเมื่อเขาเป็นอธิการวอร์ดโลแกนที่สองนาน 40 ปี มาร์กาเร็ตเป็นประธานสมาคมสงเคราะห์วอร์ดนาน 30 ปีในช่วงนั้น เธอรับคนยากไร้ ผู้ป่วย หญิงม่ายและเด็กกำพร้าเข้ามาในบ้าน และแม้กระทั่งแต่งตัวให้ผู้ตายในชุดพระวิหารที่สะอาด

    ถึงแม้การระลึกถึงการเดินทางอันเป็นประวัติศาสตร์ของผู้บุกเบิกมอรมอนในศตวรรษที่ 19 จะเหมาะสมและสำคัญ แต่เราพึงจดจำว่าเราแต่ละคนยังต้อง “เดินทางฟันฝ่าชีวิตต่อไป !” ขณะที่เราพิสูจน์ “ศรัทธาในทุกย่างก้าว”

    Singing

    ผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใสใหม่จะไม่ไปรวมกันตามถิ่นฐานผู้บุกเบิกทางตะวันตกของสหรัฐอีก แต่ผู้เปลี่ยนใจเลื่อมใสมารวมกันตามที่ประชุมของตน ที่ซึ่งวิสุทธิชนนมัสการพระ​บิดาบนสวรรค์ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เนื่องจากมีที่ประชุมกว่า 30,000 แห่งทั่วโลก ทุกคนจึงไปรวมกันตามไซอันของตน ดังที่พระคัมภีร์บันทึกว่า “เพราะนี่คือไซอัน—ผู้มีใจบริสุทธิ์”6

    เมื่อเราเดินบนถนนแห่งชีวิต เราได้รับการทดสอบเพื่อดูว่าเราจะ “ถือปฏิบัติสิ่งทั้งปวงไม่ว่าอะไรก็ตามที่ [พระเจ้าได้] บัญชา” หรือไม่7

    พวกเราจำนวนมากอยู่บนเส้นทางอันน่าทึ่งของการค้นพบ—อันนำไปสู่สัมฤทธิผลส่วนตัวและการรู้แจ้งทางวิญญาณ แต่พวกเราบางคนอยู่บนเส้นทางที่นำไปสู่โทมนัส บาป ความปวดร้าว และความผิดหวัง

    ในบริบทนี้ ขอให้ถามตัวท่านว่า อะไรคือจุดหมายสุดท้ายของท่าน ท่านกำลังก้าวไปที่ใด และการเดินทางของท่านนำท่านไปสู่ “พรเอนกประการ” ที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงสัญญาไว้หรือไม่8

    การเดินทางกลับไปหาพระบิดาบนสวรรค์เป็นการเดินทางครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตเรา และดำเนินต่อเนื่องทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน และทุกปีขณะที่เราเพิ่มพูนศรัทธาในพระองค์และในพระบุตรที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสต์

    เราต้องคอยดูว่าย่างก้าวของเราในชีวิตนำเราไปที่ใด เราต้องตื่นตัวและเอาใจใส่พระดำรัสแนะนำที่ประทานแก่เหล่าสาวกขณะพระเยซูทรงตอบคำถามเหล่านี้ “ขอโปรดให้พวก‍ข้า‍พระ‍องค์ทราบว่าเหตุ‍การณ์เหล่า‍นี้เกิด‍ขึ้นเมื่อ‍ไหร่? และอะไรเป็นหมาย‍สำคัญว่าพระ‍องค์จะเสด็จมา และยุคเก่าจะสิ้น‍สุดลง?

    “พระ‍เยซูตรัสตอบว่า ระวังให้ดี อย่าให้ [ชายหญิงคนใด] ล่อ‍ลวงพวก‍ท่าน”9

    วันนี้ข้าพเจ้าขอย้ำคำแนะนำที่ผู้นำศาสนจักรเคยให้ไว้

    • พี่น้องทั้งหลาย จงรักษาหลักคำสอนของพระคริสต์ให้บริสุทธิ์และอย่าให้คนที่เปลี่ยนหลักคำสอนหลอกท่าน พระกิตติคุณของพระบิดาและพระบุตรได้รับการฟื้นฟูผ่านโจเซฟ สมิธศาสดาพยากรณ์สำหรับสมัยการประทานนี้

    • อย่าฟังคนที่ ไม่ ได้รับแต่งตั้งและ/หรือการวางมือมอบหน้าที่สู่การเรียกในศาสนจักรและไม่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากสมาชิกของศาสนจักร10

    • จงระวังองค์กร กลุ่ม หรือบุคคลที่อ้างว่ามีคำตอบลึกลับให้คำถามด้านหลักคำสอนซึ่งพวกเขาบอกว่าอัครสาวกและศาสดาพยากรณ์ยุคปัจจุบันไม่มีหรือไม่เข้าใจ

    • อย่าฟังคนที่ชักจูงท่านด้วยแผนรวยทางลัด สมาชิกของเราสูญเสียเงินทองมากมายเหลือเกิน ฉะนั้นจงระวังให้ดี

    ในบางแห่ง พวกเราหลายคนมองข้ามเครื่องหมายและแสวงหาความรู้ลึกลับในกิจการที่น่าสงสัยและราคาแพงเพื่อให้การรักษาและช่วยเหลือ

    ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการของศาสนจักรเมื่อหนึ่งปีก่อนกล่าวว่า “เราขอให้สมาชิกศาสนจักรระวังเรื่องการเข้ากลุ่มใดก็ตามที่สัญญา—เพื่อแลกกับเงิน—เรื่องการรักษาอันน่าอัศจรรย์หรืออ้างว่ามีวิธีพิเศษเข้าถึงพลังการรักษานอกเหนือไปจากผู้ดำรงฐานะปุโรหิตที่ได้รับแต่งตั้งอย่างถูกต้อง”11

    คู่มือ ของศาสนจักรแนะนำว่า “สมาชิกต้องไม่ใช้เวชปฏิบัติหรือแนวปฏิบัติด้านสุขภาพที่อยู่ในข่ายสงสัยทางกฎหมายหรือจริยธรรมผู้นำในท้องที่ควรแนะนำสมาชิกที่มีปัญหาสุขภาพให้ปรึกษาแพทย์ผู้ทำเวชปฏิบัติที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตในประเทศที่สมาชิกทำงานอยู่”12

    พี่น้องทั้งหลาย จงฉลาดและรับรู้ว่ากิจการเหล่านั้นอาจดึงดูดทางอารมณ์แต่สุดท้ายแล้วอาจเป็นอันตรายทางร่างกายและทางวิญญาณ

    สำหรับบรรพชนผู้บุกเบิกของเรา อิสรภาพและการพึ่งพาตนเองสำคัญอย่างยิ่ง แต่สำนึกต่อชุมชนของพวกเขาสำคัญเช่นกัน พวกเขาทำงานด้วยกันและช่วยกันเอาชนะความท้าทายทางกายและทางอารมณ์ในสมัยของพวกเขา สำหรับผู้ชาย มีโควรัมฐานะปุโรหิต และผู้หญิงมีสมาคมสงเคราะห์คอยรับใช้ ผลที่ตามมาเหล่านี้ไม่เปลี่ยนในสมัยของเรา

    สมาคมสงเคราะห์และโควรัมฐานะปุโรหิตมีไว้เพื่อความผาสุกทางโลกและทางวิญญาณของสมาชิก

    จงอยู่บนเส้นทางพระกิตติคุณโดยมี “ศรัทธาในทุกย่างก้าว” เพื่อท่านจะสามารถกลับไปยังที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และพระเจ้าพระเยซูคริสต์ได้อย่างปลอดภัย พระเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดที่รักของเรา พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่ของโลก เราพึงถวายเกียรติพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และไม่ใช้ในทางที่ผิด พยายามรักษาพระบัญญัติของพระองค์เสมอ ถ้าเราทำเช่นนั้น พระองค์จะทรงอวยพรเราและนำเรากลับบ้านอย่างปลอดภัย

    ข้าพเจ้าเชื้อเชิญทุกท่านที่ได้ยินเสียงข้าพเจ้าให้ต้อนรับและโอบกอดทุกคนที่กำลังเดินในเส้นทางของตน ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ตรงจุดใดก็ตาม

    โปรดจำไว้ว่าไม่มีพรใดที่เราแบ่งปันได้จะยิ่งใหญ่กว่าข่าวสารของการฟื้นฟู ซึ่งเมื่อรับไว้และดำเนินตาม จะได้รับปีติอันเป็นนิจและสันติสุข—แม้ชีวิตนิรันดร์ ขอให้เราใช้พลังกาย พลังใจ และประจักษ์พยานของเราช่วยผู้สอนศาสนาหาบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้า สอน และให้บัพติศมาพวกเขาเพื่อพวกเขาจะมีพลังของหลักคำสอนพระกิตติคุณนำทางชีวิตประจำวันของพวกเขา

    เราต้องโอบกอดบุตรธิดาของพระผู้เป็นเจ้าอย่างมีเมตตาและขจัดอคติ รวมทั้งการเหยียดผิว การเหยียดเพศ และการเหยียดสัญชาติ ขอให้พูดได้ว่าเราเชื่อจริงๆ ว่าพรของพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์มีไว้สำหรับบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้า

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าเรายังต้อง “เดินทางต่อไป” และขอเชื้อเชิญให้ท่านอยู่บนเส้นทางพระกิตติคุณขณะยังคงมุ่งหน้าโดยเอื้อมไปหาบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้าด้วยความรักความเมตตาสงสารเพื่อเราจะพร้อมใจกันทำให้ใจเราบริสุทธิ์และมือเราสะอาดพอจะรับ “พรเอนกประการ” ซึ่งรอคอยทุกคนที่รักพระบิดาบนสวรรค์และพระบุตรผู้เป็นที่รักของพระองค์อย่างแท้จริง ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนด้วยความนอบน้อมถ่อมตนในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน