2010–2019
เชื่อ รัก ทำ
ดาวน์โหลด
หน้านี้ (MP3)
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

เชื่อ รัก ทำ

เราจะมีชีวิตครบบริบูรณ์ได้เราต้องเป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์—โดยทำตามวิธีของพระองค์และมีส่วนร่วมในงานของพระองค์

พี่น้องชายหญิงที่รักของข้าพเจ้า ช่างเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมที่ได้อยู่กับท่านในภาคการประชุมใหญ่สามัญที่อัศจรรย์ในวันนี้ เพื่อฟังข่าวสารที่ได้รับการดลใจ เพื่อฟังคณะนักร้องประสานเสียงผู้สอนศาสนาอันน่าทึ่งนี้ซึ่งเป็นตัวแทนผู้สอนศาสนาหลายพันคนทั่วโลก—บุตรธิดาของเรา—และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราเป็นหนึ่งเดียวกันในศรัทธาในวันนี้เพื่อสนับสนุนประธานและศาสดาพยากรณ์ผู้เป็นที่รักของเรา ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน ฝ่ายประธานสูงสุด และเจ้าหน้าที่สามัญของศาสนจักร ช่างเป็นวันที่เปี่ยมด้วยปีติที่ได้อยู่กับท่านวันนี้

กษัตริย์โซโลมอนในสมัยโบราณเป็นมนุษย์ที่ประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัดที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์1 ดูเหมือนเขามีทุกสิ่ง—เงิน อำนาจ ความเทิดทูน เกียรติยศ แต่หลังจากทำตามใจตนเองและฟุ้งเฟ้อเป็นเวลาหลายสิบปี ชีวิตของกษัตริย์โซโลมอนมีจุดจบอย่างไร

“สารพัดอนิจจัง”2 เขากล่าว

ชายผู้นี้ ผู้มีทุกสิ่ง สุดท้ายกลายเป็นคนผิดหวัง มองโลกในแง่ร้ายและไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่เขามีทุกสิ่งซึ่งเป็นข้อได้เปรียบ3

มีคำหนึ่งในภาษาเยอรมัน Weltschmerz นิยามคร่าวๆ คำนี้หมายถึงความเศร้าเสียใจอันเกิดจากความหมกมุ่นครุ่นคิดว่าโลกนี้ช่างต่ำต้อยด้อยค่ากว่าที่เราคิด

บางทีเราทุกคนอาจมี Weltschmerz อยู่บ้าง

เมื่อความทุกข์ระทมคืบคลานเข้ามาสู่ทุกด้านในชีวิตเรา เมื่อความเศร้ากลายเป็นเงามืดที่ครอบงำใจเราทุกวันคืน เมื่อเหตุสลดใจและความอยุติธรรมเข้ามาสู่โลกรอบข้างเรา รวมถึงชีวิตของคนที่เรารัก เมื่อเรารู้สึกว่าวิถีชีวิตเราโดดเดี่ยวและโชคร้าย มีเรื่องท้าทายไม่หยุดหย่อน ความเจ็บปวดทำให้เราเศร้าใจไม่มีความสงบ—เราอาจจะอยากเห็นด้วยกับโซโลมอนว่าชีวิตนี้ไร้ค่า ไร้ความหมาย

ความหวังครั้งใหญ่

ข่าวดีคือ มีความหวัง มีทางออกให้ความว่างเปล่า อนิจจัง และ Weltschmerz ของชีวิต มีทางออกให้ความสิ้นหวังจากส่วนลึกที่สุดและความท้อแท้ใจที่ท่านอาจรู้สึก

ความหวังมีอยู่ในอำนาจการเปลี่ยนแปลงแห่งพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ และในเดชานุภาพแห่งการไถ่ของพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อรักษาเราจากความเจ็บป่วยทางวิญญาณ

“เรา​มา” พระเยซูทรงประกาศ “​เพื่อ​พวก‍เขา​จะ​ได้​ชีวิต​และ​จะ​ได้​อย่าง​ครบ‍บริ‌บูรณ์”4

เราจะมีชีวิตครบบริบูรณ์ได้เราต้องไม่ใส่ใจเฉพาะความต้องการหรือความสำเร็จของตัวเราเอง เราต้องเป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์—โดยทำตามวิธีของพระองค์และมีส่วนร่วมในงานของพระองค์ เราจะพบชีวิตครบบริบูรณ์ได้โดยลืมตนเองและมีส่วนร่วมในอุดมการณ์สำคัญของพระคริสต์

อุดมการณ์ของพระคริสต์คืออะไร คือการเชื่อในพระองค์ รักดังที่พระองค์ทรงรัก และทำดังที่พระองค์ทรงทำ

พระเยซู “เสด็จไปทำคุณประโยชน์”5 พระองค์เสด็จไปในบรรดาคนยากไร้ คนจรจัด คนเจ็บไข้ และคนที่ละอายใจ พระองค์ทรงปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้ที่หมดแรง อ่อนแอ และไร้เพื่อน พระองค์ทรงใช้เวลากับพวกเขา พระองค์รับสั่งกับพวกเขา “พระ‍องค์ก็ทรงรักษาเขา‍ทั้ง‍หลายให้หาย‍โรคทุก‍คน”6

ทุกแห่งที่พระผู้ช่วยให้รอดเสด็จไป พระองค์ทรงสอน “ข่าวประเสริฐ”7 แห่งพระกิตติคุณ พระองค์ตรัสถึงความจริงนิรันดร์ซึ่งจะปลดปล่อยผู้คนให้เป็นอิสระทางวิญญาณและทางร่างกาย

ผู้ที่อุทิศตนต่ออุดมการณ์ของพระคริสต์ค้นพบความจริงในคำสัญญาของพระผู้ช่วยให้รอดที่ว่า “​ใคร​ยอม​เสีย​ชีวิต​เพราะ​เห็น​แก่​เรา คน‍นั้น​จะ​ได้​ชีวิต‍รอด”8

พี่น้องที่รัก โซโลมอนผิด—ชีวิตไม่ใช่ “อนิจจัง” ตรงกันข้าม ชีวิตเปี่ยมด้วยจุดประสงค์ ความหมาย และสันติสุข

พระหัตถ์แห่งการเยียวยาของพระเยซูคริสต์ช่วยทุกคนที่แสวงหาพระองค์ ข้าพเจ้ารู้ได้อย่างไร้ข้อสงสัยว่าการเชื่อพระผู้เป็นเจ้า รักพระองค์ และพยายามทำตามพระคริสต์จะเปลี่ยนจิตใจเราได้9 บรรเทาความเจ็บปวดและเติมเต็มจิตวิญญาณของเราด้วย “ความปรีดียิ่งนัก”10

เชื่อ รัก ทำ

แน่นอนว่า เราต้องทำมากกว่าความเข้าใจด้วยสติปัญญาเท่านั้นว่าพระกิตติคุณมีอิทธิพลเยียวยาในชีวิตเรา เราต้องรวมสิ่งนี้เข้ามาสู่ชีวิตเรา—ทำให้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เราเป็นและสิ่งที่เราทำ

ข้าพเจ้าขอแนะนำว่าการเป็นสานุศิษย์เริ่มต้นด้วยคำเรียบง่ายสามคำ

เชื่อ รัก และ ทำ

การเชื่อพระผู้เป็นเจ้านำไปสู่ศรัทธาในพระองค์และพัฒนาความวางใจในพระคำของพระองค์ ศรัทธาทำให้ใจเราเติบโตในความรักที่เรามีต่อพระผู้เป็นเจ้าและผู้อื่น ขณะที่ความรักนั้นเติบโต เราจะได้รับการดลใจให้ทำตามพระผู้ช่วยให้รอดขณะที่เราเดินทางต่อไปบนเส้นทางแห่งการเป็นสานุศิษย์

“แต่” ท่านกล่าว “นั่นดูเหมือนง่ายเกินไป แน่นอนว่าปัญหาชีวิต ปัญหาของข้าพเจ้า ซับซ้อนเกินว่าการแก้ไขที่เรียบง่ายเช่นนี้ ท่านไม่สามารถรักษา Weltschmerz ด้วยคำพูดเรียบง่ายสามคำ เชื่อ รัก ทำ

ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ได้ช่วยรักษา แต่เป็นความรักของพระผู้เป็นเจ้าที่ช่วยเหลือ ฟื้นฟู และชุบชีวิต

พระผู้เป็นเจ้าทรงรู้จักท่าน ท่านเป็นลูกของพระองค์ พระองค์ทรงรักท่าน

แม้เมื่อท่านคิดว่าท่านไม่คู่ควรกับความรัก พระองค์ทรงพยายามช่วยเหลือท่าน

ในวันนี้—ทุกวัน—พระองค์ทรงพยายามช่วยเหลือท่าน ทรงปรารถนาจะรักษาท่าน ยกท่าน และแทนที่ความว่างเปล่าในใจท่านด้วยปีติอันยั่งยืน พระองค์ทรงปรารถนาจะปัดเป่าความมืดในชีวิตท่านและเติมด้วยแสงสว่างเจิดจ้าแห่งรัศมีภาพของพระองค์ชั่วกัลปาวสาน

ข้าพเจ้าประสบสิ่งนี้ด้วยตนเอง

และนี่คือคำพยานของข้าพเจ้าในฐานะอัครสาวกของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ ว่าทุกคนที่มาหาพระผู้เป็นเจ้า—ทุกคนที่ เชื่อ รัก และ ทำ อย่างแท้จริง—จะประสบสิ่งเดียวกัน

เราเชื่อ

พระคัมภีร์สอนเราว่า “แต่​ถ้า​ไม่‍มี​ความ​เชื่อ​แล้ว จะ​ไม่​เป็น​ที่​พอ‍พระ‍ทัย​ [พระผู้เป็นเจ้า] เลย เพราะ‍ว่า​ผู้​ที่​จะ​มา​เฝ้า​พระ‍เจ้า​นั้น ต้อง​เชื่อ​ว่า​พระ‍องค์​ทรง​ดำรง​พระ‍ชนม์​อยู่”11

สำหรับบางคน การกระทำตามความเชื่อเป็นเรื่องยาก บางครั้งความจองหองของเราเข้ามาขวางทาง บางทีเราคิดว่าเพราะเรามีสติปัญญา มีการศึกษา หรือมีประสบการณ์ เราจึงไม่สามารถเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า และเราเริ่มมองว่าศาสนาเป็นประเพณีอันโง่เขลา12

จากประสบการณ์ของข้าพเจ้า ความเชื่อไม่ใช่ภาพวาดที่เรามองดูและชื่นชม เป็นสิ่งที่เราชอบนึกฝันและสนทนากัน ความเชื่อเป็นคันไถที่เรานำเข้าไปในทุ่ง ไถคราดให้เกิดร่องในผืนดิน หยอดเมล็ดและเกิดผลด้วยเหงื่ออาบหน้า เพื่อให้ผลของท่านคงอยู่13

จงเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้าและพระองค์จะทรงเข้าใกล้ท่าน14 นี่คือคำสัญญาต่อทุกคนที่พยายามเชื่อ

เรารัก

พระคัมภีร์เปิดเผยว่ายิ่งเรารักพระผู้เป็นเจ้าและบุตรธิดาของพระองค์มากเท่าไร เรายิ่งมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น15 ความรักที่พระเยซูตรัสไว้ไม่ใช่ความรักที่จำกัดปริมาณ โยนทิ้งได้ หรือย้ายไปรักอย่างอื่น ไม่ใช่ความรักที่พูดออกมาแล้วลืม ไม่ใช่ความรักแบบ “บอกผมนะถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้”

ความรักที่พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้คือความรักที่เข้าสู่ใจเราเมื่อเราตื่นนอนตอนเช้า อยู่กับเราไปตลอดวัน และพองโตในใจเราเมื่อเราเปล่งเสียงสวดอ้อนวอนแห่งความสำนึกคุณในตอนสิ้นวัน

นี่คือความรักสุดจะพรรณนาที่พระบิดาบนสวรรค์ทรงมีให้เรา

เป็นความการุณย์อันไม่มีที่สิ้นสุดที่ช่วยให้เราเห็นผู้อื่นอย่างชัดเจนขึ้นว่าพวกเขาเป็นใคร โดยผ่านเลนส์แห่งความรักอันบริสุทธิ์ เราเห็นสัตภาวะอมตะที่มีศักยภาพและคุณค่าไม่มีที่สิ้นสุด เห็นบุตรธิดาผู้เป็นที่รักของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์

เมื่อเรามองผ่านเลนส์นั้น เราจะไม่สามารถลดคุณค่า ไม่ใส่ใจ และแบ่งแยกเชื้อชาติกับใคร

เราทำ

ในงานของพระผู้ช่วยให้รอดโดยเรื่องเล็กและเรียบง่ายมักทำให้ “สิ่งสำคัญจะเกิดขึ้น”16

เรารู้ว่าการหมั่นฝึกฝนจะทำให้กลายเป็นคนเก่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นคลาริเน็ต เตะลูกบอลเข้าตาข่าย การซ่อมรถยนต์ หรือแม้แต่ขับเครื่องบิน เราจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการฝึกฝน17

องค์กรที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงสร้างขึ้นบนแผ่นดินโลก—ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย—ช่วยให้เราทำเช่นนั้น ที่นี่เป็นสถานที่ให้ฝึกฝนการดำเนินชีวิตในวิธีที่พระองค์ทรงสอนและเป็นพรแก่ผู้อื่นตามวิธีที่พระองค์ทรงทำ

ในฐานะสมาชิกศาสนจักร เราได้รับการเรียกหรือความรับผิดชอบ และโอกาสให้เราไปช่วยเหลือด้วยความการุณย์และปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้อื่น

เมื่อไม่นานมานี้ศาสนจักรเน้นอีกครั้งเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจหรือการรับใช้หรือการรักผู้อื่น มีการรับฟังความคิดเห็นที่ดีเยี่ยมเพื่อนำมาพิจารณาว่าเราควรเรียกการเน้นที่พิเศษนี้ว่าอะไร

ชื่อหนึ่งที่มีการพิจารณาคือ shepherding (การเป็นผู้เลี้ยงแกะ) เป็นคำเรียกที่เหมาะสมกับพระดำรัสเชิญของพระคริสต์ที่ว่า “จง​เลี้ยง‍ดู​ลูก‍แกะ​ของ​เรา​เถิด”18 แต่ข้อเสียอย่างน้อยหนึ่งข้อในการใช้คำนี้จะทำให้ข้าพเจ้าเป็น German shepherd ผลก็คือ ข้าพเจ้าค่อนข้างพึงพอใจกับคำว่า การปฏิบัติศาสนกิจ

งานนี้มีไว้เพื่อทุกคน

แน่นอน การเน้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ สิ่งนี้เป็นการให้และปรับปรุงโอกาสแก่เราอีกครั้งในการฝึกฝนพระบัญญัติของพระผู้ช่วยให้รอดอีกครั้งที่ว่า “ให้พวกท่านรักกันและกัน”19 วิธีที่ปรับปรุงเพื่อนำจุดประสงค์ของศาสนจักรไปปฏิบัติและฝึกฝน

ขอให้นึกถึงงานเผยแผ่ศาสนา การแบ่งปันพระกิตติคุณอย่างกล้าหาญ นอบน้อม และมั่นใจเป็นแบบอย่างที่ดีเยี่ยมของการปฏิบัติศาสนกิจต่อความต้องการทางวิญญาณของผู้อื่นไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร

หรือการทำงานพระวิหาร—แสวงหารายชื่อบรรพชนของเราและมอบพรแห่งนิรันดรให้พวกเขา ช่างเป็นวิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ของการปฏิบัติศาสนกิจ

ลองนึกถึงการออกไปช่วยเหลือคนยากไร้และคนขัดสน ยกมือที่อ่อนล้า หรือเป็นพรแก่ผู้เจ็บป่วยและเป็นทุกข์ การกระทำเหล่านี้เป็นการปฏิบัติศาสนกิจบริสุทธิ์ที่พระเจ้าทรงปฏิบัติเมื่อพระองค์ทรงดำเนินบนแผ่นดินโลกมิใช่หรือ

ถ้าท่านไม่ได้เป็นสมาชิกศาสนจักรข้าพเจ้าเชื้อเชิญท่านให้ “มาดู”20 มาร่วมกับเรา ถ้าท่านเป็นสมาชิกของศาสนจักรแต่ไม่ได้มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในปัจจุบัน ข้าพเจ้าเชื้อเชิญท่าน โปรดกลับมา เราต้องการท่าน

มาเพิ่มความเข้มแข็งของท่านให้เรา

เพราะพรสวรรค์ ความสามารถ และบุคลิกภาพที่ไม่เหมือนใคร ท่านจะช่วยให้เราดีขึ้นและมีความสุขขึ้น ในทางกลับกัน เราจะช่วยให้ท่านดีขึ้นและมีความสุขขึ้นเช่นกัน

มาเถิด มาช่วยเราสร้างและเสริมวัฒธรรมแห่งการเยียวยา ความมีน้ำใจ และความเมตตาต่อบุตรธิดาทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้า เพราะเราทุกคนพยายามเป็นคนใหม่ที่ “สิ่งเก่าๆ ก็ล่วงไป” และ “สิ่งต่างๆ … กลายเป็นสิ่งใหม่”21 พระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงทิศทางให้เรา—รุดหน้าและขึ้นไป พระองค์ตรัสว่า “ถ้า​พวก‍ท่าน​รัก​เรา ท่าน​ก็​จะ​ประ‌พฤติ​ตาม​บัญญัติ​ของ​เรา”22 ขอให้เราทุกคนทำงานด้วยกันเพื่อจะเป็นผู้คนอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประสงค์ให้เราเป็น

นี่เป็นวัฒนธรรมพระกิตติคุณแบบที่เราปรารถนาจะปลูกฝังทั่วศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ เราพยายามเสริมสร้างศาสนจักรให้เป็นสถานที่ซึ่งเราให้อภัยกัน เราต่อต้านการล่อลวงให้จับผิด นินทา และโค่นล้มผู้อื่น แทนที่จะชี้ไปที่ความผิดพลาด แต่เรายกระดับจิตใจและช่วยเหลือกันเพื่อให้เราเป็นคนดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

ข้าพเจ้าขอเชื้อเชิญอีกครั้ง มาดูเถิด จงมาร่วมกับเรา เราต้องการท่าน

คนที่ไม่ดีพร้อม

ท่านจะพบว่าศาสนจักรนี้เต็มไปด้วยคนดีที่สุดที่โลกนี้ต้องแนะนำให้รู้จัก พวกเขายินดีต้อนรับ รัก มีเมตตาและจริงใจ พวกเขาทำงานหนัก เต็มใจเสียสละ และเป็นวีรบุรุษในบางครั้ง

พวกเขาไม่ดีพร้อมอย่างน่าปวดใจ

พวกเขาทำผิดพลาด

พวกเขาพูดบางสิ่งที่พวกเขาไม่ควรพูดเป็นครั้งคราว พวกเขาทำสิ่งที่พวกเขาคิดว่าไม่น่าทำ

แต่พวกเขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน—พวกเขาต้องการปรับปรุงตนเองและเข้าใกล้พระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเรา แม้พระเยซูคริสต์

พวกเขาพยายามทำให้ถูกต้อง

พวกเขา เชื่อ พวกเขา รัก พวกเขา ทำ

พวกเขาต้องการเห็นแก่ตัวน้อยลง เห็นอกเห็นใจมากขึ้น เป็นคนดีขึ้น เป็นเหมือนพระเยซูมากขึ้น

พิมพ์เขียวแห่งความสุข

บางครั้งชีวิตเป็นเรื่องยาก แน่นอนว่าเราทุกคนมีเวลาท้อแท้และสิ้นหวัง

แต่พระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ให้ความหวัง และในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ เราร่วมกับผู้อื่นที่แสวงหาสถานที่ซึ่งเรารู้สึกว่าเป็นเหมือนบ้าน—สถานที่เติบโตซึ่งเราสามารถ เชื่อ รัก และ ทำ ไปด้วยกัน

ไม่ว่าความแตกต่างของเราจะเป็นอย่างไร เราพยายามเปิดรับกันในฐานะบุตรธิดาของพระบิดาบนสวรรค์ผู้เป็นที่รักของเรา

ข้าพเจ้าสำนึกคุณในการเป็นสมาชิกศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายและการที่รู้ว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงรักบุตรธิดามากพอที่จะประทานพิมพ์เขียวแห่งความสุขแก่พวกเขา ความหมายในชีวิตนี้และวิธีประสบกับปีตินิรันดร์ในโถงแห่งรัศมีภาพในชีวิตที่จะมาถึง

ข้าพเจ้าสำนึกคุณที่พระผู้เป็นเจ้าประทานวิธีรักษาความเจ็บป่วยทางวิญญาณและ Weltschmerz ของชีวิต

ข้าพเจ้าเป็นพยานและฝากพรของข้าพเจ้าไว้กับพวกท่านว่าเมื่อเรา เชื่อ ในพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเรา รัก พระองค์และ รัก บุตรธิดาของพระองค์อย่างสุดใจ และขณะที่เราพยายาม ทำ ดังที่พระผู้เป็นเจ้าทรงแนะนำ เราจะพบการเยียวยาและสันติสุข ความสุขและความหมาย ในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน