เพื่อเขาจะกลายเป็นคนเข้มแข็งเช่นกัน
    Footnotes

    เพื่อเขาจะกลายเป็นคนเข้มแข็งเช่นกัน

    ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าเราจะทำการเรียกของเราให้เกิดสัมฤทธิผลในการยกผู้อื่นเพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับการรับใช้อันทรงเกียรติ

    ข้าพเจ้ารู้สึกถึงพรที่ได้รับเมื่ออยู่ในการประชุมนี้กับผู้ดำรงฐานะปุโรหิตของพระผู้เป็นเจ้า การอุทิศตน ศรัทธา และการรับใช้อย่างไม่เห็นแก่ตัวของบรรดาบุรุษและเด็กหนุ่มกลุ่มนี้คือปาฏิหาริย์ในยุคปัจจุบัน คืนนี้ข้าพเจ้าพูดกับผู้ดำรงฐานะปุโรหิต ทั้งสูงวัยและเยาว์วัย ขอให้ท่านมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในการรับใช้พระเจ้าพระเยซูคริสต์อย่างสุดใจ

    พระเจ้าประทานพลังอำนาจของพระองค์แก่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งฐานะปุโรหิตทุกคนผู้มีค่าควรแก่การรับใช้ในหน้าที่ฐานะปุโรหิตของพวกเขา

    วิลฟอร์ด วูดรัฟฟ์ ในฐานะประธานของศาสนจักร อธิบายประสบการณ์ของท่านในตำแหน่งฐานะปุโรหิตว่า

    “ข้าพเจ้าได้ยินคำเทศนาซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้ยินในศาสนจักรนี้ วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้ารับบัพติศมา … ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สอน งานเผยแผ่ของข้าพเจ้าเริ่มต้นในทันที … ข้าพเจ้ารับใช้ตลอดงานเผยแผ่โดยเป็นผู้สอน … ที่การประชุมใหญ่ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นปุโรหิต … หลังจากข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นปุโรหิตศาสนจักรส่งข้าพเจ้า…ไปทำงานเผยแผ่ทางตอนใต้ของประเทศ นั่นเป็นฤดูใบไม้ร่วงปี 1834 ข้าพเจ้ามีคู่อยู่กับข้าพเจ้า และเราเริ่มต้นโดยไม่มีกระเป๋าสตางค์และบทสนทนา ข้าพเจ้าเดินทางตามลำพังหลายไมล์และสั่งสอนพระกิตติคุณ ข้าพเจ้าบัพติศมาหลายคนเข้าสู่ศาสนจักรซึ่งข้าพเจ้าไม่สามารถยืนยันให้ได้เพราะข้าพเจ้าเป็นเพียงปุโรหิต…ข้าพเจ้าเดินทางเป็นบางครั้งเพื่อสั่งสอนพระกิตติคุณก่อนข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นเอ็ลเดอร์ …

    “[บัดนี้] ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกในโควรัมอัครสาวกสิบสองเป็นเวลาห้าสิบสี่ปี ข้าพเจ้าเดินทางกับโควรัมนั้นและโควรัมอื่นๆ จนถึงบัดนี้เป็นเวลาหกสิบปี ข้าพเจ้าอยากจะบอกกับที่ประชุมนี้ว่าข้าพเจ้าได้รับการสนับสนุนจากพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าขณะดำรงตำแหน่งผู้สอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำหน้าที่ในสวนองุ่นขณะเป็นปุโรหิต เท่ากับที่ข้าพเจ้าได้รับขณะเป็นอัครสาวก ไม่มีความแตกต่างในเรื่องนี้ตราบเท่าที่เราทำหน้าที่ของเรา”1

    ความเป็นไปได้ทางวิญญาณอันยอดเยี่ยมของความไม่แตกต่างเป็นคำแนะนำที่พระเจ้าทรงอธิบายถึงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนว่าเป็น “ส่วนประกอบ” ของฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค2 คำว่า ส่วนประกอบ หมายถึงทั้งสองมีความสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์นี้สำคัญต่อการที่ฐานะปุโรหิตจะเป็นพลังและเป็นพรในโลกนี้และตลอดกาล เพราะ “ปราศจากการเริ่มต้นของวันหรือการสิ้นสุดของปี.”3

    ความสัมพันธ์นี้เรียบง่าย ฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนเตรียมเยาวชนชายเพื่อรับความไว้วางใจอันศักดิ์สิทธิ์มากกว่าเดิม

    “พลังอำนาจและสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตระดับสูงกว่า, หรือแห่งเมลคีเซเดค, คือการถือกุญแจทั้งหลายของพรทางวิญญาณทั้งปวงของศาสนจักร—

    “การมีเอกสิทธิ์ได้รับความลี้ลับของอาณาจักรแห่งสวรรค์, ให้สวรรค์เปิดต่อพวกเขา, ติดต่อกับการชุมนุมใหญ่และศาสนจักรของพระบุตรหัวปี, และปีติยินดีกับการติดต่อและพระสิริแห่งพระผู้เป็นเจ้า พระบิดา, และพระเยซู สื่อกลางแห่งพันธสัญญาใหม่.”4

    มีชายคนเดียวที่จะใช้กุญแจฐานะปุโรหิตเหล่านี้อย่างเต็มที่ในแต่ละครั้ง คือประธานและมหาปุโรหิตควบคุมของศาสนจักรของพระเจ้า จากนั้นโดยการมอบหมายของประธาน ชายทุกคนผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคสามารถได้รับสิทธิอำนาจและสิทธิพิเศษในการพูดและกระทำในพระนามของพระผู้ทรงฤทธานุภาพ พลังอำนาจนั้นไม่มีขอบเขต เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย ครอบครัวและศาสนจักร เกี่ยวกับพระลักษณะอันสำคัญยิ่งของพระผู้เป็นเจ้าพระองค์เองและงานนิรันดร์ของพระองค์

    พระเจ้าทรงเตรียมผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนให้เป็นเอ็ลเดอร์ที่รับใช้ด้วยศรัทธา พลังอำนาจ และความสำนึกคุณในฐานะปุโรหิตแห่งเมคีเซเดคอันทรงเกียรตินั้น

    สำหรับเอ็ลเดอร์ความสำนึกคุณอย่างสุดซึ้งจะเป็นส่วนสำคัญยิ่งในบทบาทการรับใช้ฐานะปุโรหิตอย่างเต็มที่ ท่านจะนึกถึงสมัยที่ท่านเป็นมัคนายก ผู้สอน หรือปุโรหิตเมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตที่สูงกว่าเอื้อมกลับมาช่วยยกและให้กำลังใจท่านในการเดินทางฐานะปุโรหิตของท่าน

    ผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมคีเซเดคทุกคนมีความทรงจำเช่นนั้น แต่ความรู้สึกสำนึกคุณอาจเลือนรางไปตามกาลเวลา ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะจุดประกายความรู้สึกนั้นอีกครั้งพร้อมด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำทุกอย่างโดยให้ความช่วยเหลือในแบบที่ท่านเคยได้รับ

    ข้าพเจ้าจำได้ถึงอธิการคนหนึ่งผู้ปฏิบัติต่อข้าพเจ้าราวกับข้าพเจ้ามีศักยภาพในพลังอำนาจฐานะปุโรหิตอยู่แล้ว วันอาทิตย์วันหนึ่งเมื่อข้าพเจ้าเป็นปุโรหิตเขาเรียกข้าพเจ้า เขาบอกว่าเขาต้องการให้ข้าพเจ้าเป็นคู่เยี่ยมสมาชิกบางคนในวอร์ดของเรา เขาพูดราวกับว่าข้าพเจ้าเป็นความหวังเดียวในความสำเร็จนี้ เขาไม่ได้ต้องการข้าพเจ้า เขามีที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมในฝ่ายอธิการของเขา

    เราเยี่ยมหญิงม่ายผู้ยากไร้และหิวโหย เขาต้องการให้ข้าพเจ้าช่วยเขาเอื้อมไปถึงใจเธอ ท้าทายให้เธอจัดทำและใช้งบประมาณ พร้อมทั้งสัญญากับเธอว่าเธอสามารถขึ้นไปสู่สถานะที่ไม่เพียงจะดูแลตนเองเท่านั้นแต่ยังจะช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

    จากนั้นเราไปปลอบโยนเด็กหญิงตัวน้อยๆ สองคนที่มีชีวิตอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก เมื่อเราเดินจากไป อธิการพูดอย่างเงียบๆ ว่า “เด็กเหล่านั้นจะไม่มีวันลืมว่าเรามาหาพวกเธอ”

    ที่บ้านหลังถัดไป ข้าพเจ้าเห็นวิธีเชื้อเชิญให้ชายที่แข็งขันน้อยกลับมาหาพระเจ้าโดยให้ความมั่นใจแก่เขาว่าสมาชิกในวอร์ดต้องการเขา

    อธิการคนนั้นเป็นผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคผู้ยกระดับการมองเห็นและส่งเสริมข้าพเจ้าโดยการเป็นแบบอย่าง เขาสอนให้ข้าพเจ้ามีพลังอำนาจและความกล้าหาญที่จะไปทุกแห่งในการรับใช้พระเจ้า เขาจากไปเพื่อรับรางวัลของเขานานแล้วแต่ข้าพเจ้ายังจำเขาได้เพราะเขาเอื้อมมือลงมาช่วยยกข้าพเจ้าเมื่อข้าพเจ้าเป็นผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนที่ไร้ประสบการณ์ ต่อมาข้าพเจ้าเรียนรู้ว่าเขามองเห็นข้าพเจ้าบนเส้นทางฐานะปุโรหิตในอนาคตที่มีความรับผิดชอบสำคัญกว่า ซึ่งเวลานั้นข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้

    บิดาข้าพเจ้าทำสิ่งเดียวกันให้ข้าพเจ้า ท่านเป็นผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่เฉลียวฉลาดและมากด้วยประสบการณ์ ครั้งหนึ่งมีอัครสาวกท่านหนึ่งขอให้ท่านเขียนบทความสั้นๆ เกี่ยวกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เรื่องอายุของแผ่นดินโลก ท่านเขียนอย่างรอบคอบ โดยที่รู้ว่าผู้อ่านบางคนอาจมีความรู้สึกแรงกล้าว่าแผ่นดินโลกมีอายุน้อยกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุไว้

    ข้าพเจ้ายังจำได้ว่าบิดายื่นสิ่งที่ท่านเขียนให้ข้าพเจ้าและพูดกับข้าพเจ้าว่า “ฮัล ลูกมีภูมิปัญญาทางวิญญาณที่จะรู้ว่าพ่อควรส่งบทความนี้ให้อัครสาวกและศาสดาพยากรณ์หรือไม่” ข้าพเจ้าจำไม่ค่อยได้ว่ากระดาษแผ่นนั้นเขียนอะไร แต่ข้าพเจ้าจะรู้สึกสำนึกคุณตลอดไปว่ามีผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่เห็นภูมิปัญญาทางวิญญาณในตัวข้าพเจ้าซึ่งข้าพเจ้ามองไม่เห็น

    หลายปีต่อมา คืนหนึ่งหลังจากข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งเป็นอัครสาวก ศาสดาพยากรณ์ของพระผู้เป็นเจ้าเรียกข้าพเจ้าและขอให้ข้าพเจ้าอ่านบางสิ่งที่เขียนเกี่ยวกับหลักคำสอนของศาสนจักร ท่านใช้เวลาคืนนั้นอ่านหนังสือหลายบท ท่านพูดปนหัวเราะว่า “ผมอ่านทั้งหมดไม่ไหว คุณไม่ควรพักผ่อนขณะที่ผมกำลังทำงาน” จากนั้นท่านใช้คำพูดเกือบเหมือนกับที่บิดาข้าพเจ้าเคยพูดไว้เมื่อหลายปีก่อนว่า “ ฮัล คุณเป็นคนหนึ่งที่ควรอ่านบทความนี้ คุณจะรู้ว่าควรตีพิมพ์หรือไม่”

    แบบแผนเดียวกันของผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่ยกระดับการมองเห็นและให้ความเชื่อมั่นเกิดขึ้นในคืนหนึ่งของเทศกาลสุนทรพจน์ซึ่งศาสนจักรเป็นผู้อุปถัมภ์งานนี้ ด้วยวัย 17 ปี มีคนขอให้ข้าพเจ้าพูดกับผู้ฟังกลุ่มใหญ่ ข้าพเจ้าไม่ทราบว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากข้าพเจ้า ข้าพเจ้าไม่ได้รับมอบหมายหัวข้อและข้าพเจ้าเตรียมคำพูดเกินกว่าความรู้พระกิตติคุณที่ข้าพเจ้ามี ขณะที่พูด ข้าพเจ้ารู้ตัวว่าทำผิดพลาด ข้าพเจ้ายังคงจำได้ถึงความรู้สึกล้มเหลวหลังข้าพเจ้าพูด

    ผู้พูดคนถัดไปและเป็นคนสุดท้ายคือเอ็ลเดอร์แมทธิว คาวลีย์แห่งโควรัมอัครสาวกสิบสอง ท่านเป็นนักพูดชั้นเยี่ยม—เป็นที่รักทั่วศาสนจักร ข้าพเจ้ายังจำได้ว่าแหงนมองท่านจากเก้าอี้ซึ่งอยู่ติดกับแท่นพูด

    ท่านเริ่มพูดด้วยเสียงอันทรงพลัง ท่านกล่าวว่าคำพูดของข้าพเจ้าทำให้ท่านรู้สึกว่าท่านอยู่ในการประชุมที่ยอดเยี่ยม ท่านยิ้มขณะที่ท่านพูด ความรู้สึกล้มเหลวของข้าพเจ้าหายไปและกลับรู้สึกมั่นใจว่าสักวันข้าพเจ้าจะเป็นเหมือนดังที่ท่านคิดว่าข้าพเจ้าเป็นอยู่แล้ว

    ความทรงจำของคืนนั้นยังนำให้ข้าพเจ้าตั้งใจฟังเมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนพูด เพราะสิ่งที่เอ็ลเดอร์คาวลีย์ปฏิบัติต่อข้าพเจ้า ข้าพเจ้าคาดหวังเสมอว่าจะได้ยินพระคำของพระผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้าแทบจะไม่เคยผิดหวังและประหลาดใจอยู่บ่อยครั้ง ข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะยิ้มเหมือนเอ็ลเดอร์คาวลีย์

    หลายสิ่งอาจช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องชายที่อายุยังน้อยของเราก้าวหน้าในฐานะปุโรหิตแต่ไม่มีสิ่งใดจะทรงพลังไปกว่าการช่วยให้พวกเขาพัฒนาศรัทธาและความเชื่อมั่นที่พวกเขาสามารถดึงพลังอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าเข้ามาในการรับใช้ฐานะปุโรหิตของพวกเขา

    ศรัทธาและความเชื่อมั่นจะไม่อยู่กับพวกเขาจากประสบการณ์ที่ได้รับการยกขึ้นมาเพียงครั้งเดียวจากผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่มีพรสวรรค์มากที่สุด ความสามารถในการดึงพลังอำนาจเหล่านั้นต้องรับการปลูกฝังจากการแสดงออกหลายครั้งถึงความเชื่อมั่นจากฐานะปุโรหิตที่มีประสบการณ์มากกว่า

    ผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนจะต้องการกำลังใจและการแก้ไขทุกวันและอาจทุกชั่วโมงจากพระเจ้าผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์เช่นกัน สิ่งนั้นจะมีให้พวกเขาตราบเท่าที่พวกเขา เลือกรักษาความมีค่าควร ซึ่งจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่พวกเขาจะเลือก

    นี่คือสาเหตุที่พวกเขาต้องสอนด้วยการเป็นแบบอย่างและโดยประจักษ์พยานว่าถ้อยคำของกษัตริย์เบ็นจามินผู้นำฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคที่ยิ่งใหญ่เป็นความจริง5 ถ้อยคำเหล่านั้นมาจากความรักที่พูดในพระนามของพระเจ้า ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของฐานะปุโรหิตนี้ กษัตริย์เบ็นจามินสอนว่าสิ่งที่เรียกร้องจากเราคือการรักษาความบริสุทธิ์ให้มากพอที่จะรับกำลังใจและการแก้ไขจากพระเจ้า

    “และสุดท้ายนี้, ข้าพเจ้าบอกท่านไม่ได้ทุกเรื่องที่ท่านจะกระทำบาป; เพราะมีหนทางและวิธีต่าง ๆ, แม้มากจนข้าพเจ้านับไม่ได้.

    “แต่ข้าพเจ้าบอกท่านได้เท่านี้คือ, หากท่านไม่ระวังตน, และความนึกคิดของท่าน, และคำพูดของท่าน, และการกระทำของท่าน, และไม่ยึดถือพระบัญญัติของพระผู้เป็นเจ้า, และไม่ดำเนินต่อไปด้วยความเชื่อในสิ่งที่ท่านได้ยินเกี่ยวกับการเสด็จมาของพระเจ้าของเรา, แม้จนถึงที่สุดแห่งชีวิตของท่านแล้ว, ท่านจะต้องพินาศ. และบัดนี้, โอ้มนุษย์, จงจำไว้, และอย่าพินาศเลย.”6

    เราทุกคนตระหนักดีถึงลูกศรเพลิงของศัตรูแห่งความชอบธรรมส่งมาราวกับลมพายุเพื่อต่อต้านผู้ดำรงฐานะปุโรหิตวัยหนุ่มที่เรารักยิ่ง สำหรับเรา พวกเขาเป็นเหมือนนักรบหนุ่มที่เรียกตนเองว่าบุตรของฮีลามัน พวกเขาจะรอดชีวิตเหมือนกับ นักรบหนุ่มเหล่านั้นถ้าพวกเขารักษาตนให้ปลอดภัย ดังที่กษัตริย์เบ็นจามินกระตุ้นให้พวกเขาทำ

    บุตรของฮีลามันไม่สงสัย พวกเขาต่อสู้อย่างห้าวหาญและได้รับชัยชนะเพราะพวกเขาเชื่อถ้อยคำของมารดาพวกเขา7 เราเข้าใจอำนาจของศรัทธาจากมารดาที่รักเรา มารดาให้การสนับสนุนอันสำคัญยิ่งแก่บุตรในปัจจุบัน เราผู้ดำรงฐานะปุโรหิตสามารถเพิ่มและจะต้องเพิ่มการสนับสนุนนั้นพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะตอบรับหน้าที่รับผิดชอบขณะที่เราเปลี่ยนใจเลื่อมใส เราต้องเอื้อมลงไปช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้พี่น้องชายของเรา8

    คำสวดอ้อนวอนของข้าพเจ้าคือผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคทุกคนจะยอมรับทุกโอกาสที่พระเจ้าประทานให้

    “และหากคนใดในบรรดาพวกเจ้ามั่นคงในพระวิญญาณ, ก็ให้เขาพาไปกับเขาด้วย เขาคนนั้นที่อ่อนแอ, เพื่อเขาจะได้รับการจรรโลงใจในความอ่อนโยนทั้งปวง, เพื่อเขาจะกลายเป็นคนที่เข้มแข็งเช่นกัน.

    “ฉะนั้น, จงพาไปกับเจ้าคนเหล่านั้นที่ได้รับแต่งตั้งสู่ฐานะปุโรหิตที่ต่ำกว่า, และส่งพวกเขาไปก่อนเจ้าเพื่อนัดหมาย, และเพื่อเตรียมทาง, และเพื่อไปตามนัดหมายที่ตัวเจ้าเองไม่สามารถไปได้.

    “ดูเถิด, นี่คือวิธีที่อัครสาวกของเรา, ในสมัยโบราณ, เสริมสร้างศาสนจักรของเราให้แก่เรา.”9

    ผู้นำฐานะปุโรหิตของท่านและบิดาของผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนสามารถทำงานปาฏิหาริย์ ท่านสามารถช่วยพระเจ้าโดยอยู่ในบรรดาเอ็ลเดอร์ที่ซื่อสัตย์พร้อมกับเยาวชนชายที่ยอมรับการเรียกให้สั่งสอนพระกิตติคุณและทำด้วยความมั่นใจ ท่านจะเห็นหลายคนที่ท่านเคยยกและเป็นกำลังใจให้ยังคงซื่อสัตย์ แต่งงานอย่างมีค่าควรในพระวิหาร และในทางกลับกันยกและเตรียมผู้อื่น

    สิ่งนี้ไม่ต้องใช้โปรแกรมใหม่สำหรับการทำให้แข็งขัน สื่อการสอนที่ปรับปรุงใหม่ หรือสื่อสังคมออนไลน์ที่ดีกว่า ไม่ต้องมีการเรียกอื่นนอกเหนือจากที่มีอยู่แล้วในเวลานี้ คำปฏิญาณและพันธสัญญาของฐานะปุโรหิตให้พลังอำนาจ สิทธิอำนาจ และแนวทางแก่ท่าน ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าท่านจะกลับบ้านและตั้งใจศึกษาคำปฏิญาณและพันธสัญญาของฐานะปุโรหิตที่พบใน หลักคำสอนและพันธสัญญาภาคที่ 84

    เราทุกคนหวังว่าจะมีเยาวชนชายจำนวนมากขึ้นที่จะมีประสบการณ์เหมือนกับวิลฟอร์ด วูดรัฟฟ์ ซึ่งขณะเป็นผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน ท่านสอนพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ด้วยพลังอำนาจแห่งการเปลี่ยนใจเลื่อมใส

    ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนว่าเราจะทำการเรียกของเราให้เกิดสัมฤทธิผลในการยกผู้อื่นเพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับการรับใช้อันทรงเกียรติ ข้าพเจ้าขอบคุณอย่างสุดใจสำหรับบุคคลผู้ประเสริฐที่ช่วยยกข้าพเจ้าและแสดงให้เห็นวิธีรักและยกผู้อื่น

    ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าประธานโธมัส เอส. มอนสันถือกุญแจทั้งหมดของฐานะปุโรหิตบนแผ่นดินโลกในเวลานี้ ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานว่าตลอดช่วงเวลาของการรับใช้ ท่านเป็นแบบอย่างให้แก่เราทุกคนในการเอื้อมออกไปยกผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค ข้าพเจ้าขอบคุณเป็นการส่วนตัวสำหรับวิธีที่ท่านยกข้าพเจ้าและแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นวิธีที่จะยกผู้อื่น

    พระผู้เป็นเจ้าพระบิดาทรงพระชนม์ พระเยซูคือพระคริสต์ นี่คือศาสนจักรและอาณาจักรของพระองค์ นี่คือฐานะปุโรหิตของพระองค์ ข้าพเจ้าทราบสิ่งนี้ด้วยตนเองโดยพลังอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในพระนามของพระเจ้าพระเยซูคริสต์ เอเมน