2010–2019
จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า
ดาวน์โหลด
หน้านี้ (MP3)
เชิงอรรถ
พื้นหลัง

จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า

การนมัสการวันอาทิตย์ที่ปรับใหม่คือเพื่อเน้นย้ำว่าศีลระลึกแห่งพระกระยาหารของพระเจ้าเป็นศูนย์รวมที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยอมรับของประสบการณ์นมัสการประจำสัปดาห์ของเรา

ข้าพเจ้าปกติดีจนกระทั่งเห็นน้ำตาของคนหนุ่มสาวในคณะนักร้องประสานเสียงนี้ น้ำตาเหล่านั้นเป็นคำเทศนาที่คมคายเกินกว่าที่ข้าพเจ้าจะให้ได้

ขณะเงยหน้ามองจากริมน้ำ ผ่านฝูงชนที่รอรับบัพติศมาอย่างกระตือรือร้น ยอห์นผู้ถวายบัพติศมาเห็นญาติของท่านอยู่ไกลๆ เยซูแห่งนาซาเร็ธ เดินตรงมาหาท่านเพื่อขอรับศาสนพิธีนั้นเช่นกัน ด้วยความคารวะ แต่ดังพอที่คนในบริเวณนั้นจะได้ยิน ยอห์นกล่าวคำสรรเสริญที่ยังคงจรรโลงใจเราตราบจนสองพันปีให้หลัง “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า”1

เป็นสาระน่ารู้ที่ว่าผู้มาก่อนพระเยซูซึ่งพยากรณ์ไว้แต่นานแล้วไม่ได้เรียกพระองค์ว่า “พระเยโฮวาห์” หรือ “พระผู้ช่วยให้รอด” หรือ “พระผู้ไถ่” หรือแม้แต่ “พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า”—ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นชื่อที่เหมาะสม ไม่เลย ยอห์นเลือกใช้สัญลักษณ์เก่าแก่และอาจจะเป็นที่รู้จักทั่วไปมากที่สุดในประเพณีทางศาสนาของผู้คน ท่านใช้สัญลักษณ์ของลูกแกะที่ถูกพลีบูชาในการชดใช้บาปและโทมนัสของโลกที่ตกรวมทั้งผู้คนทั้งปวงในโลกที่ตกไปเช่นกัน

ข้าพเจ้าขอสนทนาเล็กน้อยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ดังกล่าว

หลังจากถูกขับออกจากสวนเอเดน อาดัมและเอวาเผชิญกับอนาคตที่สูญสิ้นทุกอย่าง โดยที่เปิดประตูสู่ความเป็นมรรตัยและชีวิตทางโลกให้เรา พวกท่านได้ปิดประตูสู่ความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ให้ตนเอง เนื่องจากการล่วงละเมิดที่พวกท่านตัดสินใจเลือกทำเพื่อเรา พวกท่านจึงต้องเผชิญกับความตายทางร่างกายและการเนรเทศทางวิญญาณ แยกออกจากที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้าตลอดกาล2 พวกท่านต้องทำอะไร มีทางออกจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไหม เราไม่แน่ใจว่าทั้งสองท่านได้รับอนุญาตให้จดจำคำสั่งสอนที่พวกท่านได้รับขณะอยู่ในสวนมากแค่ไหน แต่พวกท่าน จำได้ ว่าพวกท่านต้องถวายเครื่องบูชาแด่พระผู้เป็นเจ้าเป็นประจำ เป็นลูกแกะบริสุทธิ์ ไร้มลทิน เป็นตัวผู้ตัวแรกที่เกิดจากฝูง3

ภายหลังเทพมาอธิบายว่าการพลีบูชานี้เป็นสัญลักษณ์ล่วงหน้าของการพลีบูชาที่จะกระทำเพื่อพวกเขาโดยพระผู้ช่วยให้รอดของโลกผู้จะเสด็จมา “สิ่งนี้คืออุปมาถึงการพลีพระชนม์ชีพของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดจากพระบิดา” เทพกล่าว “ดังนั้น, … ท่านจะกลับใจและเรียกหาพระผู้เป็นเจ้าในพระนามของพระบุตรตลอดกาลนาน”4 โชคดีที่จะมีทางออกและทางขึ้น

ในสภาสวรรค์ก่อนชีวิตมรรตัย พระผู้เป็นเจ้าทรงสัญญากับอาดัมและเอวา (และเราทุกคน) ว่าความช่วยเหลือจะมาจากพระบุตรหัวปีของพระองค์ พระเมษโปดกของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์ ไร้มลทิน “ผู้ถูกปลงพระชนม์ตั้งแต่แรกสร้างโลก”5 ดังที่อัครสาวกยอห์นบรรยายถึงพระองค์ในภายหลัง โดยการถวายเครื่องบูชาลูกแกะอันเป็นสัญลักษณ์ในความเป็นมรรตัย อาดัมกับลูกหลานของท่านแสดงออกถึงความเข้าใจและการพึ่งพาต่อการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้ของพระเยซูผู้ได้รับการเจิม6 ต่อมา พลับพลาในแดนทุรกันดารจะกลายเป็นสถานที่ประกอบศาสนพิธีนี้ และหลังจากนั้น พระวิหารซาโลมอนจะสร้างขึ้น

น่าเสียดาย ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์ของการกลับใจที่แท้จริงและการดำเนินชีวิตอย่างซื่อสัตย์ พิธีถวายเครื่องพลีบูชาด้วยลูกแกะตัวน้อยที่ไร้มลทินนี้ไม่สู้จะได้ผลเท่าไรนัก ตามที่พันธสัญญาเดิมส่วนใหญ่เปิดเผย ความมุ่งมั่นทางศีลธรรมที่ควรมาพร้อมกับการพลีบูชาเหล่านั้น บางครั้งไม่ได้ยั่งยืนพอที่เลือดบนแท่นบูชาจะเหือดแห้งไปด้วยซ้ำ ในทุกกรณี สิ่งนั้นไม่ได้ยั่งยืนพอที่จะป้องกันการฆาตกรรมที่คาอินฆ่าอาเบลน้องชายของเขาในอนุชนรุ่นแรกสุด7

โดยที่การทดลองและปัญหาเช่นนั้นเกิดขึ้นนานหลายศตวรรษ จึงไม่แปลกใจเลยที่ทวยเทพจากสวรรค์ร้องเพลงด้วยความปีติยินดีเมื่อในที่สุด พระเยซูประสูติ—พระเมสสิยาห์พระองค์เองที่สัญญาไว้นานมาแล้ว หลังการปฏิบัติศาสนกิจสั้นๆ บนแผ่นดินโลก พระเมษโปดกผู้บริสุทธิ์เหนือแกะแห่งปัสกาทั้งปวงทรงเตรียมสานุศิษย์สำหรับการสิ้นพระชนม์ของพระองค์โดยทรงแนะนำศีลระลึกแห่งพระกระยาหารของพระเจ้า ศาสนพิธีที่ทรงแนะนำนอกเอเดนซึ่งมีรูปแบบเป็นการส่วนพระองค์มากกว่า ยังคงเป็นการถวายเครื่องบูชา จะยังคงมีเครื่องพลีบูชา แต่จะเป็นการใช้สัญลักษณ์ซึ่งลึกซึ้งกว่า น่าใคร่ครวญและเป็นการส่วนพระองค์มากกว่าการหลั่งเลือดลูกแกะหัวปี หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ พระผู้ช่วยให้รอดตรัสกับชาวนีไฟว่า

“และเจ้าจะไม่ถวายเครื่องบูชาด้วยการหลั่งเลือดอีกต่อไป; …

“… เจ้าจะถวายใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิดแก่เราเป็นเครื่องพลีบูชา. และผู้ใดที่มาหาเราด้วยใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด, เราจะให้บัพติศมาเขาด้วยไฟและด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ …

“… ฉะนั้นจงกลับใจ, … และได้รับการช่วยให้รอด”8

พี่น้องที่รัก ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องใหม่อันน่าตื่นเต้นในการเรียนรู้พระกิตติคุณเพิ่มขึ้นในบ้าน เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่เราจะระลึกว่าเรายังคงได้รับพระบัญชาให้ “ไปยังบ้านแห่งการสวดอ้อนวอนและถวายศีลระลึกของเจ้าในวันศักดิ์สิทธิ์ของเรา”9 นอกจากการหาเวลาให้การสั่งสอนพระกิตติคุณที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางมากขึ้นแล้ว การนมัสการวันอาทิตย์ที่ปรับใหม่ก็เพื่อลดความซับซ้อนของตารางการประชุมในวิธีที่เน้นย้ำว่าศีลระลึกแห่งพระกระยาหารของพระเจ้าเป็นศูนย์รวมที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ยอมรับของประสบการณ์นมัสการประจำสัปดาห์ของเราเช่นกัน เราต้องระลึกถึงในวิธีที่เป็นส่วนตัวมากที่สุดว่าพระคริสต์สิ้นพระชนม์จากพระทัยที่แตกสลายอันเกิดจากการแบกรับบาปและโทมนัสของครอบครัวมนุษย์ทั้งปวงแต่เพียงผู้เดียว

เนื่องจากเรามีส่วนรับผิดชอบต่อภาระอันถึงแก่ความตายนั้น เราจึงต้องเคารพช่วงเวลาเช่นนั้น ฉะนั้น เราได้รับการกระตุ้นให้มานมัสการก่อนเวลาและมาด้วยความคารวะ แต่งกายสุภาพเรียบร้อย เหมาะสำหรับการมีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ ความหมายของคำว่า “ชุดสุภาพเรียบร้อยอย่างเป็นทางการ” สูญหายไปเล็กน้อยในสมัยของเรา และเพื่อแสดงความเคารพต่อพระองค์ผู้ที่เรามาหา เราควรฟื้นฟูประเพณีของบุคลิกภาพและการแต่งกายวันสะบาโตเช่นนั้นทุกที่ทุกเวลาที่เราทำได้

สำหรับการตรงต่อเวลา จะอนุญาตให้มาสายได้เสมอสำหรับมารดาผู้แสนดีทั้งหลายผู้ที่ยังโชคดีที่มาโบสถ์ได้ทั้งๆ ที่ต้องพาลูกมาหลายคนพร้อมด้วยถุงขนมขบเคี้ยว และกระเป๋าใส่อุปกรณ์เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กซึ่งแสนจะวุ่นวาย ยิ่งไปกว่านั้น จะมีคนที่พบว่าวัวของตนติดหล่มเช้าวันสะบาโตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนกลุ่มหลังเราบอกได้ว่าการมาสาย เป็นครั้งคราว นั้นพอเข้าใจได้ แต่ถ้าวัวติดหล่ม ทุก วันอาทิตย์ เราขอแนะนำอย่างแรงว่าให้ท่านขายวัวตัวนั้นหรือซ่อมถนนเสียเถิด

ด้วยเจตนารมณ์เดียวกัน เราขอวิงวอนด้วยอำนาจของอัครสาวกให้ลดระดับเสียงในอาคารอันเป็นศาสนสถานของเรา เราชอบพบปะสนทนากัน และเราควรทำ—นั่นเป็นปีติอย่างหนึ่งของการมาโบสถ์—แต่เรา ไม่ ควรส่งเสียงดังในสถานที่ซึ่งอุทิศไว้สำหรับการนมัสการโดยเฉพาะ ข้าพเจ้าเกรงว่าผู้มาเยี่ยมที่นับถือศาสนาอื่นจะตกใจกับสิ่งที่บางครั้งเป็นการแสดงความไม่คารวะด้วยเสียงดังในสภาวะแวดล้อมที่ควรมีลักษณะของการสวดอ้อนวอน ประจักษ์พยาน การเปิดเผย และความสงบสุข บางทีสวรรค์คงตกใจเล็กน้อยเช่นกัน

เจตนารมณ์ของความคารวะในการประชุมศีลระลึกจะเพิ่มขึ้นถ้าเจ้าหน้าที่ควบคุมอยู่บนยกพื้นในเวลาอันสมควรก่อนเริ่มการประชุม ฟังดนตรีบรรเลงและเป็นแบบอย่างด้วยความคารวะให้พวกเราที่เหลือทำตาม ถ้ามีการพูดคุยกันบนยกพื้น เราไม่ควรแปลกใจเลยที่จะมีการพูดคุยกันในที่ประชุม ขอแสดงความยินดีกับฝ่ายอธิการที่ไม่อ่านข้อประกาศซึ่งหันเหเจตนารมณ์แห่งการนมัสการของเรา ข้าพเจ้าเองก็นึกภาพไม่ออกที่ปุโรหิตเช่นเศคาริยาห์—ในพระวิหารสมัยโบราณของพระเจ้า กำลังจะมีส่วนร่วมในเอกสิทธิ์ของมหาปุโรหิตซึ่งจะมาสู่เขาในตลอดทั้งชีวิต—ข้าพเจ้านึกภาพไม่ออกว่าเขาจะหยุดตรงหน้าแท่นบูชาและเตือนเราว่าอีกหกสัปดาห์ข้างหน้าจะมีกิจกรรมแข่งรถของเล่นและจะปิดลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งในอีกไม่นานนี้

พี่น้องทั้งหลาย ชั่วโมงที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งนี้เป็นชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของสัปดาห์ของเรา โดยพระบัญชา เราพร้อมใจกันมารับศาสนพิธีที่มีผู้รับมากที่สุดในศาสนจักร เป็นศาสนพิธีที่ระลึกถึงพระองค์ผู้ทรงทูลขอให้เลื่อนถ้วยที่พระองค์กำลังจะดื่ม แต่ก็ทรงทำต่อไปเพราะพระองค์ทรงทราบว่าเพื่อความรอด ของเรา จึง ไม่ อาจเลื่อนได้ สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับเราถ้าเราระลึกว่าสัญลักษณ์ของถ้วยนั้นกำลังเข้ามาหาเราตามแถวอย่างช้าๆ ในมือของมัคนายกวัย 11 หรือ 12 ปี

เมื่อถึงชั่วโมงศักดิ์สิทธิ์ที่เราจะถวายเครื่องพลีบูชาของเราแด่พระเจ้า เรามีบาป มีความอ่อนแอและปัญหาของเราเองที่ต้องแก้ไข นั่นคือเหตุผลที่เราไปที่นั่น แต่เราอาจประสบความสำเร็จมากขึ้นในการสำนึกผิดเช่นนั้นถ้าเรานึกถึงใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่โศกเศร้าของผู้คนรอบข้าง คนที่นั่งอยู่ไม่ไกลอาจมีบางคนที่ร้องไห้—ร้องไห้จริงหรือแอบร้องอยู่ภายใน—ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบเพลงสวดศีลระลึกและคำสวดอ้อนวอนของปุโรหิตเหล่านั้น เราอาจจดจำสิ่งนั้นไว้ในใจและให้ขนมปังชิ้นเล็กๆ แห่งการปลอบโยนและถ้วยเล็กๆ แห่งความเมตตาสงสาร—ให้เราอุทิศแก่พวกเขาได้ไหม หรือแก่สมาชิกที่ร้องไห้ ผู้ประสบปัญหาที่ ไม่ได้ มาร่วมพิธีและจะไม่ได้มาในสัปดาห์หน้าเช่นกัน เว้นแต่เราจะปฏิบัติศาสนกิจในส่วนของเราเพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับการไถ่ หรือแก่พี่น้องชายหญิงของเราผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของศาสนจักรเลยแต่ เป็น พี่น้องของเรา ความทุกข์ในโลกนี้ไม่มีขาดแคลน ทั้งในและนอกศาสนจักร ดังนั้นจงมองไปทุกทิศทาง ท่านจะพบใครบางคนที่มีความเจ็บปวดเกินกว่าจะแบกรับไหวและใจที่ปวดร้าวจนดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด วิธีหนึ่งที่จะ “ระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา”10 คือการเข้าร่วมกับพระผู้ทรงเป็นแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ในภารกิจอันไม่มีที่สิ้นสุดของพระองค์ในการยกภาระจากคนที่แบกรับภาระและบรรเทาทุกข์ความเจ็บปวดของคนที่ใจกระวนกระวาย

เพื่อนรักทั้งหลาย ขณะที่เราเป็นหนึ่งเดียวกันทั่วโลกทุกสัปดาห์ในสิ่งที่เราหวังว่าเป็นการรับรู้อันศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นถึงของประทานแห่งการชดใช้อันสูงส่งของพระคริสต์แก่มนุษยชาติทั้งปวง ขอให้เรานำสิ่งนี้มา สู่ แท่นบูชา คือ “เพิ่มน้ำตาพระโศกเศร้า [และ] เพิ่มความปวดร้าวทรงพลี” จากนั้นขณะที่เราไตร่ตรอง สวดอ้อนวอน และต่อพันธสัญญา ขอให้เรารับเอาสิ่งนี้ จาก ชั่วขณะอันศักดิ์สิทธิ์นั้น คือ “เพิ่มอดทนต่อทุกข์ภัย … เพิ่มซ้องเพื่อบรรเทา”11 ด้วยความอดทนและการบรรเทาทุกข์เช่นนั้น ด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความหวังเช่นนั้น ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนให้ท่านทุกคนในพระนามของพระองค์ผู้ทรงหักขนมปังอันล้ำค่าแห่งการให้อภัยและเทเหล้าองุ่นอันศักดิ์สิทธิ์แห่งการไถ่ แม้พระเยซูคริสต์ พระเมษโปดกผู้ยิ่งใหญ่ เปี่ยมด้วยพระเมตตาและความศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้เป็นเจ้า เอเมน