ชื่อที่ถูกต้องของศาสนจักร
    Footnotes

    ชื่อที่ถูกต้องของศาสนจักร

    พระเยซูคริสต์ทรงกำกับดูแลเราให้เรียกศาสนจักรโดยพระนามของพระองค์เพราะนี่เป็นศาสนจักรของพระองค์ เต็มไปด้วยเดชานุภาพของพระองค์

    พี่น้องที่รัก ในวันสะบาโตอันสวยงามนี้ เราชื่นชมยินดีร่วมกันกับพรมากมายที่เราได้รับจากพระเจ้า เราสำนึกคุณสำหรับประจักษ์พยานของท่านในพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์ การเสียสละที่ท่านทำเพื่อคงอยู่หรือกลับมาอยู่บนเส้นทางพันธสัญญา และสำหรับการรับใช้ที่ท่านอุทิศถวายในศาสนจักรของพระองค์

    วันนี้ข้าพเจ้ามีความรู้สึกแรงกล้าที่จะสนทนาเรื่องสำคัญมากกับท่าน หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าออกข้อประกาศเกี่ยวกับวิธีที่ถูกต้องในการใช้ชื่อของศาสนจักร1 เนื่องจากพระเจ้าทรงดลใจข้าพเจ้าถึงความสำคัญของชื่อที่พระองค์ทรงประกาศิตไว้สำหรับศาสนจักรของพระองค์ แม้ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย2

    ดังที่ท่านคาดไว้ คำตอบรับต่อข้อประกาศและแนวทางแนะนำฉบับแก้ไขใหม่นี้3 มีทั้งดีและไม่ดี สมาชิกหลายคนเริ่มแก้ไขชื่อศาสนจักรในบล็อกและหน้าสื่อสังคมออนไลน์ของตนเองทันที หลายคนสงสัยว่า กับทุกสิ่งที่ดำเนินไปในโลกขณะนี้ เหตุใดจึงจำเป็นต้องเน้นย้ำสิ่งที่ “ไม่สำคัญ” บางคนบอกว่าทำไม่ได้หรอก จะพยายามไปทำไม ข้าพเจ้าขออธิบายว่าเหตุใดเราจึงห่วงใยมากในเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอเรียนว่าความพยายามนี้อะไรคือสิ่งที่ ไม่ใช่:

    • นี่ ไม่ใช่ การเปลี่ยนชื่อ

    • ไม่ใช่ การประทับตราใหม่

    • ไม่ใช่ เรื่องผิวเผิน

    • ไม่ใช่ ความคิดชั่วแล่น

    • และนี่ ไม่ใช่ เรื่องไม่สำคัญ

    แต่นี่ คือ การแก้ไขให้ถูกต้อง คือ พระบัญชาของพระเจ้า โจเซฟ สมิธไม่ได้ตั้งชื่อศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูผ่านท่าน มอรมอนก็เช่นกัน พระผู้ช่วยให้รอดพระองค์เองตรัสว่า “เพราะจะเรียกศาสนจักรของเราในวันเวลาสุดท้ายดังนี้, แม้ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย”4

    แม้แต่ก่อนหน้านั้น ใน ค.ศ. 34 พระเจ้าผู้ฟื้นคืนพระชนม์ทรงให้คำแนะนำเดียวกันแก่สมาชิกศาสนจักรเมื่อพระองค์เสด็จเยือนพวกเขาในทวีปอเมริกา ณ เวลานั้นพระองค์ตรัสว่า

    “ฉะนั้นเจ้าจงเรียกศาสนจักรตามนามของเรา …

    “และจะเป็นศาสนจักรของเราได้อย่างไรนอกจากจะเรียกตามชื่อของเรา? เพราะหากศาสนจักรเรียกตามชื่อของโมเสสมันก็เป็นศาสนจักรของโมเสส; หรือหากศาสนจักรเรียกชื่อตามชื่อของชายคนหนึ่งมันก็เป็นศาสนจักรของชายคนหนึ่ง; แต่หากเรียกตามชื่อของเราก็เป็นศาสนจักรของเรา, หากเป็นไปว่าพวกเขาสร้างบนกิตติคุณของเรา”5

    ฉะนั้นชื่อของศาสนจักรจึงเปลี่ยนไม่ได้ เมื่อพระผู้ช่วยให้รอดตรัสอย่างชัดเจนว่าชื่อของศาสนจักรควรเป็นอะไร แม้ทรงขึ้นต้นก่อนการประกาศว่า “จะเรียกศาสนจักรของเรา…ดังนี้” พระองค์ทรงจริงจัง และถ้าเราปล่อยให้มีการใช้ชื่อเล่นหรือแม้แต่สนับสนุนชื่อเล่นเหล่านั้นด้วยตนเอง พระองค์จะทรงขุ่นเคืองพระทัย

    ชื่อนั้นสำคัญไฉน หรือในกรณีนี้ ชื่อเล่น เมื่อพูดถึงชื่อเล่นของศาสนจักร เช่น “ศาสนจักรแอลดีเอส” “ศาสนจักรมอรมอน” หรือ “ศาสนจักรของวิสุทธิชนยุคสุดท้าย” สิ่งที่สำคัญที่สุดในชื่อเหล่านั้นคือพระนามของพระผู้ช่วยให้รอด ขาดหายไป การนำพระนามของพระเจ้าออกจากศาสนจักรของพระเจ้าถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของซาตาน เมื่อเรา ละทิ้ง พระนามของพระผู้ช่วยให้รอด เรากำลัง ละเลย ทุกสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงทำเพื่อเรา—แม้แต่การชดใช้ของพระองค์

    ลองพิจารณาจากมุมมองของพระองค์ ก่อนพระองค์ประสูติ พระองค์คือพระยาห์เวห์ พระผู้เป็นเจ้าแห่งพันธสัญญาเดิม ภายใต้การกำกับดูแลของพระบิดา พระองค์ทรงเป็นผู้สร้างโลกนี้และโลกอื่นๆ6 พระองค์ทรงเลือกทำตามพระประสงค์ของพระบิดาและทรงทำบางสิ่งเพื่อบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้าซึ่งไม่มีใครอื่นทำได้! พระองค์เสด็จจากสวรรค์มาบนแผ่นดินโลกในฐานะพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดาในเนื้อหนัง พระองค์ทรงถูกประจานอย่างโหดเหี้ยม ถูกเยาะเย้ย ถ่มน้ำลายรด และเฆี่ยนตี ในสวนเกทเสมนี พระผู้ช่วยให้รอดทรงรับความเจ็บปวด ทุกอย่าง บาป ทุกอย่าง ความปวดร้าวและความทุกข์ทรมาน ทุกอย่าง ที่ท่านกับข้าพเจ้าและทุกคนที่เคยมีชีวิตหรือจะมีชีวิต เคย ประสบมา ภายใต้ภาระอันเจ็บปวดที่หนักอึ้ง พระองค์ทรงหลั่งพระโลหิตจากทุกรูขุมขน7 การทนทุกข์ทั้งหมดนี้รุนแรงขึ้นเมื่อพระองค์ทรงถูกตรึงกางเขนอย่างโหดร้ายที่กางเขนแห่งคัลวารี

    ผ่านประสบการณ์อันเจ็บปวดเหล่านี้และการฟื้นคืนพระชนม์ที่ตามมา—การชดใช้อันไร้ขอบเขตของพระองค์—พระองค์ประทานชีวิตอมตะแก่ทุกคน ทรงไถ่เราแต่ละคนจากผลของบาป โดยมีเงื่อนไขคือการกลับใจของเรา

    หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอดและความตายของอัครสาวก โลกตกไปสู่หลายศตวรรษของความมืด จากนั้นในปี 1820 พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาและพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์ ทรงปรากฏต่อศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธเพื่อเริ่มการฟื้นฟูศาสนจักรของพระเจ้า

    สุดท้ายแล้วสิ่งที่พระองค์ทรงอดทนมา—และสุดท้ายแล้วสิ่งที่พระองค์ทรงทำเพื่อมนุษยชาติ—ข้าพเจ้าตระหนักด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งว่าเราเห็นพ้องต้องกันโดยไม่เจตนากับการเรียกศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเจ้าโดยใช้ชื่ออื่น แต่ละชื่อขีดฆ่าพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ออกไป!

    ทุกวันอาทิตย์ขณะที่เรารับส่วนศีลระลึกอย่างมีค่าควร เราต่อสัญญาศักดิ์สิทธิ์กับพระบิดาบนสวรรค์ว่าเราเต็มใจรับพระนามของพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์8 เราสัญญาจะติดตามพระองค์ กลับใจ รักษาพระบัญญัติ และระลึกถึงพระองค์ ตลอดเวลา

    เมื่อเราตัดพระนามของพระองค์ออกจากศาสนจักรของพระองค์ เรากำลังนำ พระองค์ ออกจากศูนย์กลางชีวิตเราโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่า

    การรับพระนามของพระผู้ช่วยให้รอดหมายรวมถึงการประกาศและการเป็นพยานต่อผู้อื่น—ผ่านการกระทำและวาจาของเรา—ว่าพระเยซูคือพระคริสต์ เรากลัวที่จะทำให้บางคนที่เรียกเราว่า “มอรมอน” ขุ่นเคืองใจ จนเราล้มเหลวที่จะ ปกป้อง พระผู้ช่วยให้รอด ที่จะยืนหยัดเพื่อพระองค์แม้ในชื่อของศาสนจักรที่เรียกตามพระนามของพระองค์หรือ

    ถ้าเราในฐานะผู้ที่เข้าถึงเดชานุภาพแห่งการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ได้—เพื่อชำระและรักษาเรา เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและขยายเรา และท้ายที่สุดเพื่อทำให้เราสูงส่ง—เราต้องยอมรับอย่างชัดเจนว่าพระองค์ทรงเป็นแหล่งของพลังอำนาจนั้น เราเริ่มได้โดยเรียกชื่อศาสนจักรของพระองค์ตามชื่อที่พระองค์ทรงประกาศิตไว้

    สำหรับโลกส่วนใหญ่ เวลานี้ศาสนจักรของพระเจ้าถูกปลอมแปลงว่าเป็น “ศาสนจักรมอรมอน” แต่เราในฐานะสมาชิกศาสนจักรของพระเจ้ารู้ว่าใครเป็นประมุขของศาสนจักรนี้ พระเยซูคริสต์พระองค์เอง น่าเสียดาย หลายคนที่ได้ยินคำว่า มอรมอน อาจคิดว่าเรานมัสการมอรมอน ไม่ใช่เช่นนั้น! เรายกย่องและเคารพศาสดาพยากรณ์ชาวอเมริกันในสมัยโบราณ9 แต่เรา ไม่ใช่ สานุศิษย์ของมอรมอน เราเป็นสานุศิษย์ของพระเจ้า

    ในสมัยแรกๆ ของศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟู คำว่า ศาสนจักรมอรมอน และ ชาวมอรมอน10 มักใช้เป็นคำหยาบ—เป็นคำที่โหดร้าย คำสบประมาท—ออกแบบมาเพื่อหักล้างพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าในการฟื้นฟูศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ในยุคสุดท้ายนี้11

    พี่น้องทั้งหลาย มีการโต้เถียงทางโลกมากมายต่อการฟื้นฟูชื่อที่ถูกต้องของศาสนจักร เพราะโลกดิจิทัลที่เราอาศัยอยู่ และโดยโปรแกรมค้นหาที่ช่วยให้เราทุกคนพบข้อมูลที่เราต้องการได้โดยทันที—รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับศาสนจักรของพระเจ้า—นักวิจารณ์บอกว่าการแก้ไขชื่อ ณ จุดนี้ถือว่าไม่ฉลาดนัก คนอื่นๆ รู้สึกว่าเราเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ “ชาวมอรมอน” และ “ศาสนจักรมอรมอน” เราควรใช้ประโยชน์จากชื่อนี้ให้มากที่สุด

    ถ้านี่เป็นการสนทนาเกี่ยวกับการประทับตราองค์กรที่มนุษย์จัดตั้ง ข้อโต้แย้งเหล่านั้นอาจชนะ แต่ในเรื่องที่สำคัญยิ่งนี้ เรามองไปยังพระองค์ผู้เป็นเจ้าของศาสนจักรนี้และรับทราบว่าวิธีของพระเจ้าไม่ใช่ และจะไม่มีวันเป็นวิธีของมนุษย์ หากเราจะอดทนและหากเราจะทำส่วนของเราให้ดี พระเจ้าจะทรงนำเราผ่านงานสำคัญนี้ ท้ายที่สุดแล้ว เรารู้ว่าพระเจ้าทรงช่วยผู้ที่พยายามทำตามพระประสงค์ของพระองค์ ดังที่ทรงช่วยนีไฟต่อเรือข้ามทะเลจนสำเร็จ12

    เราจะสุภาพอ่อนน้อมและอดทนในความพยายามแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านี้ สื่อที่มีความรับผิดชอบจะเห็นใจในการตอบรับคำร้องขอของเรา

    ในการประชุมใหญ่สามัญครั้งหนึ่ง เอ็ลเดอร์เบ็นฮามิน เด โอโยสพูดถึงเหตุการณ์เช่นนั้น ท่านกล่าวว่า

    “ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช่วงที่รับใช้ในสำนักงานประชาสัมพันธ์ของศาสนจักรในเม็กซิโก [ข้าพเจ้ากับคู่] ได้รับเชิญให้ไปร่วมรายการพูดคุยทางวิทยุ … [ผู้จัดรายการคนหนึ่ง] ถาม [เรา] ว่า ‘ทำไมศาสนจักรจึงมีชื่อยาวขนาดนี้ …’

    “ข้าพเจ้ากับคู่ยิ้มกับคำถามที่ยอดเยี่ยมนั้นแล้วตั้งต้นอธิบายว่าชื่อศาสนจักรไม่ได้ตั้งขึ้นโดยมนุษย์ แต่พระผู้ช่วยให้รอดประทานให้ … ผู้จัดรายการตอบกลับทันทีด้วยความเคารพว่า ‘หากเป็นเช่นนั้นเราจะกล่าวซ้ำด้วยความยินดียิ่ง’”13

    รายงานดังกล่าวให้แบบแผนอย่างหนึ่ง ทำไปทีละคน โดยเรียกร้องให้เราในฐานะบุคคลทำจนสุดความสามารถเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดซึ่งค่อยๆ เป็นที่ยอมรับตลอดหลายปีที่ผ่านมา14 ทั้งโลกอาจจะทำตามหรือไม่ทำตามการนำของเราในการเรียกชื่อที่ถูกต้อง แต่เราคงไม่จริงใจที่เราจะหงุดหงิดถ้าโลกส่วนใหญ่เรียกชื่อศาสนจักรและสมาชิกผิดๆ ซึ่งเราก็ทำแบบเดียวกัน

    แนวทางแนะนำฉบับแก้ไขใหม่ของเราเป็นประโยชน์ ระบุไว้ดังนี้ “เมื่อกล่าวถึงในครั้งแรก ขอให้ใช้ชื่อเต็มของศาสนจักรคือ ‘ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย’ เมื่อจำเป็นต้องกล่าวถึงชื่ออย่างสั้น [เป็นครั้งที่สอง] สนับสนุนให้ใช้คำว่า ‘ศาสนจักร’ หรือ ‘ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์’ คำที่ถูกต้องและสนับสนุนให้ใช้อีกคำหนึ่งก็คือ ‘ศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์’15

    หากมีคนถามว่า “คุณเป็นมอรมอนหรือ” ท่านอาจตอบว่า “ถ้าคุณถามว่าฉันเป็นสมาชิกศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายหรือ ใช่ ฉันเป็น!”

    หากมีคนถามว่า “คุณเป็นวิสุทธิชนยุคสุดท้ายหรือ”16 ท่านอาจตอบว่า “ใช่ ฉันเป็น ฉันเชื่อในพระเยซูคริสต์และเป็นสมาชิกในศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์”

    พี่น้องที่รัก ข้าพเจ้าสัญญาว่าถ้าเราจะทำสุดความสามารถในการฟื้นฟูชื่อที่ถูกต้องของศาสนจักรของพระเจ้า พระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของศาสนจักรนี้จะทรงเทพลังอำนาจและพรของพระองค์มาบนศีรษะของวิสุทธิชนยุคสุดท้าย17 อย่างที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อน เราจะมีความรู้และพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าในการช่วยเรานำพรแห่งพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์ไปยังทุกประชาชาติ ตระกูล ภาษา และผู้คน และเพื่อเตรียมโลกให้พร้อมรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระเจ้า

    ดังนั้น ชื่อนั้นสำคัญไฉน เมื่อพูดถึงชื่อศาสนจักรของพระเจ้า คำตอบคือ “ทุกสิ่ง!” พระเยซูคริสต์ทรงกำกับดูแลเราให้เรียกศาสนจักรโดยพระนามของพระองค์เพราะนี่เป็นศาสนจักรของพระองค์ เต็มไปด้วยเดชานุภาพของพระองค์

    ข้าพเจ้าทราบว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์ พระองค์ทรงนำศาสนจักรทุกวันนี้ ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน

    อ้างอิง

    1. “พระเจ้าทรงดลใจข้าพเจ้าเกี่ยวกับความสำคัญของชื่อที่พระองค์ทรงเปิดเผยสำหรับศาสนจักรของพระองค์ แม้ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย เรามีงานเฉพาะหน้าซึ่งเราจะนำตัวเราเองให้สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระองค์ ในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำศาสนจักรหลายท่านรวมถึงแผนกต่างๆ ได้เริ่มทำตามขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับงานนี้ รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องสำคัญนี้จะนำมาเผยแพร่ในเดือนต่อๆ ไป” (รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน, ใน “ชื่อศาสนจักร” [ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการ, 16 ส.ค. 2018], mormonnewsroom.org).

    2. ประธานศาสนจักรคนก่อนๆ ได้ร้องขอแบบเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ประธานจอร์จ อัลเบิร์ต สมิธกล่าวว่า “อย่าทำให้พระเจ้าทรงผิดหวังโดยการเรียกว่าศาสนจักรมอรมอน พระองค์ไม่ได้ทรงเรียกศาสนจักรมอรมอน” (ใน Conference Report, Apr. 1948, 160–61).

    3. ดู “แนวทางแนะนำ—ชื่อศาสนจักร,” mormonnewsroom.org.

    4. หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:4.

    5. 3 นีไฟ 27:7–8.

    6. ดู โมเสส 1:33.

    7. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:18.

    8. ดู โมโรไน 4:3; หลักคำสอนและพันธสัญญา 20:37, 77.

    9. มอนมอนเป็นหนึ่งในผู้เขียนหลักสี่คนของพระคัมภีร์มอรมอน คนอื่นได้แก่ นีไฟ เจคอบ และโมโรไน ทุกคนเป็นพยานของพระเจ้า เช่นเดียวกับผู้แปลที่ได้รับการดลใจ ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธ.

    10. แม้แต่คำว่า ชาวมอรมอน ก็เป็นหนึ่งในคำดูหมิ่นที่ใช้กัน (ดู History of the Church, 2:62–63, 126).

    11. คำหยาบอื่นๆ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในสมัยพันธสัญญาใหม่ ในระหว่างการแก้คดีของอัครสาวกเปาโลต่อหน้าเฟลิกซ์ มีคนกล่าวหาว่าเปาโลเป็น “ผู้นำของลัทธินาซาเร็ธ” (กิจการของอัครทูต 24:5). นักวิจารณ์คนหนึ่งเขียนเกี่ยวกับการใช้วลี “ลัทธินาซาเร็ธ” ว่า “นี่เป็นชื่อที่มักจะเรียกชาวคริสต์ในวิธีที่เป็นการดูหมิ่น พวกเขาถูกเรียกเช่นนั้นเพราะว่าพระเยซูมาจากนาซาเร็ธ” (Albert Barnes, Notes, Explanatory and Practical, on the Acts of the Apostles [1937], 313).

      เช่นเดียวกัน นักวิจารณ์อีกคนกล่าวว่า “ดังที่พระเจ้าของเราทรงถูกเรียกอย่างเหยียดหยันว่า ‘ชาวนาซาเร็ธ’ (มัทธิว 26:71) ชาวยิวจึงเรียกสานุศิษย์ของพระองค์ว่า ‘ชาวนาซาเร็ธ’ ชาวยิวไม่ยอมรับพวกเขาว่าเป็นชาวคริสต์ กล่าวคือ สานุศิษย์ของพระเมสสิยาห์” (The Pulpit Commentary: The Acts of the Apostles, ed. H. D. M. Spence and Joseph S. Exell [1884], 2:231).

      ในเรื่องเดียวกัน เอ็ลเดอร์นีล เอ. แม็กซ์เวลล์สังเกตว่า “ตลอดประวัติศาสตร์ของพระคัมภีร์ เราเห็นความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะลดคุณค่าของศาสดาพยากรณ์เพื่อปฏิเสธพวกท่าน—ตราหน้าพวกท่านเพื่อแสดงความดูหมิ่น แต่ส่วนใหญ่ พวกท่านมักจะถูกเพิกเฉยจากผู้คนร่วมสมัยของพวกท่านและจากประวัติศาสตร์ทางโลก สรุปแล้ว ชาวคริสต์ยุคแรกก็ถูกเรียกว่า ‘ลัทธินาซาเร็ธ’ เท่านั้น’ (กิจการของอัครทูต 24:5.)” (“Out of Obscurity,” Ensign, Nov. 1984, 10).

    12. ดู 1 นีไฟ 18:1–2.

    13. เบ็นฮามิน เด โอโยส, “ได้รับเรียกเป็นวิสุทธิชน,” เลียโฮนา, พ.ค. 2011, 134–135.

    14. ขณะที่เราไม่สามารถควบคุมได้ว่าคนอื่นจะเรียกเราอย่างไร แต่เราควบคุมวิธีที่เราเรียกตนเองได้ เราจะคาดหวังให้ผู้อื่นแก้ไขชื่อของศาสนจักรได้อย่างไรถ้าเราในฐานะสมาชิกยังล้มเหลวในการทำเช่นนั้น.

    15. แนวทางแนะนำ—ชื่อศาสนจักร,” mormonnewsroom.org.

    16. คำว่า วิสุทธิชน (ธรรมิกชน) ใช้บ่อยครั้งในพระคัมภีร์ไบเบิล ตัวอย่างเช่น ในสาส์นของเปาโลถึงชาวเอเฟซัส ท่านใช้คำว่า ธรรมิกชน (วิสุทธิชน) อย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกบท ธรรมิกชน (วิสุทธิชน) คือบุคคลที่เชื่อในพระเยซูคริสต์และพยายามติดตามพระองค์.

    17. ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 121:33.