2010–2019
มาฟังเสียงของศาสดาพยากรณ์
ดาวน์โหลด
หน้านี้ (MP3)
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

มาฟังเสียงของศาสดาพยากรณ์

เมื่อเรามีนิสัยของการฟังและเอาใจใส่เสียงของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต เราจะเก็บเกี่ยวพรนิรันดร์

เมื่อตรัสถึงประธานศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย พระเจ้าทรงประกาศว่า

“และอนึ่ง, หน้าที่ประธานของตำแหน่งฐานะปุโรหิตระดับสูงคือควบคุมศาสนจักรทั้งหมด, และเป็นเหมือนกับโมเสส—

“… แท้จริงแล้ว, คือการเป็นผู้หยั่งรู้, ผู้เปิดเผย, ผู้แปล, และศาสดาพยากรณ์, โดยมีของประทานทั้งปวงของพระผู้เป็นเจ้าซึ่งพระองค์ทรงประสาทแก่หัวหน้าของศาสนจักร” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:91–92; เน้นตัวเอน)

ข้าพเจ้าขอยืนยันของประทานบางอย่างของพระผู้เป็นเจ้าบนศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ ข้าพเจ้าจะขอแบ่งปันประสบการณ์ศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าว ก่อนการเรียกปัจจุบันของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าช่วยค้นหาและเสนอทำเลสร้างพระวิหารในอนาคต หลังวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 การข้ามชายแดนสหรัฐถูกควบคุมมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ สมาชิกศาสนจักรจำนวนมากจึงต้องใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงข้ามจากแวนคูเวอร์ แคนาดาไปพระวิหารซีแอตเทิล วอชิงตัน ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ ประธานศาสนจักรเวลานั้นเสนอว่าพระวิหารในแวนคูเวอร์จะเป็นพรแก่สมาชิกของศาสนจักร ท่านจึงอนุมัติให้หาทำเล หลังจากเราสำรวจที่ดินหลายแห่งซึ่งเป็นทรัพย์สินของศาสนจักรแล้ว เราสำรวจที่อื่นที่ไม่ได้เป็นของศาสนจักรเช่นกัน

เราพบทำเลสวยแห่งหนึ่งเป็นเขตศาสนาอยู่ติดกับถนนไฮเวย์ตัดขวางแคนาดา ที่ตรงนั้นสัญจรสะดวกมาก เต็มไปด้วยต้นสนแคนาดาที่สวยงาม และผู้คนที่ขับรถผ่านไปมาหลายพันคนจะมองเห็นได้ชัดเจน

เรานำเสนอทำเลดังกล่าวด้วยรูปภาพและแผนที่ในการประชุมประจำเดือนของคณะกรรมการหาสถานที่พระวิหาร ประธานฮิงค์ลีย์อนุมัติให้เรายื่นข้อเสนอซื้อขายและศึกษาข้อมูลที่จำเป็น ในเดือนธันวาคมของปีนั้น เรารายงานกลับไปที่คณะกรรมการว่าเราศึกษาถี่ถ้วนแล้ว และเราขออนุมัติดำเนินการจัดซื้อ หลังจากทราบรายงานของเรา ประธานฮิงค์ลีย์พูดว่า “ผมรู้สึกว่าผมควรไปดูที่”

ปลายเดือนนั้น หลังคริสต์มาสสองวัน เราไปแวนคูเวอร์พร้อมประธานฮิงค์ลีย์ ประธานโธมัส เอส. มอนสัน และบิล วิลเลียมส์สถาปนิกพระวิหาร พอล คริสเตนเซ็นประธานสเตคในท้องที่รอต้อนรับและพาเราไปดู วันนั้นหมอกลงและเปียกเล็กน้อย แต่ประธานฮิงค์ลีย์กระโดดลงจากรถและเริ่มเดินสำรวจทั่วบริเวณนั้น

หลังจากใช้เวลาที่นั่น ข้าพเจ้าถามประธานฮิงค์ลีย์ว่าท่านอยากดูที่อื่นที่เราเคยพิจารณาหรือไม่ ท่านตอบว่าอยากดู การได้ดูที่อื่น ทำให้เราสามารถเปรียบเทียบข้อดีได้

เราตระเวนดูที่ดินอีกหลายแห่งรอบแวนคูเวอร์ วนตามเข็มนาฬิกา แล้วกลับมาที่เดิม ประธานฮิงค์ลีย์พูดว่า “ทำเลตรงนี้สวย” จากนั้นจึงถามว่า “เราไปอาคารประชุมของศาสนจักรที่อยู่ห่างจากตรงนี้เกือบครึ่งกิโลได้ไหม”

“ได้ครับประธาน” เราตอบ

เราขึ้นรถและขับไปที่อาคารประชุมหลังนั้น เมื่อมาถึงโบสถ์ ประธานฮิงค์ลีย์พูดว่า “เลี้ยวซ้ายตรงนี้” เราเลี้ยวไปตามถนนที่ท่านบอก ถนนเริ่มขึ้นเนินเล็กน้อย

ทันทีที่รถขึ้นไปถึงยอดเนิน ประธานฮิงค์ลีย์พูดว่า “จอดรถครับ จอดรถ” จากนั้นท่านชี้ไปทางขวาตรงที่ดินผืนหนึ่งและพูดว่า “ที่ดินตรงนั้นเป็นไงครับ พระวิหารจะอยู่ตรงนั้น พระเจ้าทรงต้องการให้พระวิหารอยู่ตรงนั้น จะซื้อได้ไหมครับ” จะซื้อได้ไหมครับ”

เราไม่เคยมาดูที่ดินตรงนี้ เพราะอยู่ห่างจากถนนสายหลักมาทางด้านหลัง และไม่ได้บอกขาย เมื่อเราตอบว่าเราไม่ทราบ ประธานฮิงค์ลีย์ชี้ไปที่นั่นและพูดอีกครั้งว่า “พระวิหารจะอยู่ตรงนั้น” เราอยู่อีกไม่กี่นาทีจากนั้นจึงไปสนามบินเพื่อกลับบ้าน

วันรุ่งขึ้น ประธานฮิงค์ลีย์เรียกบราเดอร์วิลเลียมส์กับข้าพเจ้าไปที่ห้องทำงานของท่าน ท่านวาดทุกอย่างลงบนกระดาษแผ่นหนึ่ง ถนน โบสถ์ เลี้ยวซ้ายตรงนี้ ทำเครื่องหมาย X ตรงพระวิหาร ท่านถามว่าเราพบอะไรบ้าง เราบอกว่าท่านเลือกที่ดินที่จะซื้อยากขึ้นไปอีก เพราะมีเจ้าของสามราย รายหนึ่งอยู่แคนาดา รายหนึ่งอยู่อินเดีย และรายหนึ่งอยู่จีน! ที่ตรงนั้นไม่ได้เป็นเขตศาสนา

“พยายามซื้อให้ได้นะครับ” ท่านกล่าว

จากนั้นก็เกิดปาฏิหาริย์ ภายในหลายเดือนเราได้เป็นเจ้าของที่ และต่อมาเทศบาลเมืองแลงลีย์ บริติชโคลัมเบียก็อนุญาตให้สร้างพระวิหาร

Vancover British Columbia Temple

ขณะใคร่ครวญประสบการณ์นี้ ข้าพเจ้านอบน้อมถ่อมตนกับความเป็นจริงที่ว่าแม้บราเดอร์วิลเลียมส์กับข้าพเจ้าจะศึกษาและมีประสบการณ์เรื่องอสังหาริมทรัพย์และการออกแบบพระวิหารมาหลายปี ประธานฮิงค์ลีย์ไม่ได้ฝึกมาเช่นนั้น แต่ท่านมีบางอย่างสำคัญกว่านั้นมาก นั่นคือ ของประทานแห่งการหยั่งรู้ ท่านสามารถมองเห็นว่าพระวิหารของพระผู้เป็นเจ้าควรสร้างตรงไหน

เมื่อพระเจ้าทรงบัญชาวิสุทธิชนยุคแรกในสมัยการประทานนี้ให้สร้างพระวิหาร พระองค์ทรงประกาศว่า

“แต่ให้สร้างนิเวศน์แด่นามของเราตามแบบซึ่งเราจะแสดงแก่พวกเขา.

“และหากผู้คนของเรามิได้สร้างนิเวศน์นั้นตามแบบซึ่งเราจะแสดง … , เราจะไม่ยอมรับนิเวศน์นั้นจากมือพวกเขา” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:14–15)

กับวิสุทธิชนยุคแรกเป็นฉันใด กับเราในปัจจุบันก็เป็นฉันนั้น คือพระเจ้าทรงเปิดเผยและยังคงเปิดเผยแบบซึ่งใช้กำกับดูแลอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าในสมัยของเราต่อประธานศาสนจักร ท่านให้การนำทางเกี่ยวกับวิธีที่เราแต่ละคนควรกำกับดูแลชีวิตเรา ทั้งนี้เพื่อพระเจ้าจะทรงยอมรับความประพฤติของเรา

ในเดือนเมษายน ปี 2013 ข้าพเจ้าพูดเรื่องการเตรียมรากฐานของพระวิหารทุกแห่งให้สามารถต้านพายุและภัยพิบัติซึ่งจะเกิดขึ้น แต่รากฐานเป็นเพียงการเริ่มต้น พระวิหารประกอบด้วยอิฐจำนวนมาก ก่อเข้าด้วยกันตามแปลนที่วางไว้ ถ้าชีวิตเราต้องเป็นพระวิหารที่แต่ละคนกำลังพยายามก่อสร้างตามที่พระเจ้าทรงสอน (ดู 1 โครินธ์ 3:16–17) เราอาจจะถามตัวเราเองว่า “เราควรก่ออิฐอะไรบ้างเพื่อทำให้ชีวิตเราสวยงาม ยืนตระหง่าน และต้านพายุของโลกได้”

เราจะพบคำตอบของคำถามนี้ในพระคัมภีร์มอรมอน ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธกล่าวเกี่ยวกับพระคัมภีร์มอรมอนว่า “ข้าพเจ้าบอกบรรดาพี่น้องชายว่าพระคัมภีร์มอรมอนเป็นหนังสือที่ถูกต้องยิ่งกว่าหนังสือใด ๆ บนแผ่นดินโลก, และเป็นศิลาหลักแห่งศาสนาของเรา, และมนุษย์จะเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้นโดยการยึดมั่นกับหลักการของหนังสือเล่มนี้, ยิ่งกว่าหนังสือเล่มอื่นใด” (คำนำพระคัมภีร์มอรมอน) คำนำพระคัมภีร์มอรมอนสอนเราว่า “ผู้ที่ได้รับการเป็นพยานจากสวรรค์จากพระวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ [ว่าพระคัมภีร์มอรมอนเป็นพระคำของพระผู้เป็นเจ้า] จะเริ่มรู้โดยอำนาจเดียวกันนี้ว่าพระเยซูคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอดของโลก, ว่าโจเซฟ สมิธคือผู้เปิดเผยและ [ศาสดาพยากรณ์ของการฟื้นฟู] และว่าศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายคืออาณาจักรของพระเจ้าซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นอีกบนแผ่นดินโลก”

ต่อไปนี้คืออิฐบางส่วนที่จำเป็นต่อศรัทธาและประจักษ์พยานของเราแต่ละคน

  1. พระเยซูคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอดของโลก

  2. พระคัมภีร์มอรมอนคือพระคำของพระผู้เป็นเจ้า

  3. ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายคืออาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก

  4. โจเซฟ สมิธคือศาสดาพยากรณ์ ปัจจุบันเรามีศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตอยู่บนแผ่นดินโลก

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้ฟังคำปราศรัยการประชุมใหญ่สามัญทั้งหมดที่ประธานเนลสันกล่าวตั้งแต่ท่านได้รับเรียกเป็นอัครสาวกครั้งแรก คำพูดของท่านเปลี่ยนชีวิตข้าพเจ้า ขณะข้าพเจ้าศึกษาและไตร่ตรองภูมิปัญญา 34 ปีของประธานเนลสัน หัวข้อที่ชัดเจนและสอดคล้องกันมาจากคำสอนของท่าน แต่ละหัวข้อนี้เกี่ยวข้องกับอิฐที่เพิ่งกล่าวถึงหรือเป็นอิฐสำคัญอีกก้อนหนึ่งสำหรับพระวิหารส่วนตัวของเรา ได้แก่ ศรัทธาในพระเจ้าพระเยซูคริสต์ การกลับใจ บัพติศมาเพื่อการปลดบาป ของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ การไถ่คนตายและงานพระวิหาร การรักษาวันสะบาโตให้ศักดิ์สิทธิ์ เริ่มต้นด้วยเจตนารมณ์ที่ชัดเจน อยู่บนเส้นทางพันธสัญญา ประธานเนลสันพูดถึงทั้งหมดนั้นด้วยความรักและความภักดี

ศิลามุมเอกและอิฐของศาสนจักรและสำหรับชีวิตเราคือพระเยซูคริสต์ นี่คือศาสนจักรของพระองค์ ประธานเนลสันเป็นศาสดาพยากรณ์ของพระองค์ คำสอนของประธานเนลสันยืนยันและเปิดเผยพระชนม์ชีพและพระอุปนิสัยของพระเยซูคริสต์เพื่อประโยชน์ของเรา ท่านพูดถึงพระลักษณะและพระพันธกิจของพระผู้ช่วยให้รอดอย่างรักใคร่และรอบรู้ ท่านแสดงประจักษ์พยานบ่อยครั้งถึงการเรียกของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต—ประธานศาสนจักร—ผู้ที่ท่านเคยรับใช้

วันนี้ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุน ท่าน ในฐานะศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตบนแผ่นดินโลก เราเคยชินกับการสนับสนุนผู้นำศาสนจักรตามรูปแบบของการยกมือตั้งฉากเพื่อแสดงว่าเรายอมรับและสนับสนุนพวกท่าน เรายกมือเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แต่การสนับสนุนจริงๆ เป็นมากกว่าเครื่องหมายดังกล่าว ดังที่ระบุไว้ใน หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:22 ฝ่ายประธานสูงสุดได้รับการ “สนับสนุนโดยความไว้วางใจ, ศรัทธา, และการสวดอ้อนวอนของศาสนจักร,” เราสนับสนุนศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตอย่างเต็มที่จริงๆ เมื่อเราพัฒนารูปแบบของการไว้วางใจคำพูดของท่าน มีศรัทธาที่จะทำตาม และสวดอ้อนวอนขอให้พระเจ้าทรงอวยพรท่านเสมอ

เมื่อข้าพเจ้านึกถึงประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน ข้าพเจ้าอบอุ่นใจในพระดำรัสของพระผู้ช่วยให้รอดเมื่อพระองค์ตรัสว่า “และหากผู้คนของเราจะสดับฟังเสียงของเรา, และเสียงผู้รับใช้ของเรา ผู้ที่เรากำหนดไว้ให้นำผู้คนของเรา, ดูเถิด, ตามจริงแล้วเรากล่าวแก่เจ้า, พวกเขาจะไม่ย้ายออกจากที่ของพวกเขา” (คพ. 124:45)

การฟังและสดับฟังศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิตจะมีผลลึกซึ้งแม้กระทั่งเปลี่ยนชีวิตเรา เราเข้มแข็งขึ้น เราเชื่อมั่นและไว้วางใจในพระเจ้ามากขึ้น เราได้ยินพระดำรัสของพระเจ้า เรารู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้า เราจะรู้วิธีดำเนินชีวิตอย่างมีจุดประสงค์

ข้าพเจ้ารักและสนับสนุนประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันและท่านอื่นที่ได้รับเรียกเป็นศาสดาพยากรณ์ ผู้หยั่งรู้ และผู้เปิดเผย ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าท่านมีของประทานที่พระเจ้าทรงประสาทบนศีรษะท่าน และเมื่อเรามีนิสัยของการฟังและเอาใจใส่เสียงของศาสดาพยากรณ์ที่มีชีวิต ชีวิตเราจะสร้างตามรูปแบบที่พระเจ้าทรงกำหนดให้เรา และเราจะเก็บเกี่ยวพรนิรันดร์ที่สัญญาไว้ คำเชื้อเชิญมาถึงเราทุกคน มาฟังเสียงของศาสดาพยากรณ์ มาหาพระคริสต์และมีชีวิต ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน