2010–2019
เหตุผลเพื่อความหวังของเรา
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

เหตุผลเพื่อความหวังของเรา

ประจักษ์พยานในความหวังของการไถ่เป็นสิ่งที่เราสามารถวัดและนับได้ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแหล่งแห่งความหวังนั้น

หลายปีมาแล้ว ซิสเตอร์แพคเกอร์และข้าพเจ้าไปที่มหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด เราไปค้นบันทึกของคุณทวดรุ่นที่เจ็ด ท่านคณะบดีวิทยาลัยคริสต์แห่งอ๊อกซ์ฟอร์ด ดร. โพพเพลเวลช่างกรุณาต่อเราโดยให้เจ้าหน้าที่เก็บเอกสารของวิทยาลัยนำบันทึกทั้งหมดมาให้ และในบันทึกปี 1583 เราก็พบชื่อของบรรพบุรุษของเรา จอห์น แพคเกอร์

ปีถัดมาเรากลับไปยังอ๊อกซ์ฟอร์ดอีกเพื่อมอบชุดงานมาตรฐานที่สวยงามให้กับห้องสมุดของไครสต์คอลเลจ ดูเหมือนว่า ดร.โพพเพลเวลจะรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย บางทีเขาคงคิดว่าเราไม่ใช่ชาวคริสต์ที่แท้จริง เขาเลยเรียกอนุศาสนาจารย์ของวิทยาลัยให้มารับหนังสือแทน

ก่อนที่จะยื่นพระคัมภีร์ให้อนุศาสนาจารย์ ข้าพเจ้าเปิดไปที่คู่มือพระคัมภีร์และให้เขาดูหัวข้อหนึ่ง: มี 18 หน้า พิมพ์ไว้อย่างสวยงาม เว้นช่องห่างระหว่างบรรทัดหนึ่งช่อง ซึ่งเต็มไปด้วยรายการอ้างอิงในเรื่องของ “พระเยซูคริสต์” เป็นรายการอ้างอิงที่รวบรวมพระคัมภีร์เกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดไว้ครอบคลุมมากที่สุดเท่าที่มีมาในประวัติศาสตร์ของโลก—ประจักษ์พยานจากพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ พระคัมภีร์มอรมอน หลักคำสอนและพันธสัญญา และไข่มุกอันล้ำค่า

“อย่างไรก็ตามผมขอให้คุณดูตามรายการอ้างอิงนี้” ข้าพเจ้าบอกเขา “ดูไปทางด้านข้าง ดูจากบนไปล่าง ดูจากเล่มนั้นไปเล่มนี้ ดูจากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้—คุณจะพบว่าทุกอย่างสอดคล้องกัน และเป็นพยานอย่างกลมกลืนถึงพันธกิจแห่งสวรรค์ของพระเจ้าพระเยซูคริสต์—การประสูติ พระชนม์ชีพ การสอน การตรึงกางเขน การฟื้นคืนพระชนม์ และการชดใช้ของพระองค์”

หลังจากข้าพเจ้าแบ่งปันคำสอนบางอย่างของพระผู้ช่วยให้รอดแก่อนุศาสนาจารย์ บรรยากาศก็เปลี่ยนไป และเขาก็พาเราเที่ยวชมอาคาร รวมถึงอุโมงค์ที่เพิ่งค้นพบที่ประกอบด้วยจิตกรรมฝาผนังตั้งแต่สมัยกรุงโรม

ในบรรดารายการอ้างอิงที่มีอยู่ในคู่มือพระคัมภีร์ นี่คือหนึ่งข้อจากพระคัมภีร์มอรมอน: พยานอีกเล่มหนึ่งของพระเยซูคริสต์ : “เราสั่งสอนเรื่องพระคริสต์, เราพยากรณ์ถึงพระคริสต์, และเราเขียนตามคำพยากรณ์ของเรา, เพื่อลูกหลานของเราจะรู้ว่าพวกเขาจะมองหาแหล่งใดเพื่อการปลดบาปของพวกเขา” (2 นีไฟ 25:26)

พระผู้ช่วยให้รอด ทรงประกาศด้วยถ้อยคำของพระองค์เองว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา” (ยอห์น 14:6)

และจากพระคัมภีร์มอรมอนพระองค์ทรงประกาศว่า “ดูเถิด, เราคือผู้ที่ทรงเตรียมไว้นับแต่การวางรากฐานของโลกเพื่อไถ่ผู้คนของเรา. ดูเถิด, เราคือพระเยซูคริสต์ …ในเรามนุษยชาติทั้งปวงจะมีชีวิต, และนั่นเป็นนิรันดร์, แม้คนที่เชื่อในนามของเรา; และพวกเขาจะกลับกลายเป็นบุตรของเราและธิดาของเรา” (อีเธอร์ 3: 14)

มีข้ออ้างอิงอื่นอีกมากมายทั่วทั้งงานมาตรฐานที่ยืนยันถึงบทบาทแห่งสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ในฐานะพระผู้ไถ่ของคนทั้งปวงที่เคยมีชีวิตอยู่หรือที่จะเกิดมาในชีวิตมรรตัยนี้

โดยผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์เราทุกคนได้รับการไถ่จากการตกของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่ออาดัมและเอวารับส่วนผลไม้ต้องห้ามในสวนเอเดน ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือ 1 โครินธ์ “เพราะว่าเช่นเดียวกับที่ทุกคนต้องตายโดยเกี่ยวเนื่องกับอาดัม ทุกคนก็จะได้รับชีวิตโดยเกี่ยวเนื่องกับพระคริสต์” (1 โครินธ์ 15:22)

พระคัมภีร์มอรมอนสอนว่า “เพราะสมควรที่จะมีการชดใช้  …, มิฉะนั้นมนุษยชาติทั้งปวงต้องพินาศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้; แท้จริงแล้ว, คนทั้งปวงแข็งกระด้าง, แท้จริงแล้ว, คนทั้งปวงตกและหลงไป; และต้องพินาศเว้นแต่จะเป็นโดยผ่านการชดใช้ …การพลีบูชาอันไม่มีขอบเขตและเป็นนิรันดร์” (แอลมา 34:9–10)

เราอาจมีชีวิตที่ไม่ดีพร้อม และมีการลงโทษในความผิดพลาดของเรา แต่ก่อนที่เราจะมายังโลก เราตกลงที่จะทำตามกฏของพระองค์และยอมรับโทษทัณฑ์ของการล่วงละเมิดกฏเหล่านั้น

“เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

“แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว” (โรม 3:23–24)

พระผู้ช่วยให้รอดประทานการชดใช้ ซึ่งเตรียมทางให้เราสะอาด พระเยซูคริสต์คือพระคริสต์ผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ เรานมัสการพระองค์และยอมรับพระองค์สำหรับความเจ็บปวดที่ทรงรับแทนเราไว้โดยรวมและความเจ็บปวดที่พระองค์ทรงทนรับเพื่อเราเป็นส่วนตัว ทั้งในสวนเกทเสมนีและบนกางเขน พระองค์ทรงแบ่งปันทั้งหมดนี้ไว้ด้วยความถ่อมองค์อย่างยิ่งใหญ่และความเข้าใจอันเป็นนิรันดร์ถึงบทบาทและพระประสงค์แห่งสวรรค์ของพระองค์

ผู้ที่กลับใจและทิ้งบาปจะพบว่าพระพาหุที่เต็มไปด้วยพระกรุณาธิคุณของพระองค์ยังคงเอื้อมออกมา ผู้ที่ได้ยินและฟังพระสุรเสียงของพระองค์และถ้อยคำของบรรดาผู้รับใช้ของพระองค์จะพบสันติและความเข้าใจแม้จะอยู่ในความปวดร้าวใจและความเศร้าโศกอันใหญ่หลวง ผลของการพลีบูชาของพระองค์ทำให้เราเป็นอิสระจากผลกระทบของบาป ซึ่งลบความรู้สึกผิดและให้ความหวัง

ถ้าพระองค์กระทำการชดใช้ไม่สำเร็จ ก็จะไม่มีการไถ่ มันคงยากมากที่จะอยู่ในโลกถ้าเราไม่ได้รับการให้อภัยในความผิดพลาดของเรา ถ้าเราไม่สามารถถูกชำระให้บริสุทธิ์และดำเนินชีวิตต่อไป

พระเมตตาและพระคุณของพระเยซูคริสต์ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกับคนที่ทำผิดบาป ไม่ว่าจะเป็นการทำบาปหรือการละเลยทำสิ่งถูกต้อง แต่พระเมตตาและพระคุณครอบคลุมถึงคำสัญญาแห่งสันติสุขอันเป็นนิจแก่ทุกคนที่จะยอมรับและทำตามพระองค์และคำสอนของพระองค์ พระเมตตาของพระองค์เป็นผู้รักษาที่ยิ่งใหญ่ แม้กับคนบริสุทธิ์ที่บาดเจ็บ

ไม่นานมานี้ข้าพเจ้าได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากสตรีผู้รายงานถึงการที่ต้องทนทุกข์ในชีวิตของเธอ มีความผิดพลาดที่ร้ายแรง ซึ่งเธอไม่ได้ระบุแต่ก็พูดเป็นนัย ซึ่งมีผลกระทบกับเธอ เธอบอกว่าเธอต้องดิ้นรนอยู่กับความรู้สึกที่ขมขื่น ด้วยความโกรธ เธอร้องคร่ำครวญ “จะต้องมีคนชดใช้ในความผิดที่รุนแรงนี้” ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกและข้อสงสัยนี้ เธอเขียนเล่าว่า มีคำตอบหนึ่งเข้ามาในใจเธอทันทีว่า “มีบางคนชดใช้ให้แล้ว”

ถ้าเราไม่ได้รับรู้ถึงการเสียสละที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงทำเพื่อเรา เราอาจต้องแบกความเสียใจไปตลอดชีวิตว่าเราทำบางอย่างที่ไม่ถูกต้องหรือทำให้คนอื่นขุ่นเคือง ความรู้สึกผิดที่มากับความผิดพลาดสามารถชำระล้างได้ ถ้าเราจะแสวงหาความเข้าใจการชดใช้ของพระองค์ เราจะคารวะอย่างลึกซึ้งต่อพระเจ้าพระเยซูคริสต์ การปฏิบัติศาสนกิจของพระองค์บนแผ่นดินโลก และพันธกิจแห่งสวรรค์ของพระองค์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอดของเรา

ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาเพื่อให้ทั้งโลกนี้ได้รู้จักพระชนม์ชีพและคำสอนของพระผู้ช่วยให้รอด การประชุมใหญ่ที่ยอดเยี่ยมครั้งนี้ได้รับการถ่ายทอดใน 94 ภาษาโดยผ่านดาวเทียมไปยัง 102 ประเทศ และยังมีในอินเทอร์เน็ตไปสู่ทุกประชาชาติที่มีศาสนจักรตั้งอยู่ เรามีสเตคมากกว่า 3,000 แห่ง จำนวนผู้สอนศาสนาเต็มเวลาของเรามีเกือบ 88,000 คนแล้ว และจำนวนสมาชิกภาพมากกว่า 15 ล้านคนแล้ว จำนวนเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานว่า “ก้อนหินซึ่งถูกสกัดจากภูเขาโดยปราศจากมือ” จะคงกลิ้งออกไป จนเต็ม “ทั้งแผ่นดินโลก” (คพ. 65:2)

แต่ไม่สำคัญว่าองค์การของศาสนจักรจะใหญ่ขนาดไหนหรือจำนวนสมาชิกจะมีกี่ล้านคนเพื่อเพิ่มอันดับให้เรา ไม่สำคัญว่าจะมีกี่ทวีป กี่ประเทศที่ผู้สอนศาสนาของเราได้เข้าไปหรือกี่ภาษาที่เราใช้พูด ความสำเร็จที่แท้จริงของพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์จะวัดได้โดยความเข้มแข็งทางวิญญาณภาพของสมาชิกแต่ละคน เราจำเป็นต้องเสริมสร้างความเชื่อมั่นที่มีอยู่ในใจของสานุศิษย์ผู้จงรักภักดีของพระคริสต์ทุกคน

ประจักษ์พยานในความหวังของการไถ่เป็นสิ่งที่เราสามารถวัดและนับได้ พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแหล่งแห่งความหวังนั้น

เราแสวงหาเพื่อเพิ่มความเข้มแข็งในประจักษ์พยานของคนหนุ่มสาวและคนสูงอายุ คนแต่งงานแล้วและคนโสด เราจำเป็นต้องสอนพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ให้แก่ชาย หญิง และเด็กๆ ในทุกเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ทั้งร่ำรวยและยากจน เราต้องการคนที่เพิ่งเปลี่ยนใจเลื่อมใสและคนที่อยู่ในบรรดาผู้สืบเชื้อสายมาจากผู้บุกเบิก เราต้องเสาะหาผู้ที่ระหกระเหินและช่วยเขาให้กลับมาสู่ฝูง เราต้องการปัญญาและความคิดและความเข้มแข็งทางวิญญาณภาพของทุกคน สมาชิกแต่ละคนของศาสนจักรนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของโครงสร้างของศาสนจักรนี้

“เพราะว่าเหมือนกับร่างกายเดียวที่มีหลายๆ อวัยวะ และอวัยวะทั้งหมดของร่างกายนั้นแม้จะมีหลายส่วนก็ยังเป็นร่างกายเดียว พระคริสต์ก็ทรงเป็นเช่นนั้น

“เพราะ…เราได้รับบัพติศมาในพระวิญญาณองค์เดียวเข้าเป็นกายเดียวกัน…

“เพราะว่าร่างกายไม่ได้ประกอบด้วยอวัยวะเดียว แต่ด้วยหลายอวัยวะ” (1 โครินธ์ 12:12–14)

สมาชิกแต่ละคนรับใช้ในฐานะเป็นประจักษ์พยานถึงพระชนม์ชีพและคำสอนของพระเยซูคริสต์ เรากำลังอยู่ในสงครามที่ห้อมล้อมด้วยปฏิปักษ์ เราต้องการให้แต่ละคนและทุกคนในพวกเราออกไปทำงานที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงมอบให้เราทำให้สำเร็จ

ท่านอาจคิดว่า “ฉันจะทำอะไรได้ ฉันก็เป็นเพียงคนหนึ่งเท่านั้น”

แน่นอนว่าโจเซฟ สมิธรู้สึกเดียวดายอยู่หลายครั้ง ท่านลุกขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่ แต่ท่านก็เริ่มเมื่อสมัยเป็นเด็กอายุ 14 ปีซึ่งมีคำถามว่า “ข้าพเจ้าจะเข้าร่วมศาสนจักรไหนดี?” (ดูโจเซฟ สมิธ-ประวัติ 1:10) ศรัทธาและประจักษ์พยานของโจเซฟในพระผู้ช่วยให้รอดเติบโตเช่นเดียวกับที่เราต้องเติบโต “บรรทัดมาเติมบรรทัด, กฏเกณฑ์มาเติมกฏเกณฑ์, ที่นี่นิดและที่นั่นหน่อย” (2 นีไฟ 28:30; ดู คพ. 128:21 ด้วย) โจเซฟคุกเข่าสวดอ้อนวอน และปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเป็นผลจากการสวดอ้อนวอนนั้นและนิมิตแรก

ในฐานะคนหนึ่งในอัครสาวกสิบสอง ข้าพเจ้าขอเป็นพยานถึงพระเจ้าพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงพระชนม์พระองค์ทรงเป็นพระผู้ไถ่และพระผู้ช่วยให้รอดของเรา “โดยผ่านการชดใช้ของพระคริสต์, มนุษยชาติทั้งมวลจะรอดได้” (หลักแห่งความเชื่อ ข้อ 3) พระองค์ทรงควบคุมศาสนจักรนี้ พระองค์ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับผู้รับใช้ของพระองค์ ขณะที่เราเคลื่อนที่ไปสู่อนาคตด้วยความมั่นใจอย่างเงียบๆ พระวิญญาณของพระองค์จะอยู่กับเรา พลังอำนาจของพระองค์ไม่มีที่สุดเพื่อให้พรและนำทางชีวิตแก่ผู้ที่แสวงหาความจริงและความชอบธรรม ข้าพเจ้าเป็นพยานถึงพระองค์ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน