เตรียมพร้อมในวิธีที่ไม่เคยรู้เห็นกันมา
    Footnotes

    เตรียมพร้อมในวิธีที่ไม่เคยรู้เห็นกันมา

    ขอให้เราเตรียมตัวรับศาสนพิธีแห่งความรอดอย่างมีค่าควร ทีละหยด และรักษาพันธสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างสุดใจ

    เมื่อลูกสาวคนเล็กของเรากลับมาถึงบ้านจากการไปโรงเรียนวันแรก ดิฉันถามว่า “เป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ”

    เธอตอบว่า “สนุกดีค่ะ”

    อย่างไรก็ดี เมื่อดิฉันปลุกเธอไปโรงเรียนในเช้าวันต่อมา เธอกอดอกและพูดเสียงแข็งว่า “หนูไปมาแล้วนี่คะ!” เห็นชัดเจนว่าดิฉันไม่ได้ เตรียม หรืออธิบายให้เธอฟังเลยว่าการไปโรงเรียนนั้นไม่ใช่ไปแค่ครั้งเดียวแต่ความคาดหวังคือ ให้เธอไปโรงเรียนห้าวันต่อสัปดาห์เป็นเวลาหลายปี

    เมื่อเราพิจารณาหลักธรรมเรื่องการเตรียมพร้อม ขอให้จินตนาการตามดิฉันถึงฉากต่อไปนี้ ท่านกำลังนั่งอยู่ในห้องซีเลสเชียลของพระวิหารแห่งหนึ่งและสังเกตเห็นคู่บ่าวสาวจำนวนมากได้รับการดูแลอย่างสมเกียรติทั้งการเข้าและการออกจากห้องขณะรอแต่งงานเพื่อกาลเวลาและนิรันดร์ เจ้าสาวคนหนึ่งที่เดินจับมือกับที่รักของเธอเข้ามาในห้องซีเลสเชียล เธอใส่ชุดพระวิหารที่ดูธรรมดาแต่งดงาม ใบหน้าที่มีรอยยิ้มแสนสงบและอบอุ่น เธอแต่งตัวดีแต่ชุดไม่ทำให้เสียสมาธิ เธอนั่งที่ของเธอ มองไปรอบๆ แล้วจู่ๆ อารมณ์ความรู้สึกของเธอก็เต็มตื้นขึ้นมา ดูเหมือนว่าน้ำตาเธอไหลเพราะเกียรติและความคารวะที่เธอมีต่อทั้งสถานที่ที่เธออยู่และศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่รอเธอกับสุดที่รักของเธอ เธอมีทีท่าจะพูดว่า “ฉันสำนึกคุณมากเหลือเกินที่ได้อยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้าวันนี้ พร้อมแล้วที่จะเริ่มเส้นทางนิรันดร์กับคู่ครองนิรันดร์ผู้เป็นที่รัก” ดูเหมือนเธอจะเตรียมมา พร้อม มากกว่าเฉพาะงานนี้งานเดียว

    ไม่นานมานี้หลานสาวที่น่ารักของเราทิ้งโน้ตไว้ให้ดิฉันบนหมอน ตอนหนึ่งบอกว่า “สิ่งหนึ่งที่หนูสังเกตขณะเข้าพระวิหารคือพระวิญญาณแห่งสันติและเปี่ยมด้วยความรักที่สถิตอยู่ที่นั่น … ผู้คนสามารถไปพระวิหารเพื่อรับการดลใจได้”1 เธอพูดถูก เราสามารถได้รับการดลใจและการเปิดเผยในพระวิหาร—และพลังในการรับมือกับชีวิตที่ยากลำบาก สิ่งที่เธอเรียนรู้เกี่ยวกับพระวิหารขณะมีส่วนร่วมสม่ำเสมอในการนำรายชื่อครอบครัวตนเองไปประกอบพิธีบัพติศมาและการยืนยันในพระวิหารจะเตรียมเธอให้รับศาสนพิธี พันธสัญญา และพรพระวิหารเพิ่มเติม ทั้งเพื่อตัวเธอเองและผู้ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของม่าน

    เอ็ลเดอร์รัสเซลล์ เอ็ม. เนลสัน สอนว่า “เมื่อพระวิหารพร้อมรับผู้คน ผู้คนต้องเตรียมตนเองให้พร้อมเข้าพระวิหารเช่นกัน”2

    ขณะดิฉันกำลังอ่านเรื่องแม่ทัพโมโรไนในพระคัมภีร์มอรมอนอีกครั้ง ดิฉันได้รับการย้ำเตือนว่าความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งของโมโรไนคือการเตรียมชาวนีไฟของท่านด้วยความรอบคอบเพื่อต่อสู้กับกองทัพที่น่ากลัวของชาวเลมัน ท่านเตรียมผู้คนของท่านเป็นอย่างดีจนเราอ่านได้ว่า “ดูเถิด, ยังความฉงนที่สุดให้แก่ [ชาวเลมัน], [ชาวนีไฟ] พร้อมจะสู้พวกเขา,ในวิธีที่ไม่เคยรู้เห็นกันมา3

    ข้อความ “พร้อม...ในวิธีที่ไม่เคยรู้เห็นกันมา” ดึงความสนใจดิฉันจริงๆ

    เราจะเตรียมพร้อมมากขึ้นสำหรับพรพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร พระเจ้าทรงสอนว่า “และอนึ่ง, เราจะให้แบบฉบับแก่เจ้าในสิ่งทั้งปวง”4 ลองพิจารณาแบบฉบับพระคัมภีร์ที่จะช่วยเราเตรียมตัวอย่างดี การเตรียมตัวไปสู้ศัตรูของโมโรไนใช้ความขยันหมั่นเพียรอย่างซื่อสัตย์และสม่ำเสมอ และแบบฉบับนี้เรียกร้องอย่างเดียวกัน

    ดิฉันไม่เคยรู้สึกเบื่อคำอุปมาที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงเล่าเกี่ยวกับหญิงพรหมจารีห้าคนที่มีปัญญาและห้าคนที่โง่เขลา แม้คำอุปมานี้จะหมายถึงการเตรียมรับการเสด็จมาครั้งที่สองของพระผู้ช่วยให้รอด เราก็เปรียบกับการเตรียมรับพรพระวิหารได้ด้วย ซึ่งสามารถเป็นเหมือนงานเลี้ยงใหญ่ทางวิญญาณสำหรับผู้ที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี

    ในมัทธิว 25 เราอ่านว่า

    “เวลานั้น แผ่นดินสวรรค์จะเปรียบเหมือนหญิงพรหมจารีสิบคนถือตะเกียงของตนออกไปรับเจ้าบ่าว

    “เป็นคนโง่ห้าคน และเป็นคนมีปัญญาห้าคน…

    “[คนที่] มีปัญญานั้นเอาน้ำมันใส่ขวดไปกับตะเกียงของตนด้วย

    “เมื่อเจ้าบ่าวมาช้า ก็พากันง่วงเหงาและหลับไป

    “เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนก็มีเสียงร้องว่า ‘เจ้าบ่าวมาแล้ว จงออกมารับท่านเถิด’

    “หญิงพรหมจารีทั้งหมดนั้นก็ลุกขึ้นตกแต่งตะเกียงของตน

    “บรรดาคนโง่ก็พูกกับพวกที่มีปัญญาว่า ‘ขอแบ่งน้ำมันของพวกท่านบ้าง เพราะตะเกียงของเราจวนจะดับอยู่แล้ว’

    “พวกที่มีปัญญาจึงตอบว่า ‘น่ากลัวน้ำมันจะไม่พอสำหรับเราและพวกท่าน จงไปหาคนขาย แล้วซื้อสำหรับตัวเองจะดีกว่า’

    “ระหว่างที่เขาทั้งหลายออกไปซื้อ เจ้าบ่าวก็มาถึง พวกที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็ไปกับท่านในงานสมรส แล้วประตูก็ปิด

    “ภายหลังหญิงพรหมจารีอีกห้าคนก็มาร้องว่า ‘ท่านเจ้าคะ ขอเปิดให้เราด้วย’

    “แต่ท่านตอบว่า ‘เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า เราไม่รู้จักท่าน’”5

    ดิฉันคิดว่าไม่มีใคร โดยเฉพาะในบรรดาผู้ที่มีใจอ่อนโยน จะไม่รู้สึกเสียใจสำหรับหญิงสาวที่โง่เขลา และเราบางคนก็เพียงอยากจะบอกกับคนอื่นว่า “พวกท่านแบ่งปันไม่ได้หรือ เพื่อทุกคนจะได้มีความสุข” แต่ลองพิจารณาเรื่องนี้ดู นี่คือเรื่องราวที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงเล่า และพระองค์คือองค์นั้นที่เรียกห้าคนในนั้นว่า “มีปัญญา” และอีกห้าคนว่า “โง่”

    ขณะเราพิจารณาคำอุปมานี้ให้เป็นแบบแผนสำหรับการเตรียมตัวเข้าพระวิหาร ลองพิจารณาถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ยุคสุดท้ายที่สอนว่า “น้ำมันแห่งความพร้อมทางวิญญาณไม่สามารถแบ่งให้กันได้”6 ประธานสเป็นเซอร์ ดับเบิลยู. คิมบัลล์ช่วยชี้แจงว่าเหตุใดหญิงสาวห้าคนที่ “มีปัญญา” จึงไม่สามารถแบ่งน้ำมันจากตะเกียงของตนให้แก่ผู้ที่ “โง่” เมื่อท่านกล่าวว่า “การเข้าร่วมการประชุมศีลระลึกเติมน้ำมันในตะเกียงของเรา ทีละหยดตลอดระยะเวลาหลายปี การอดอาหาร การสวดอ้อนวอนเป็นครอบครัว การสอนประจำบ้าน การควบคุมความต้องการทางร่างกาย การสั่งสอนพระกิตติคุณ การศึกษาพระคัมภีร์—การกระทำแต่ละครั้งของการอุทิศตนและการเชื่อฟังคือหยดน้ำมันที่เรารวบรวมไว้ การกระทำที่เมตตา การจ่ายส่วนสิบและเงินบริจาค ความคิดและการกระทำอันบริสุทธิ์ …—สิ่งเหล่านี้เช่นเดียวกันมีส่วนสำคัญต่อน้ำมันซึ่งเราสามารถนำไปเติมตะเกียงที่แห้งแล้วในเวลาเที่ยงคืน”7

    ท่านเห็นแบบแผนความพร้อมไหม—ทีละหยด—ซึ่งจะช่วยเราได้ขณะที่เราคิดว่าเราจะขยันหมั่นเพียรมากขึ้นได้อย่างไรในการเตรียมตัวรับศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อตนเองและผู้อื่น สิ่งเล็กน้อยและเรียบง่ายอื่นๆ อะไรบ้างที่เราอาจทำเพื่อเติมหยดน้ำมันอันล้ำค่าทางวิญญาณให้แก่ตะเกียงความพร้อมของเรา

    เราเรียนรู้จากเอ็ลเดอร์ริชาร์ด จี. สก็อตต์ ว่า “ความมีค่าควรส่วนตัวเป็นข้อกำหนดสำคัญเพื่อมีสิทธิ์รับพรพระวิหาร…คุณลักษณะที่มีค่าควรหล่อหลอมได้ดีที่สุดจากชีวิตที่มีการเลือกที่ถูกต้อง สม่ำเสมอ โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่คำสอนของพระอาจารย์”8ดิฉันชอบคำว่า สม่ำเสมอ สม่ำเสมอหมายถึง มั่นคง ต่อเนื่อง และพึ่งพาได้ ช่างเป็นคำอธิบายหลักธรรมความมีค่าควรได้อย่างดีเยี่ยม!

    ใน Bible Dictionary ย้ำเตือนเราว่า “บ้านเท่านั้นที่สามารถเปรียบได้กับพระวิหารในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์” 9 บ้านหรืออพาร์ทเม้นท์ของเราเป็นเหมือนคำกล่าวนั้นหรือไม่ เยาวชนหญิงที่น่ารักในวอร์ดมาบ้านเราไม่นานนี้ โดยรู้ว่าพี่ชายของเธอเพิ่งกลับจากคณะเผยแผ่ ดิฉันจึงถามเธอว่ารู้สึกอย่างไรที่เขากลับบ้านแล้ว เธอบอกว่ายอดเยี่ยมแต่บางครั้งเขาจะขอว่าเบาเสียงเพลงลงได้ไหม เธอบอกว่า “และนั่นก็ไม่ใช่เพลง ไม่ดี ด้วย!” อาจจะคุ้มค่าที่เราจะตรวจสอบตัวเราเป็นครั้งคราวเพื่อให้แน่ใจว่าบ้านเป็นสถานที่ซึ่งเราพร้อมที่จะรู้สึกถึงพระวิญญาณ ขณะที่เราเตรียมบ้านของเราให้เป็นสถานที่ซึ่งพระวิญญาณได้รับการต้อนรับ เราจะพร้อมที่จะรู้สึก “เหมือนอยู่บ้าน” มากขึ้นเมื่อเราเข้าไปในพระนิเวศน์ของพระเจ้า

    ขณะเราเตรียมตัวเข้าพระวิหารอย่างมีค่าควรและซื่อสัตย์ต่อพันธสัญญาพระวิหาร พระเจ้าจะประทาน “พรอเนกประการ”10 แก่เรา ไม่นานมานี้ บอนนี ออสคาร์สัน เพื่อนที่ดีของดิฉันเปลี่ยนการใช้คำในพระคัมภีร์เมื่อเธอกล่าว “ที่ใดเรียกร้องมาก ก็ประทานให้มากมาย”11 ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่ง! เพราะเรามาพระวิหารเพื่อรับพร นิรันดร์ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มีการเรียกร้องมาตรฐานที่สูงขึ้นเพื่อให้คู่ควรต่อพรเหล่านั้น อีกครั้งที่เอ็ลเดอร์เนลสันสอนว่า “เพราะพระวิหารคือพระนิเวศน์ของพระเจ้า พระองค์ทรงตั้งมาตรฐานในการเข้าพระวิหาร บุคคลหนึ่งเข้าไปในฐานะแขกของพระองค์ การถือใบรับรองพระวิหารเป็นเกียรติอย่างยิ่งและเป็นสัญลักษณ์ที่จับต้องได้ของการเชื่อฟังพระผู้เป็นเจ้าและศาสดาพยากรณ์ของพระองค์”12

    นักกรีฑาระดับโลกและนักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยใช้เวลาเป็นชั่วโมงเป็นวันเป็นอาทิตย์เป็นเดือนและแม้แต่เป็นปีในการเตรียมตัว หยดน้ำมันแห่งการเตรียมความพร้อมทุกวันจำเป็นสำหรับพวกเขาเพื่อจะอยู่ในระดับต้นๆ เช่นเดียวกันความคาดหวังต่อคนที่ปรารถนาจะมีคุณสมบัติสำหรับความสูงส่งในอาณาจักรซีเลสเชียลคือ ดำเนินชีวิตด้วยมาตรฐานของการเชื่อฟังที่สูงกว่า ซึ่งทำได้โดยการฝึกให้มีคุณธรรมแห่งการเชื่อฟังทีละวันและทีละหยด

    เมื่อเราเติมน้ำมันอย่างสม่ำเสมอและอย่างขยันหมั่นเพียร ทีละหยด ให้แก่ตะเกียงทางวิญญาณของเรา ทำสิ่งเล็กน้อยและเรียบง่ายเหล่านี้ เราจะมีตะเกียงที่ “ขลิบไส้ตะเกียงและลุกโชติช่วง”13 ได้ด้วยความพร้อมอันน่าอัศจรรย์ สามีที่น่ารักของดิฉัน ซึ่งเป็นประธานสเตค กล่าวไม่นานมานี้ว่าเขามองออกแทบทุกครั้งว่าใครพร้อมและมีค่าควรเข้าพระวิหาร เพราะ “พวกเขาทำให้ห้องส่องสว่าง” เมื่อมาขอใบรับรองพระวิหาร

    ในคำสวดอ้อนวอนอุทิศพระวิหารเคิร์ทแลนด์ ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธทูลพระเจ้าว่า “เพื่อผู้คนทั้งปวงซึ่งจะเข้าสู่ธรณีประตูพระนิเวศน์ของพระเจ้าจะรู้สึกถึงเดชานุภาพของพระองค์, ... ให้พวกเขาเติบโตขึ้นในพระองค์, และได้รับความสมบูรณ์แห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์, ... และเตรียมรับสิ่งจำเป็นทุกอย่าง”14

    นี่คือคำสวดอ้อนวอนที่ดิฉันมีต่อพวกเรา การไปพระวิหารจะเป็นมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ขอให้เราเตรียมตัวรับศาสนพิธีแห่งความรอดอย่างมีค่าควร ทีละหยด และรักษาพันธสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างสุดใจ เมื่อเราทำเช่นนี้ ดิฉันรู้ว่าเราจะคู่ควรต่อการได้รับพรแห่งความสมบูรณ์ที่สัญญาไว้ของพระวิญญาณบริสุทธิ์และเดชานุภาพของพระเจ้าในบ้านของเราและชีวิตของแต่ละบุคคล ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน