2010–2019
รับใช้
ดาวน์โหลด
หน้านี้ (MP3)
เชิงอรรถ
พื้นหลัง

รับใช้

สมาชิกทุกคนเป็นที่ต้องการ และสมาชิกทุกคนต้องการโอกาสรับใช้

สมัยเป็นเด็กข้าพเจ้าชอบทำงานกับลุงไลแมนและป้าโดโรธีที่ฟาร์มของพวกท่าน โดยปกติลุงไลแมนจะเป็นผู้นำโครงการส่วนป้าโดโรธีมักจะคอยช่วยเหลือและเป็นผู้ขับรถกระบะเก่าๆ ยี่ห้อดอดจ์ ข้าพเจ้าจำความรู้สึกตื่นเต้นพลุ่งพล่านเมื่อเราติดหลุมโคลนหรือไต่เขาชัน ลุงไลแมนจะตะโกนว่า “เปลี่ยนเป็นเกียร์คอมพาวน์สิ โดโรธี” นั่นเป็นเวลาที่ข้าพเจ้าเริ่มสวดอ้อนวอน จะด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้าหรือหลังจากการสลับเกียร์ไปมา ป้าโดโรธีก็เข้าเกียร์คอมพาวน์ได้ เมื่อล้อทั้งสี่เกาะถนนและหมุน รถกระบะจึงเคลื่อนไปข้างหน้าและงานของเราก็ดำเนินต่อไป

“เปลี่ยนเป็นเกียร์คอมพาวน์” หมายถึงการเปลี่ยนเกียร์สู่เกียร์พิเศษที่การเรียงลำดับของเกียร์ทำให้เกิดแรงบิด1 มากขึ้น เกียร์คอมพาวน์ ร่วมกับการขับเคลื่อนสี่ล้อ ทำให้ท่านลดเกียร์ลง เพิ่มกำลังขับเคลื่อน และเคลื่อนที่

เกียร์คอมพาวน์

ข้าพเจ้ามักจะคิดว่าเราแต่ละคนเป็นส่วนหนึ่งของเกียร์คอมพาวน์ขณะที่เรารับใช้ร่วมกันในศาสนจักร—ในวอร์ดและสาขา ในโควรัมและองค์การช่วย เฉกเช่นการทำงานของเกียร์ที่ให้พลังขับเคลื่อนมากกว่าในการทำงานร่วมกัน เรามีพลังมากกว่าเมื่อเราร่วมแรงร่วมใจกัน เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกันในการรับใช้กัน เราบรรลุผลสำเร็จร่วมกันมากกว่าที่เราทำได้ด้วยตัวเราเอง น่าตื่นเต้นที่จะมีส่วนร่วมและเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อเรารับใช้และช่วยดำเนินงานของพระเจ้า

การรับใช้คือพร

โอกาสในการรับใช้เป็นพรที่ยิ่งใหญ่อย่างหนึ่งของการเป็นสมาชิกในศาสนจักร2 พระเจ้าตรัสว่า “หากเจ้ารักเราเจ้าจงรับใช้เรา”3 และเรารับใช้พระองค์โดยการรับใช้ผู้อื่น4

เมื่อเรารับใช้ เราเข้าใกล้พระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น5 เราจะทำความรู้จักพระองค์ในวิธีที่เราอาจทำไม่ได้ด้วยวิธีอื่น เราจะมีศรัทธาในพระองค์มากขึ้น เราจะปรับทัศนคติที่มีต่อปัญหาของเรา ชีวิตจะน่าพึงพอใจมากขึ้น เราจะรักผู้อื่นมากขึ้น เช่นเดียวกับความปรารถนาจะรับใช้ โดยกระบวนการอันเป็นพรนี้ เราจะเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้ามากขึ้น และเราจะพร้อมมากขึ้นที่จะกลับไปหาพระองค์6

ดังที่ประธานแมเรียน จี. รอมนีย์สอนว่า “การรับใช้ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องอดทนบนโลกนี้เพื่อจะได้สิทธิ์อยู่ในอาณาจักรซีเลสเชียล การรับใช้เป็นส่วนประกอบของการสร้างชีวิตอันสูงส่งในอาณาจักรซีเลสเชียล”7

การรับใช้เป็นเรื่องท้าทาย

อย่างไรก็ตาม การรับใช้ในศาสนจักรอาจเป็นเรื่องท้าทายหากมีผู้ขอให้เราทำสิ่งที่เรากลัว หากเราเหนื่อยล้าจากการรับใช้ หรือหากเราได้รับเรียกให้ทำบางสิ่งที่เรารู้สึกว่าไม่น่าสนใจตั้งแต่แรก

เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้าได้รับงานมอบหมายใหม่ ข้าพเจ้าได้รับใช้ในภาคแอฟริกาตะวันออกเฉียงใต้ น่าตื่นเต้นที่จะรับใช้ในพื้นที่ซึ่งศาสนจักรยังไม่โตมากและเพิ่งจะได้รับการสถาปนา เรารักวิสุทธิชนที่นั่น เมื่อข้าพเจ้าได้รับเรียกให้กลับมาที่สำนักงานใหญ่ของศาสนจักร และด้วยความสัตย์จริง ข้าพเจ้ารู้สึกกระตือรือร้นน้อยลงกว่าเดิม การเปลี่ยนงานมอบหมายทำให้ข้าพเจ้าอยู่ในสภาวการณ์ที่ไม่คุ้นเคย

คืนหนึ่งหลังจากคิดใคร่ครวญการเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงนี้ ข้าพเจ้าฝันถึงคุณปู่ทวดโจเซฟ สคีน ข้าพเจ้ารู้จากบันทึกส่วนตัวของท่านว่าเมื่อท่านกับมาเรียภรรยาของท่านย้ายมาที่นอวู ท่านต้องการรับใช้ ท่านจึงไปหาศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธและถามว่าจะช่วยท่านได้อย่างไร ศาสดาพยากรณ์ให้ท่านไปทำงานที่ทุ่งหญ้าแพรรี่และขอให้ท่านทำสุดความสามารถ ซึ่งท่านก็ทำเช่นนั้น ท่านได้ทำงานที่ฟาร์มสมิธ8

ข้าพเจ้าไตร่ตรองถึงสิทธิพิเศษที่โจเซฟ สคีนได้รับงานมอบหมายด้วยวิธีนั้น ทันใดนั้นข้าพเจ้าตระหนักว่าข้าพเจ้าได้รับสิทธิพิเศษอย่างเดียวกัน เหมือนกับเราทุกคน การเรียกทุกอย่างของศาสนจักรมาจากพระผู้เป็นเจ้า—โดยผ่านผู้รับใช้ที่ได้รับแต่งตั้งจากพระองค์9

ข้าพเจ้ารู้สึกถึงการยืนยันทางวิญญาณอย่างชัดเจนว่างานมอบหมายใหม่ของข้าพเจ้ามาจากการดลใจ เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะเข้าใจ—ว่าการเรียกของเรามาจากพระผู้เป็นเจ้าจริงๆ โดยผ่านผู้นำฐานะปุโรหิตของเรา หลังจากประสบการณ์นี้ เจตคติของข้าพเจ้าเปลี่ยนไป ข้าพเจ้าเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่จะรับใช้ ข้าพเจ้าสำนึกคุณสำหรับพรแห่งการกลับใจและใจที่เปลี่ยนไปของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ารักงานมอบหมายใหม่

ถึงแม้เราจะคิดว่าการเรียกในศาสนจักรเป็นความคิดของผู้นำฐานะปุโรหิตเท่านั้น หรือการเรียกมาถึงเราเพราะไม่มีใครยอมทำ เราก็ยังจะได้รับพรเมื่อเรารับใช้ แต่เมื่อเราตระหนักในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าในการเรียกและรับใช้ด้วยสุดใจ พลังพิเศษจะเข้ามาสู่การรับใช้ของเรา และเราจะกลายเป็นผู้รับใช้ที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์

การรับใช้เรียกร้องศรัทธา

การเรียกที่มีสัมฤทธิผลเรียกร้องศรัทธา ไม่นานหลังจากโจเซฟเริ่มทำงานที่ฟาร์ม โจเซฟและมาเรียป่วยหนัก ทั้งสองไม่มีเงินและอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา ในบันทึกส่วนตัว โจเซฟเขียนว่า “เราทำงานไปด้วย [และ] ยังคงซื่อสัตย์ต่อศาสนจักรด้วยศรัทธาอันน้อยนิดที่เรามี ถึงแม้มารพยายามทำลายเราและให้เราหันหลังกลับ”10

ข้าพเจ้ารวมทั้งลูกหลานหลายร้อยคนของท่าน จะสำนึกคุณชั่วนิรันดร์ที่โจเซฟและมาเรียไม่หันหลังกลับ พรเกิดขึ้นจากความมานะบากบั่นในการเรียกและความรับผิดชอบของเรา และอดทนด้วยศรัทธาทั้งหมดที่เรามี

ข้าพเจ้ารู้จักครูหลักคำสอนพระกิตติคุณคนหนึ่งที่เก่งมาก เธอสร้างแรงบันดาลใจให้สมาชิกชั้นเรียนเมื่อเธอสอน แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป หลังจากเข้าร่วมศาสนจักร เธอรับการเรียกเป็นครูปฐมวัย เธอรู้สึกว่าเธอไม่มีทักษะการสอน แต่เพราะเธอรู้ความสำคัญของการรับใช้ เธอจึงรับการเรียก เธอหนักใจมากเพราะความกลัว และเธอเลิกไปโบสถ์เพื่อเธอจะไม่ต้องสอน ต้องขอบคุณผู้สอนประจำบ้านของเธอที่สังเกตว่าเธอหายไป พวกเขาไปเยี่ยมเธอ เชิญเธอกลับมาโบสถ์ อธิการและสมาชิกวอร์ดช่วยเหลือเธอ ในที่สุด ด้วยศรัทธาที่มากขึ้น เธอเริ่มสอนเด็กๆ ขณะที่เธอประยุกต์ใช้หลักธรรมที่ปัจจุบันสอนในชั้นเรียน การสอนในวิธีของพระผู้ช่วยให้รอด พระเจ้าประทานพรให้ความพยายามของเธอและเธอกลายเป็นครูที่มีพรสวรรค์11

มนุษย์ปุถุชนชายหญิงทุกคนมีแนวโน้มจะยอมให้เราถอนตัวจากการรับใช้ด้วยเหตุผลเช่น “ฉันไม่พร้อมจะรับใช้ ฉันต้องเรียนรู้อีกมาก” “ฉันเหนื่อยและต้องการพัก” “ฉันแก่เกินไป—ให้คนอื่นทำบ้าง” หรือ “ฉันไม่ว่างเลย”

พี่น้องทั้งหลาย การยอมรับและทำการเรียกให้มีสัมฤทธิผลเป็นการกระทำแห่งศรัทธา เราสามารถวางใจสิ่งที่ศาสดาพยากรณ์ของเรา ประธานโธมัส เอส. มอนสัน สอนเราบ่อยๆ ว่า “คนที่พระเจ้าทรงเรียก พระเจ้าทรงทำให้คู่ควร” และ “เมื่อเรากำลังทำกิจธุระของพระเจ้า เรามีสิทธิ์ได้รับความช่วยเหลือจากพระเจ้า”12 ไม่ว่าเราจะหนักใจหรือถอดใจ ไม่ว่าเราจะกลัวสุดชีวิตหรือเบื่อหน่ายสุดชีวิต พระผู้เป็นเจ้าทรงต้องการให้เราลดเกียร์ลง เพิ่มพลังขับเคลื่อน และรับใช้

ข้าพเจ้าไม่เห็นสัญญาณว่าประธานมอนสันและผู้ร่วมงานของท่านในฝ่ายประธานสูงสุดและโควรัมอัครสาวกสิบสองจะยุ่งเกินไปหรือเหนื่อยเกินไป พวกท่านเป็นแบบอย่างในวิธีที่สร้างแรงบันดาลใจถึงพลังที่เข้ามาสู่ชีวิตเราเมื่อเราใช้ศรัทธา ยอมรับงานมอบหมาย และทำให้เกิดสัมฤทธิผลด้วยความมุ่งมั่นและการอุทิศตน หลายปีก่อนคนเหล่านั้น “ให้ [ไหล่พวกเขา] หนุนล้อเดิน”13 และพวกเขายังคงผลักดันไปข้างหน้า มุ่งหน้าต่อไป และมุ่งขึ้นไป

ใช่แล้ว พวกเขารับใช้การเรียกที่สำคัญ แต่การเรียกหรืองานมอบหมาย ทุกอย่าง มีความสำคัญ ประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ ศาสดาพยากรณ์ก่อนหน้านี้ของศาสนจักร กล่าวว่า “เราล้วนอยู่ในความพยายามที่ยิ่งใหญ่นี้ด้วยกัน … ภาระหน้าที่ในขอบเขตความรับผิดชอบของท่านจริงจังเท่ากับภาระหน้าที่ของข้าพเจ้าในขอบเขตของข้าพเจ้า ไม่มีการเรียกใดในศาสนจักรนี้เล็กน้อยหรือเกิดผลเพียงน้อยนิด”14 การเรียกทุกอย่างมีความสำคัญ15

ขอให้เรารับใช้

ขอให้เราลุกขึ้นด้วยศรัทธา “ให้ [ไหล่ของเรา] หนุนล้อเดิน” และช่วยดัน “งานดีนี้ให้ก้าวหน้าไป”16 ขอให้เรา “เปลี่ยนเป็นคอมพาวน์” ไปพร้อมๆ กับคุณป้าโดโรธีผู้เปี่ยมด้วยศรัทธา ในฐานะพี่น้องขอให้เรารับใช้ด้วยกัน

หากท่านต้องการทำให้อธิการหรือประธานสาขาของท่านมีความสุข ไปถามเขาว่า “มีอะไรให้ช่วยไหม” “พระเจ้าทรงประสงค์ให้ฉันรับใช้อะไร” เมื่อเขาสวดอ้อนวอนและพิจารณาบุคลิกภาพ ครอบครัว หน้าที่รับผิดชอบในงานอาชีพของท่าน เขาจะได้รับการดลใจเพื่อให้การเรียกที่เหมาะสม เมื่อท่านรับการวางมือมอบหน้าที่ ท่านจะรับพรฐานะปุโรหิตเพื่อช่วยให้ท่านประสบความสำเร็จ ท่าน จะ ได้รับพร! สมาชิกทุกคนเป็นที่ต้องการ และสมาชิกทุกคนต้องการโอกาสรับใช้17

พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างของเรา

พระเยซูคริสต์ แบบอย่างที่ดีเลิศของเรา พระองค์ทรงสละพระชนม์ชีพให้งานของพระบิดา ในการประชุมสภาใหญ่ก่อนวางระเบียบโลกนี้ พระเยซูคริสต์ผู้ ได้รับเลือกและได้รับการเจิมนับจากกาลเริ่มต้น ทรงอาสาว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่, ขอทรงส่งข้าพระองค์ไปเถิด”18 เพื่อจะทำเช่นนั้น พระองค์กลายเป็นผู้รับใช้ของเราทุกคนจริงๆ โดยผ่านพระเยซูคริสต์และพลังที่เราได้รับผ่านการชดใช้ของพระองค์ เราจะรับใช้ได้เช่นกัน พระองค์จะทรงช่วยเหลือเรา19

ข้าพเจ้าขอแสดงความรักจากใจถึงท่านทั้งหลายที่ปัจจุบันไม่สามารถรับใช้ในศาสนจักรด้วยวิธีปกติได้เพราะสภาวการณ์ส่วนตัวบางอย่างแต่ยังดำเนินชีวิตด้วยวิญญาณของการรับใช้ ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอให้ท่านได้รับพรจากความพยายามของท่าน ข้าพเจ้าขอแสดงความขอบคุณเช่นกันสำหรับท่านทั้งหลายที่ขยายการเรียกของท่านสัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า เช่นเดียวกับผู้ที่จะรับการเรียกให้รับใช้เร็วๆ นี้ การอำนวยประโยชน์และการเสียสละทุกอย่างล้วนมีคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยพระองค์ผู้ที่เรารับใช้ ทุกคนที่รับใช้จะได้รับพระคุณของพระผู้เป็นเจ้า20

ไม่ว่าวัยหรือสภาวการณ์ของเราจะเป็นเช่นไร ขอให้การรับใช้เป็น “คติพจน์”21 ของเรา รับใช้ในการเรียกของท่าน รับใช้งานเผยแผ่ รับใช้มารดาของท่าน รับใช้คนแปลกหน้า รับใช้เพื่อนบ้าน จงรับใช้เท่านั้น

ขอพระเจ้าประทานพรให้ความพยายามของเราแต่ละคนในการรับใช้และเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์22 ข้าพเจ้าเป็นพยานว่าพระองค์ทรงพระชนม์และทรงกำกับดูแลงานนี้ ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน