2010–2019
การดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

การดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ

จงวางใจอำนาจแห่งการช่วยให้รอดของพระเยซูคริสต์ จงรักษากฎและพระบัญญัติ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ—จงดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ

พี่น้องสตรีที่รัก สหายและสานุศิษย์ผู้ได้รับพรของพระเยซูคริสต์ นับเป็นเกียรติที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้อยู่กับท่านเมื่อเราเปิดการประชุมใหญ่ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายอีกครั้ง ในสัปดาห์ที่จะมาถึงฝ่ายประธานสูงสุดและอัครสาวกสิบสองจะประชุมกับเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่และผู้นำองค์การช่วยสามัญทุกท่าน และภาคที่เหลือของการประชุมใหญ่สามัญทั่วโลกจะตามมาในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ข้าพเจ้าขอบพระทัยสำหรับประธานโธมัส เอส. มอนสัน ศาสดาพยากรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าในสมัยของเรา ซึ่งมอบหมายให้ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนฝ่ายประธานสูงสุดมาพูดกับพี่น้องสตรีของศาสนจักร

เมื่อข้าพเจ้าคิดไตร่ตรองว่าจะพูดอะไร ข้าพเจ้านึกถึงบรรดาสตรีผู้มีอิทธิพลต่อชีวิตข้าพเจ้าและได้ช่วยข้าพเจ้าผ่านพ้นความท้าทายของชีวิตมรรตัย ข้าพเจ้าขอบพระทัยสำหรับคุณยายซึ่งเมื่อหลายสิบปีมาแล้วตัดสินใจพาครอบครัวไปการประชุมศีลระลึกของมอรมอน ขอบพระทัยสำหรับซิสเตอร์อีวิก หญิงชราโสดชาวเยอรมัน ชื่อของเธอแปลว่า “ซิสเตอร์นิรันดร” เธอคือผู้ที่ให้คำเชื้อเชิญอันหาญกล้าและแสนวิเศษนี้แก่คุณยายข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขอบพระทัยสำหรับคุณแม่ ผู้นำลูกทั้งสี่คนผ่านความยุ่งยากของสงครามโลกครั้งที่สอง ข้าพเจ้านึกถึงลูกสาว หลานสาว และสตรีที่ซื่อสัตย์ของอนุชนรุ่นต่อๆ ไปที่จะตามมาเช่นกัน

แน่นอน ข้าพเจ้าขอบคุณฮาร์เรียต ภรรยาข้าพเจ้าเสมอ ผู้ซึ่งข้าพเจ้าหลงรักตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เธอแบกรับภาระหนักที่สุดของครอบครัวเราในฐานะมารดา ยืนหยัดกับข้าพเจ้าในฐานะภรรยา รักและทะนุถนอมลูกหลานเหลนของเรา เธอเป็นกำลังในบ้านของเราทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ เธอนำแสงสว่างมาสู่ชีวิตของทุกคนที่รู้จักเธอ

ท้ายที่สุด ข้าพเจ้าขอบคุณพวกท่านทุกคน สตรีทุกวัยผู้ซื่อสัตย์หลายล้านคนทั่วโลกผู้ที่ทำมากมายเพื่อสร้างอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอบคุณท่านทั้งหลายสำหรับวิธีนับไม่ถ้วนที่ท่านสร้างแรงบันดาลใจ บำรุงเลี้ยง และเป็นพรให้แก่ผู้ที่อยู่รอบข้างท่าน

ธิดาของพระผู้เป็นเจ้า

ข้าพเจ้าดีใจที่ได้อยู่ท่ามกลางธิดาทั้งหลายของพระผู้เป็นเจ้า เมื่อเราร้องเพลง “ฉันลูกพระผู้เป็นเจ้า” เนื้อร้องแผ่ซ่านสู่ใจเรา เมื่อพิจารณาความจริงนี้—ว่าเราเป็นบุตรธิดาของพระบิดามารดาบนสวรรค์1—ช่วยให้เรารู้สึกถึงต้นกำเนิด จุดประสงค์ และจุดหมายของเรา

เป็นสิ่งดีที่พึงจดจำว่าท่านเป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้าเสมอ ความรู้นี้จะช่วยให้ท่านผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากที่สุดในชีวิตท่านและจะเป็นแรงบันดาลใจให้ท่านทำสิ่งพิเศษต่างๆ ได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ด้วยว่าการเป็นธิดาของพระบิดามารดานิรันดร์นั้นไม่ใช่เกียรติศักดิ์ที่ท่านทำเพื่อให้ได้มาหรือจะสูญเสียไปได้ ท่านจะเป็นธิดาของพระผู้เป็นเจ้าเสมอตลอดไป พระบิดาบนสวรรค์ทรงมีพระประสงค์ที่สูงส่งสำหรับท่าน แต่ต้นกำเนิดแห่งสวรรค์ของท่าน เพียงอย่างเดียว ไม่รับรองว่าท่านจะได้รับมรดกแห่งสวรรค์ พระผู้เป็นเจ้าทรงส่งท่านมาที่นี่เพื่อเตรียมรับอนาคตที่ดีเกินกว่าจะจินตนาการได้

พรแห่งคำสัญญาที่พระผู้เป็นเจ้าประทานแก่ผู้ที่ซื่อสัตย์นั้นรุ่งโรจน์และสร้างแรงบันดาลใจ อาทิ “บัลลังก์, อาณาจักร, มณฑล, และอำนาจ, อำนาจการปกครอง, ยอดสูงสุดและห้วงลึกทั้งปวง”2 ต้องใช้มากกว่าสูติบัตรทางวิญญาณหรือ “บัตรสมาชิกลูกพระผู้เป็นเจ้า” ที่จะคู่ควรแก่พรเหล่านี้ที่เกินความเข้าใจ

แต่เราจะรับพรเหล่านั้นได้อย่างไร

พระผู้ช่วยให้รอดทรงตอบคำถามนี้ในสมัยของเรา

“เว้นแต่เจ้าจะปฏิบัติตามกฎของเรา เจ้าจะบรรลุถึงรัศมีภาพนี้ไม่ได้

“เพราะคับแคบคือประตู, และแคบคือทางที่นำไปสู่ความสูงส่ง …

“… ฉะนั้น, เจ้าจงรับกฎของเรา.”3

เพราะเหตุผลนี้ เราจึงพูดถึงการเดินในทางของการเป็นสานุศิษย์

เราพูดถึงการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า

เราพูดถึงการดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ ด้วยสุดใจ ความนึกคิด พลัง และจิตวิญญาณของเรา

พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบบางสิ่งที่เราไม่รู้

กระนั้นสำหรับเราบางคน การเชื่อฟังพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าไม่ทำให้รู้สึกเบิกบานเสมอไป ยอมรับเถิดว่ามีพระบัญญัติบางข้อ—ที่ดูเหมือนยากหรือไม่น่าดึงดูดใจ ซึ่งเราเข้าหาด้วยความกระตือรือร้นแบบเด็กที่นั่งมองจานผักมีประโยชน์ต่อร่างกายแต่ไม่ชอบ เราขบฟันและบังคับตัวเราเองให้ทำตามเพื่อเราจะได้มุ่งหน้าต่อไปในกิจกรรมอื่นๆที่น่าปรารถนากว่านี้

บางทีในช่วงเวลาเหล่านี้เราอาจถามตนเองว่า “เราจำเป็นต้องเชื่อฟังพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า ทุกข้อ หรือ”

คำตอบของข้าพเจ้าเรียบง่าย

ข้าพเจ้าคิดว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงทราบบางสิ่งที่เราไม่รู้—บางสิ่งซึ่งอยู่เหนือความเข้าใจของเรา! พระบิดาในสวรรค์ทรงเป็นสัตภาวะนิรันดร์ผู้ซึ่งประสบการณ์ พระสติปัญญา และพระปรีชาญาณของพระองค์สูงกว่าเราอย่างอเนกอนันต์4 นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงเปี่ยมด้วยความรัก มีน้ำพระทัยกรุณา และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียว คือเพื่อทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์5

กล่าวอีกนัยหนึ่ง พระองค์ไม่เพียง ทราบ ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับท่าน แต่พระองค์ยังทรง ประสงค์ให้ท่านเลือก สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตนเองเช่นกัน

ถ้าใจท่านเชื่อสิ่งนี้—ถ้าท่านเชื่อจริงๆ ว่าพระพันธกิจสำคัญของพระบิดาบนสวรรค์คือการทำให้บุตรธิดาของพระองค์ได้รับความสูงส่งและรัศมีภาพ พระองค์ทรงทราบดีว่าต้องทำอย่างไร—ไม่สมเหตุสมผลหรอกหรือที่จะทำตามพระบัญญัติของพระองค์ แม้ข้อที่ดูเหมือนยาก เราไม่ควรยึดมั่นแสงสว่างที่พระองค์ประทานให้หรอกหรือเพื่อนำเราผ่านความมืดและการทดลองแห่งความเป็นมรรตัย สิ่งเหล่านี้แสดงหนทางกลับสู่บ้านบนสวรรค์ของเรา! โดยการเลือกทางของพระบิดาบนสวรรค์ ท่านวางรากฐานแห่งสวรรค์สำหรับความก้าวหน้าส่วนตัวของท่านในฐานะธิดาของพระผู้เป็นเจ้าซึ่งจะเป็นพรแก่ท่านไปตลอดชีวิต

ข้าพเจ้าคิดว่าความท้าทายอย่างหนึ่งของเราคือเราจินตนาการว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงกักพรทั้งหมดของพระองค์ไว้บนเมฆก้อนใหญ่ในสวรรค์ ไม่ยอมประทานให้เราเว้นแต่เราจะยอมทำตามข้อเรียกร้องอันเข้มงวดที่พระองค์ทรงตั้งขึ้นเหมือนบิดาปกครองบุตรที่ยังเด็ก แต่พระบัญญัติไม่ใช่แบบนั้นเลย ในความเป็นจริง พระบิดาบนสวรรค์ทรงเทพรให้เราอย่างสม่ำเสมอเหมือนฝนที่โปรยปรายมา เป็นเพราะความกลัว ความสงสัย และบาปของเราต่างหากที่ปิดกั้นพรเหล่านั้นเหมือนร่มกันฝน

พระบัญญัติของพระองค์คือคำแนะนำอันเปี่ยมด้วยความรักและความช่วยเหลือจากสวรรค์ที่หุบร่มนั้น เพื่อเราจะได้รับพรจากสวรรค์เหมือนฝนที่โปรยปรายมา

เราต้องยอมรับว่าพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าไม่ได้เป็นเพียงรายการยาวๆ ของแนวคิดที่ดี ไม่ใช่วิธี “แฮคชีวิต” จากบล็อกอินเทอร์เน็ตหรือคำคมที่สร้างแรงจูงใจจากเว็บบอร์ดพินเทอเรสต์ พระบัญญัติคือคำแนะนำจากสวรรค์ มีพื้นฐานบนความจริงนิรันดร์ ประทานไว้เพื่อให้เกิด “สันติสุขในโลกนี้ และในชีวิตนิรันดร์ในโลกที่จะมาถึง”6

ดังนั้นเรามีทางเลือก ข้างหนึ่งมีความเห็นของโลกพร้อมด้วยทฤษฎีที่แปรปรวนกับแรงจูงใจที่เคลือบแคลง อีกข้างหนึ่งมีพระคำของพระผู้เป็นเจ้าแก่บุตรธิดาของพระองค์—พระปรีชาญาณนิรันดร์ คำสัญญา และคำแนะนำอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์เพื่อการกลับไปสู่ที่ประทับของพระองค์ในรัศมีภาพ ความรัก และความสง่างาม

ท่านเลือกได้!

พระผู้ทรงสร้างทะเล ผืนทราย และดวงดาวอันไม่มีที่สิ้นสุดทรงเอื้อมออกไปหาท่านวันนี้! พระองค์ทรงเสนอสูตรอันยิ่งใหญ่สำหรับความสุข สันติสุข และชีวิตนิรันดร์!

เพื่อจะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับพรอันรุ่งโรจน์เหล่านี้ ท่านต้องนอบน้อมถ่อมตน ใช้ศรัทธา รับพระนามของพระคริสต์ไว้กับท่าน แสวงหาพระองค์ในคำพูดและการกระทำ และ “ยืนเป็นพยานเกี่ยวกับพระผู้เป็นเจ้าทุกเวลาและในทุกสิ่ง, และในทุกแห่ง”7

เหตุผล ของการเชื่อฟัง

เมื่อท่านเข้าใจพระลักษณะที่แท้จริงของพระผู้เป็นเจ้าและพระบัญญัติของพระองค์ ท่านจะเข้าใจตนเองและจุดประสงค์อันสูงส่งในการดำรงอยู่ของท่านเช่นกัน ด้วยสิ่งนี้ แรงจูงใจในการทำตามพระบัญญัติเปลี่ยนไป และกลายเป็นความปรารถนาจากใจของท่านที่จะดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เห็นว่าการเข้าร่วมประชุมที่โบสถ์เป็นวิธีสำหรับตนเองในการเพิ่มความรักที่มีต่อพระผู้เป็นเจ้า ค้นหาความสงบสุข ยกระดับจิตใจผู้อื่น แสวงหาพระวิญญาณ และต่อคำมั่นสัญญาที่จะทำตามพระเยซูคริสต์ จะพบประสบการณ์ที่ดีกว่าผู้ที่สักแต่นั่งในที่ประชุม พี่น้องทั้งหลาย เป็นสิ่ง สำคัญ มาก ที่เราจะเข้าร่วมการประชุมวันอาทิตย์ แต่ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพระบิดาบนสวรรค์ทรงกังวลเรื่องศรัทธาและการกลับใจของเรามากกว่าสถิติการเข้าร่วมประชุม

ตัวอย่างอีกเรื่องหนึ่ง

คุณแม่ตัวคนเดียวของลูกเล็กสองคนป่วยเป็นไข้อีสุกอีใส แน่นอนว่าไม่นานลูกของเธอก็ติดไข้ด้วย ภาระที่ต้องดูแลตัวเองและลูกเล็กของเธอหนักหนาเกินกว่าคุณแม่ลูกอ่อนผู้นี้จะรับไหว ส่งผลให้บ้านที่เคยสะอาดเอี่ยมอ่องกลับยุ่งเหยิงไร้ระเบียบ จานสกปรกกองอยู่ในอ่างล้างจาน เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักกองเกลื่อนไปทุกที่

ขณะกำลังกระวนกระวายใจกับลูกที่ร้องไห้—และเธอก็อยากร้องไห้ด้วย—มีคนเคาะประตู ผู้เยี่ยมสอนของเธอเห็นถึงความลำบากของคุณแม่ลูกอ่อนผู้นี้ พวกเธอเห็นบ้านและห้องครัวของเธอ พวกเธอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้

ถ้าพี่น้องสตรีเหล่านี้สนใจแค่ทำการเยี่ยมสอนที่ได้รับมอบหมายให้ครบถ้วนทุกเดือน พวกเธอคงจะยื่นถาดคุกกี้ให้คุณแม่ และบอกว่าคิดถึงเธอในชั้นเรียนสมาคมสงเคราะห์สัปดาห์ที่แล้ว และพูดกับเธอทำนองนี้ “ถ้ามีอะไรที่เราช่วยได้ บอกเรานะ!” จากนั้นพวกเธอก็จะจากไปอย่างรื่นเริง ขอบพระทัยที่ทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์อีกหนึ่งเดือน

โชคดีที่พี่น้องสตรีเหล่านี้เป็นสานุศิษย์ที่แท้จริงของพระคริสต์ พวกเธอสังเกตเห็นความต้องการของพี่น้องจึงใช้ทักษะและประสบการณ์มากมายเข้าช่วยเหลือ พวกเธอขจัดความยุ่งเหยิง นำความสว่างและความแจ่มใสมาสู่บ้าน โทรศัพท์หาเพื่อนให้นำของชำและอาหารแห้งที่จำเป็นมากมาให้ เมื่อพวกเธอทำเสร็จในที่สุดและกล่าวลาเรียบร้อย พวกเธอทิ้งคุณแม่ลูกอ่อนคนนั้นไว้ด้วยน้ำตา—น้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจและความรัก

ตั้งแต่วินาทีนั้นมา ความเห็นเรื่องการเยี่ยมสอนของคุณแม่ลูกอ่อนคนนี้เปลี่ยนไป เธอบอกว่า “ดิฉันรู้ว่าดิฉันไม่ใช่แค่เครื่องหมายว่าทำแล้วในรายการสิ่งที่ต้องทำของใครบางคน”

ใช่แล้ว ผู้เยี่ยมสอนต้องซื่อสัตย์ในการเยี่ยมแต่ละเดือน โดยไม่พลาด เหตุผล สำคัญที่สุดเบื้องหลังพระบัญญัติข้อนี้: รักพระผู้เป็นเจ้าและเพื่อนมนุษย์

เมื่อเราปฏิบัติต่อพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้าและหน้าที่ของเราในการสร้างอาณาจักรของพระองค์เหมือนการใส่เครื่องหมายว่าทำแล้วในรายการสิ่งที่ต้องทำ เราก็พลาดหัวใจของการเป็นสานุศิษย์ เราพลาดการเติบโตที่มาจากการดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานตามพระบัญญัติของพระบิดาในสวรรค์ของเรา

การเดินในทางของการเป็นสานุศิษย์ไม่จำเป็นต้องเป็นประสบการณ์ที่ขมขื่น แต่เป็นสิ่ง “ซึ่งหวานเหนือทุกสิ่งที่หวาน”8 และไม่ใช่ภาระที่ถ่วงเรา การเป็นสานุศิษย์ยกวิญญาณเราและทำให้ใจเราเบาลง สร้างแรงบันดาลใจให้เราด้วยศรัทธา ความหวัง และจิตกุศล เติมเต็มวิญญาณเราด้วยแสงสว่างในยามมืดมนและให้ความสงบสุขในยามเศร้าโศก

สิ่งนี้ให้อำนาจจากสวรรค์และปีติที่ยั่งยืนแก่เรา

การดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ

พี่น้องสตรีที่รักในพระกิตติคุณ ไม่ว่าท่านจะอายุ 8 ขวบหรือ 108 ปี มีสิ่งเดียวที่ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะเข้าใจและรู้อย่างแท้จริง

มีผู้ที่รักท่าน

ท่านเป็นที่รักของพระบิดามารดาบนสวรรค์ของท่าน

พระผู้สร้างแสงสว่างและชีวิต อนันต์และนิรันดร์ ทรงรู้จักท่าน! พระองค์ใส่พระทัยท่าน

ใช่ พระผู้เป็นเจ้าทรงรักท่านแม้ในวันนี้และตลอดไป

พระองค์ไม่ได้ทรงรอรักท่านจนกว่าท่านจะเอาชนะความอ่อนแอหรือนิสัยที่ไม่ดี พระองค์ทรงรักท่านวันนี้ พร้อมเข้าพระทัยการต่อสู้ดิ้นรนของท่าน ทรงทราบว่าท่านแสวงหาพระองค์ในคำสวดอ้อนวอนจากใจและเปี่ยมด้วยความหวัง พระองค์ทรงทราบถึงช่วงเวลาที่ท่านยึดแสงสว่างที่ค่อยๆ เลือนหายและเชื่อ—แม้ท่ามกลางความมืดที่ทวีขึ้น พระองค์ทรงทราบถึงความทุกข์ของท่าน ทรงทราบถึงความเสียใจในช่วงเวลาที่ท่านทำไม่ได้หรือล้มเหลว กระนั้นพระองค์ยังทรงรักท่าน

พระผู้เป็นเจ้าทรงทราบถึงความสำเร็จของท่าน แม้จะดูเหมือนเล็กน้อย แต่พระองค์ทรงรับรู้และทรงชื่นชมทุกครั้ง พระองค์ทรงรักท่านที่ท่านเอื้ออาทรผู้อื่น ทรงรักท่านที่ท่านมีน้ำใจช่วยแบกภาระอันหนักอึ้งของผู้อื่น—แม้ว่าท่านกำลังต่อสู้ดิ้นรนกับภาระของท่านเอง

พระองค์ทรงทราบทุกสิ่งเกี่ยวกับตัวท่าน พระองค์ทรงเห็นท่านชัดเจน—ทรงรู้จักตัวตนที่แท้จริงของท่าน และพระองค์ทรงรักท่าน—วันนี้และตลอดไป!

ท่านคิดว่าสำคัญสำหรับพระบิดาบนสวรรค์หรือไม่ที่เสื้อผ้า หน้า ผม และเล็บของท่านสมบูรณ์แบบ ท่านคิดว่าคุณค่าของท่านต่อพระองค์ผันแปรหรือไม่ตามจำนวนผู้ติดตามท่านในอินสตาแกรมหรือพินเทอเรสต์ ท่านคิดว่าพระองค์ทรงต้องการให้ท่านกังวลหรือเกิดอาการซึมเศร้าหรือไม่เมื่อบางคนเลิกเป็นเพื่อนกับท่านหรือเลิกติดตามท่านในเฟสบุ๊คหรือทวิตเตอร์ ท่านคิดว่าเสน่ห์ภายนอก ขนาดของชุดเสื้อผ้า หรือความเป็นที่นิยมสร้างความแตกต่างให้ท่านแม้เล็กน้อยที่สุดในความมีค่าควรต่อพระองค์ผู้ทรงสร้างจักรวาลหรือไม่

พระองค์ทรงรักท่านไม่เพียงตัวตนของท่านในวันนี้ แต่ทรงรักคนที่มีรัศมีภาพและความสว่างซึ่งท่านมีศักยภาพและความปราถนาที่จะเป็นเช่นกัน

เกินกว่าที่ท่านจะจินตนาการได้ พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านบรรลุจุดหมายของท่าน—คือการกลับไปบ้านบนสวรรค์ของท่านอย่างสมเกียรติ

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าวิธีบรรลุผลสำเร็จคือวางความปรารถนาอันเห็นแก่ตัวและความทะเยอทะยานอันไร้ค่าควรไว้บนแท่นแห่งความเสียสละและการรับใช้ พี่น้องสตรีทั้งหลาย จงวางใจอำนาจแห่งการช่วยให้รอดของพระเยซูคริสต์ จงรักษากฎและพระบัญญัติ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ—จงดำเนินชีวิตอย่างเบิกบานในพระกิตติคุณ

ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าท่านจะประสบความรักที่สวยงามของพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเริ่มใหม่และแผ่ไพศาลในชีวิตท่าน ท่านจะพบศรัทธา ความตั้งใจ และความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้พระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า สั่งสมไว้ในใจท่าน และดำเนินชีวิตอย่างเบิกบาน ในพระกิตติคุณ

ข้าพเจ้าสัญญาว่าเมื่อท่านทำดังนั้น ท่านจะค้นพบตัวตนที่ดีที่สุดของท่าน—ตัวตนที่ แท้จริง ของท่าน ท่านจะค้นพบความหมายที่แท้จริงในการเป็นธิดาของพระผู้เป็นเจ้านิรันดร์ พระเจ้าแห่งความชอบธรรมทั้งปวง ข้าพเจ้าเป็นพยานถึงสิ่งนี้และฝากพรในฐานะอัครสาวกของพระเจ้าไว้กับท่าน ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน