คู่มือทั่วไป: การรับใช้ในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย หน้าปก สรุปอัปเดตล่าสุดนี่คือสรุปอัปเดตล่าสุดของคู่มือทั่วไป 0. ภาพรวมในเบื้องต้น 0.0. บทนําคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.1. คู่มือนี้คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.2. การปรับและแหล่งช่วยทางเลือกคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.3. อัปเดตคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.4. คำถามเกี่ยวกับคำแนะนำคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.5. ศัพท์เฉพาะคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร 0.6. การติดต่อสำนักงานใหญ่ของศาสนจักรหรือสำนักงานภาคคู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้นำศาสนจักรในระดับสามัญและระดับท้องที่ใช้บริหารกิจจานุกิจของศาสนจักร พื้นฐานหลักคำสอน 1. แผนของพระผู้เป็นเจ้าและบทบาทของท่านในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ 1.0. บทนํา บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.1. แผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.2. งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.3. ศาสนพิธีและพันธสัญญาที่จําเป็นสําหรับความรอดและความสูงส่งบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.4. หน้าที่รับผิดชอบที่ทรงกำหนดในงานของพระผู้เป็นเจ้า 1.4. หน้าที่รับผิดชอบที่ทรงกำหนดในงานของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.4.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.4.2. การดูแลคนขัดสนบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.4.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.4.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5. จุดประสงค์ของศาสนจักร 1.5. จุดประสงค์ของศาสนจักรบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.1. สิทธิอำนาจและกุญแจฐานะปุโรหิตบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.2. การกำกับดูแลจากศาสดาพยากรณ์บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.3. พระคัมภีร์บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.4. การสนับสนุนการเรียนรู้และการสอนพระกิตติคุณบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.5. โอกาสในการรับใช้และการเป็นผู้นำบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.5.6. ชุมชนของวิสุทธิชนบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 1.6. บทบาทของท่านในงานของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับแผนแห่งความสุขของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระองค์ และจุดประสงค์ของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย 2. การสนับสนุนบุคคลและครอบครัวในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 2.0. บทนำ บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.1. บทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า 2.1. บทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.1.1. ครอบครัวนิรันดร์บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.1.2. สามีและภรรยาบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.1.3. บิดามารดาและบุตรบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2. งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน 2.2. งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้านบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2.1. บ้านที่พระวิญญาณสถิตอยู่บทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2.2. การถือปฏิบัติวันสะบาโตบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2.3. การศึกษาและการเรียนรู้พระกิตติคุณที่บ้านบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2.4. กิจกรรมยามค่ำที่บ้านและกิจกรรมอื่นๆบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.2.5. การสนับสนุนบุคคลบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 2.3. ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักรบทนี้จะช่วยให้ท่านมีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบทบาทของครอบครัวในแผนของพระผู้เป็นเจ้า งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในบ้าน และความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับศาสนจักร 3. หลักธรรมฐานะปุโรหิต 3.0. บทนำ พระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.1. การฟื้นฟูฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.2. พรของฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.3. ฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคและฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน 3.3. ฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคและฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.3.1. ฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.3.2. ฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.4. สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิต 3.4. สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.4.1. กุญแจฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.4.2. การประสาทและการแต่งตั้งฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.4.3. การมอบสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตให้รับใช้ในศาสนจักรพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.4.4. การใช้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตอย่างชอบธรรมพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.5. ศาสนพิธีและพันธสัญญา 3.5. ศาสนพิธีและพันธสัญญาพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.5.1. ศาสนพิธีพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.5.2. พันธสัญญาพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.5.3. ศาสนพิธีและพันธสัญญาที่จําเป็นสําหรับความรอดและความสูงส่งพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.5.4. ศีลระลึกพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.6. พลังอํานาจฐานะปุโรหิตพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 3.7. ฐานะปุโรหิตและบ้านพระบิดาบนสวรรค์ทรงทำงานของพระองค์ให้สำเร็จผ่านฐานะปุโรหิตเพื่อ “ทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4. การเป็นผู้นำและสภาในศาสนจักรของพระเยซูคริสต์ 4.0. บทนำ ในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.1. จุดประสงค์ของการเป็นผู้นำในศาสนจักรในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2. หลักธรรมของการเป็นผู้นำในศาสนจักร 4.2. หลักธรรมของการเป็นผู้นำในศาสนจักรในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.1. เตรียมพร้อมทางวิญญาณในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.2. ปฏิบัติศาสนกิจต่อบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้าในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.3. สอนพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.4. เป็นประธานด้วยความชอบธรรมในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.5. มอบหน้าที่รับผิดชอบและให้ภาระรับผิดชอบในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.6. เตรียมผู้อื่นให้เป็นผู้นำและครูในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.7. วางแผนการประชุม บทเรียน และกิจกรรมด้วยจุดประสงค์ที่ชัดเจนในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.2.8. ประเมินความพยายามของท่านในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.3. สภาในศาสนจักรในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4. หลักธรรมของสภาที่มีประสิทธิภาพ 4.4. หลักธรรมของสภาที่มีประสิทธิภาพในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.1. จุดประสงค์ของสภาในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.2. การเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสภาในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.3. การสนทนาและการตัดสินใจในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.4. ความเป็นหนึ่งเดียวกันในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.5. การปฏิบัติและภาระรับผิดชอบในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) 4.4.6. การรักษาความลับในฐานะผู้นำในศาสนจักร ท่านมีสิทธิพิเศษของการช่วยเหลืองานของพระบิดาบนสวรรค์ใน “การทำให้เกิดความเป็นอมตะและชีวิตนิรันดร์ของมนุษย์” (โมเสส 1:39) องค์การศาสนจักร 5. การเป็นผู้นำระดับสามัญและระดับภาค 5.0 บทนําบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.1. เจ้าหน้าที่ศาสนจักรระดับสามัญ 5.1. เจ้าหน้าที่ศาสนจักรระดับสามัญบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.1.1. เจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่บทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.1.2. เจ้าหน้าที่ระดับสามัญบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.2. การเป็นผู้นำระดับภาค 5.2. การเป็นผู้นำระดับภาคบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.2.1. ฝ่ายประธานภาคบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.2.2. สาวกเจ็ดสิบภาคบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.2.3. สภาภาคบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 5.2.4. การเรียกระดับภาคบทนี้พูดถึงบทบาทของผู้นำระดับสามัญและระดับภาคในศาสนจักร 6. การเป็นผู้นำระดับสเตค 6.1. จุดประสงค์ของสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.2. ฝ่ายประธานสเตค 6.2. ฝ่ายประธานสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.2.1. มหาปุโรหิตควบคุมพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.2.2. การเป็นผู้นำในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.2.3. ผู้พิพากษาใหญ่พระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.2.4. บันทึก การเงิน และทรัพย์สินพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.3. ความแตกต่างระหว่างสิทธิอำนาจของประธานท้องถิ่นกับสิทธิอำนาจของประธานสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.4. เลขาธิการสเตค ผู้ช่วยเลขาธิการสเตค พนักงานสเตค และผู้ช่วยพนักงานสเตค 6.4.1. เลขาธิการสเตคและผู้ช่วยเลขาธิการสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.4.2. พนักงานสเตคและผู้ช่วยพนักงานสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.5. สภาสูง 6.5. สภาสูงพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.5.1. เป็นตัวแทนฝ่ายประธานสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.5.2. รับใช้ในคณะกรรมการและสภาสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.5.3. รับใช้เป็นผู้นำองค์การสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6. ผู้ประสาทพรสเตค 6.6. ผู้ประสาทพรสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.1. การเรียก การสนับสนุน และการแต่งตั้งผู้ประสาทพรสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.2. การเรียกผู้ประสาทพรสเตคคนที่สองพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.3. การแนะนำผู้ประสาทพรสเตคที่เพิ่งได้รับเรียกพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.4. การตรวจตรางานของผู้ประสาทพรสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.5. การรักษาความลับของปิตุพรพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.6. ผู้ประสาทพรที่ได้รับการเรียกให้ดำรงตำแหน่งอื่นในศาสนจักรพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.6.7. เจ้าหน้าที่คัดลอกปิตุพรพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.7. องค์การต่างๆ ของสเตค 6.7. องค์การต่างๆ ของสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.7.1. ฝ่ายประธานของสมาคมสงเคราะห์ เยาวชนหญิง ปฐมวัย และโรงเรียนวันอาทิตย์สเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.7.2. ฝ่ายประธานเยาวชนชายสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.7.3. เลขานุการองค์การสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 6.8. ผู้เชี่ยวชาญสเตคพระเจ้าทรงจัดตั้งสเตคเพื่อ “การรวบรวม” ผู้คนของพระองค์และ “เพื่อการคุ้มภัย, และ … ที่พักพิง” จากโลก (หลักคำสอนและพันธสัญญา 115:6) สมาชิกและผู้นำในสเตคทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสำเร็จลุล่วง 7. ฝ่ายอธิการ 7.1. อธิการและที่ปรึกษา 7.1. อธิการและที่ปรึกษาอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.1.1. มหาปุโรหิตควบคุมอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.1.2. ประธานของฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.1.3. ผู้พิพากษาใหญ่อธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.1.4. การประสานงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าในวอร์ดอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.1.5. บันทึก การเงิน และอาคารประชุมอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.2. ความแตกต่างระหว่างฝ่ายประธานสาขากับฝ่ายอธิการอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.3. เลขาธิการวอร์ดและผู้ช่วยเลขาธิการวอร์ดอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 7.4. พนักงานวอร์ดและผู้ช่วยพนักงานวอร์ดอธิการถือกุญแจฐานะปุโรหิตเพื่อเป็นผู้นำในงานของศาสนจักรในวอร์ด เขากับที่ปรึกษาประกอบกันเป็นฝ่ายอธิการ พวกเขาได้รับการนำทางจากฝ่ายประธานสเตค ฝ่ายอธิการดูแลสมาชิกวอร์ดด้วยความรักโดยช่วยให้คนเหล่านั้นเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระเยซูคริสต์ 8. โควรัมเอ็ลเดอร์ 8.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การ 8.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.1.1. จุดประสงค์บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.1.2. สมาชิกภาพในโควรัมเอ็ลเดอร์บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.1.3. ปรับตามความต้องการในท้องที่บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 8.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.2.2. การดูแลคนขัดสนบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.3. ผู้นำโควรัมเอ็ลเดอร์ 8.3.1. ฝ่ายประธานสเตคและอธิการบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.3.2. สมาชิกสภาสูงบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.3.3. ฝ่ายประธานโควรัมเอ็ลเดอร์บทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.3.4. เลขานุการบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.3.5. การเรียกและงานมอบหมายเพิ่มเติมบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.4. การช่วยผู้หวังเป็นเอ็ลเดอร์เตรียมตัวรับฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 8.5. สมาชิกผู้ทุพพลภาพบทนี้ประกอบด้วยข้อมูลสำหรับผู้นำของเอ็ลเดอร์และมหาปุโรหิต 9. สมาคมสงเคราะห์ 9.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การ 9.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.1.1. จุดประสงค์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.1.2. สมาชิกภาพในสมาคมสงเคราะห์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.1.3. ปรับตามความต้องการในท้องที่สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 9.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.2.2. การดูแลคนขัดสนสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.3. ผู้นำสมาคมสงเคราะห์สเตค 9.3.1. อธิการสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.3.2. ฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.3.3. เลขานุการสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.3.4. การเรียกและงานมอบหมายเพิ่มเติมสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.4. การช่วยเยาวชนหญิงเตรียมเข้าร่วมสมาคมสงเคราะห์สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.5. ผู้นำสมาคมสงเคราะห์สเตคสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.6 แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 9.6 แนวทางและนโยบายเพิ่มเติมสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.5.1. สมาชิกพิการสมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 9.6.2. การอ่านออกเขียนได้สมาคมสงเคราะห์ช่วยลูกๆ ของพระผู้เป็นเจ้าเตรียมกลับไปที่ประทับของพระองค์ 10. โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน 10.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การ 10.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.1.1. จุดประสงค์โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.1.2. สาระสำคัญโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.1.3. โควรัมโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.1.4. กุญแจฐานะปุโรหิตโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.1.5. การปรับโควรัมตามความต้องการในท้องที่โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 10.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.2.2. การดูแลคนขัดสนโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.3. ฝ่ายอธิการโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.4. ผู้นำโควรัมเยาวชน 10.4.1. การเรียก การสนับสนุน และการวางมือมอบหน้าที่โควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.4.2. หน้าที่รับผิดชอบโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.4.3. การประชุมฝ่ายประธานโควรัมโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.4.4. สภาเยาวชนวอร์ดโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.5. ผู้ให้คำปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.6. การช่วยเยาวชนชายเตรียมรับฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.7. ผู้นำเยาวชนชายสเตคโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.8. แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 10.8.1. การพิทักษ์เยาวชนโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.8.2. เยาวชนชายพิการโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.8.3. ตราสัญลักษณ์โปรแกรมเด็กและเยาวชนโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 10.8.4. การรวบรวมเงินบริจาคอดอาหารโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนช่วยให้เยาวชนชายทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11. เยาวชนหญิง 11.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การ 10.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.1.1. จุดประสงค์องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.1.2. สาระสำคัญของเยาวชนหญิง องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.1.3. กลุ่มอายุองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 11.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.2.2. การดูแลคนขัดสนองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3 การเป็นผู้นำเยาวชนหญิงวอร์ด 11.3.1. ฝ่ายอธิการองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3.2. ฝ่ายประธานเยาวชนหญิงที่เป็นผู้ใหญ่องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3.3. เลขานุการองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3.4. ฝ่ายประธานกลุ่มอายุและเลขานุการองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3.5. ที่ปรึกษาองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.3.6. ผู้เชี่ยวชาญองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.4. การช่วยเยาวชนหญิงเตรียมเข้าร่วมสมาคมสงเคราะห์องค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.5. ผู้นำเยาวชนหญิงสเตคองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.6. แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 11.6.1. การพิทักษ์เยาวชนองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.6.2. เยาวชนหญิงพิการองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 11.6.3. ตราสัญลักษณ์โปรแกรมเด็กและเยาวชนองค์การเยาวชนหญิงช่วยให้เยาวชนหญิงทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ อีกทั้งทำให้การเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเธอในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณของพระองค์ลึกซึ้งขึ้นด้วย 12. ปฐมวัย 12.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การ 12.1. จุดประสงค์และการจัดองค์การปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.1. จุดประสงค์ปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.2. สาระสําคัญของปฐมวัยปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.3. บริบาลปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.4. ชั้นเรียนปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.5. ช่วงเวลาร้องเพลงปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.6. การนำเสนอการประชุมศีลระลึกของเด็กปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.7. การประชุมเตรียมเข้าพระวิหารและเตรียมรับฐานะปุโรหิตปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.1.8. การประชุมเตรียมบัพติศมาและการยืนยันปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 12.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.2.2. การดูแลคนขัดสนปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์ปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3. การเป็นผู้นำปฐมวัยวอร์ด 12.3.1. ฝ่ายอธิการปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3.2. ฝ่ายประธานปฐมวัยปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3.3. เลขานุการปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3.4. ผู้นําดนตรีและผู้เล่นเปียโนปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3.5. ครูและผู้นำบริบาลปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.3.6. ผู้นำกิจกรรมชั้นอัศวินปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.4. ผู้นำปฐมวัยสเตคปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5. แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 512.5.1. การพิทักษ์เด็กปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.2. เด็กที่มีความต้องการพิเศษปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.3. ชายที่รับใช้ในปฐมวัยปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.4. ความปลอดภัยของห้องน้ำปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.5. กิจกรรมการแสดงบทบาทสมมติปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.6. แหวน ลสดปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 12.5.7. การแนะนำโปรแกรมเด็กและเยาวชนปฐมวัยเป็นองค์การที่มีบ้านเป็นศูนย์กลางและศาสนจักรสนับสนุนสำหรับเด็กอายุ 18 เดือนถึง 11 ขวบ 13. โรงเรียนวันอาทิตย์ 13.1 จุดประสงค์โรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.2. การเป็นผู้นำโรงเรียนวันอาทิตย์วอร์ด 13.2.1. ฝ่ายอธิการโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.2.2. ประธานโรงเรียนวันอาทิตย์โรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.2.3. ครูโรงเรียนวันอาทิตย์โรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.3. ชั้นเรียนโรงเรียนวันอาทิตย์ 13.3. ชั้นเรียนโรงเรียนวันอาทิตย์โรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.3.1. สาขาเล็กโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.3.2. ชั้นเรียนโรงเรียนวันอาทิตย์สำหรับกลุ่มจำเพาะเจาะจงโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.4. การปรับปรุงการเรียนการสอนในวอร์ดโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.5. การปรับปรุงการเรียนการสอนในบ้านโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.6. ผู้นำโรงเรียนวันอาทิตย์สเตคโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.7. แนวทางเพิ่มเติม 13.7.1. สมาชิกพิการโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 13.7.2. ศูนย์แหล่งข้อมูลโรงเรียนวันอาทิตย์ช่วยทำงานแห่งความรอดของพระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จลุล่วงภายใต้การกำกับดูแลของผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิต 14. สมาชิกโสด 14.0. บทนําชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.1. สมาชิกโสดในหน่วยตามภูมิศาสตร์ 14.1. สมาชิกโสดในหน่วยตามภูมิศาสตร์ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.1.1. การเป็นผู้นําระดับสเตคชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.1.2. การเป็นผู้นำระดับวอร์ดชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 14.2. การมีส่วนร่วมในงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้าชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.2.1. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.2.2. การดูแลคนขัดสนชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.2.3. การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.2.4. ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.3. วอร์ดและสเตคหนุ่มสาวโสดและวอร์ดผู้ใหญ่โสดชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4. แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 14.4.1. สถานที่ชุมนุมชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.2. คืนวันจันทร์ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.3. โควรัมเอ็ลเดอร์และสมาคมสงเคราะห์เพิ่มเติมชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.4. สมาชิกที่ได้รับการเรียกให้รับใช้ในหน่วยสำหรับสมาชิกโสดชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.5. ช่วงปิดเทอมชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.6. การสัมภาษณ์ในวอร์ดและสเตคหนุ่มสาวโสดชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.7. การมีส่วนร่วมในกิจกรรมสำหรับสมาชิกโสดชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 14.4.8. บิดามารดาตัวคนเดียวชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานหรือหย่าร้างหรือเป็นม่ายถือเป็นส่วนสำคัญของสมาชิกภาพศาสนจักร ผู้นำดูแลช่วยเหลือและรวมสมาชิกเหล่านี้ไว้ในงานของศาสนจักร 15. เซมินารีและสถาบันศาสนา 15.0. บทนําเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1. เซมินารี 15.1. เซมินารีเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1.1. ครูเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1.2. อาคาร อุปกรณ์ และสื่อการเรียนการสอนเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1.3. เจ้าหน้าที่ชั้นเรียนและกิจกรรมเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1.4. หน่วยกิตและการสำเร็จการศึกษาเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.1.5. เซมินารีช่วงพักเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.2. สถาบัน 15.2. สถาบันเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.2.1. ชั้นเรียนศาสนาชั้นเรียนอื่นเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ 15.3. สถานศึกษาของศาสนจักรและระบบการศึกษาของศาสนจักรเซมินารีและสถาบันศาสนา (S&I) ช่วยเหลือบิดามารดาและผู้นำศาสนจักรในการช่วยเยาวชนและคนหนุ่มสาวเพิ่มพูนศรัทธาในพระเยซูคริสต์และพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระองค์ งานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ 16. การดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์เราดำเนินชีวิตตามพระกิตติคุณเมื่อเราใช้ศรัทธาในพระคริสต์ กลับใจทุกวัน ทำพันธสัญญากับพระผู้เป็นเจ้าเมื่อเรารับศาสนพิธีแห่งความรอดและความสูงส่ง และอดทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่โดยรักษาพันธสัญญาเหล่านั้น 17. การสอนพระกิตติคุณ 17. การสอนพระกิตติคุณการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.1. หลักธรรมของการสอนเหมือนพระคริสต์ 17.1. หลักธรรมของการสอนเหมือนพระคริสต์การสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.1.1. รักคนที่ท่านสอนการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.1.2. สอนโดยพระวิญญาณการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.1.3. สอนหลักคําสอนการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.1.4. เชื้อเชิญให้เรียนรู้ด้วยความขยันหมั่นเพียรการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.2. การเรียนรู้และการสอนพระกิตติคุณที่ให้บ้านเป็นศูนย์กลางการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.3. หน้าที่รับผิดชอบของผู้นําการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.4. การประชุมสภาครูการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 17.5. การประชุมสภาครูสําหรับบิดามารดาการสอนพระกิตติคุณที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้คนมีประจักษ์พยานและศรัทธาเพิ่มมากขึ้นในพระบิดาบนสวรรค์และพระเยซูคริสต์ 18. การทำศาสนพิธีฐานะปุโรหิต รวมถึงการให้พร 18.0. บทนําศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.1. ศาสนพิธีแห่งความรอดและความสูงส่งศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.2. ศาสนพิธีอื่นๆศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.3. การมีส่วนร่วมในศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.4. ศาสนพิธีสำหรับบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.5. ศาสนพิธีที่ทำแทนผู้พิการหรือโดยผู้พิการศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.6. การตั้งชื่อและให้พรเด็ก 18.6. การตั้งชื่อและให้พรเด็กศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.6.1. ผู้ให้พรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.6.2. คําแนะนําศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.6.3. แบบฟอร์มบันทึกเด็กและใบสำคัญการให้พรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7. บัพติศมา 18.7. บัพติศมาศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.1. การอนุมัติให้บุคคลรับบัพติศมาและการยืนยันศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.2. พิธีบัพติศมาศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.3. ผู้ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.4. สถานที่ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.5. ชุดบัพติศมาศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.6. พยานศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.7. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.7.8. บันทึกบัพติศมาศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.8. การยืนยันและของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ 18.8. การยืนยันและของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.8.1. ผู้ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.8.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.8.3. บันทึกและใบสำคัญบัพติศมาและการยืนยันศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.9. ศีลระลึก 18.9. ศีลระลึกศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.9.1. การอนุมัติให้ปฏิบัติศีลระลึกศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.9.2. ผู้ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.9.3. แนวทางสำหรับศีลระลึกศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.9.4. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10. การประสาทฐานะปุโรหิตและการแต่งตั้งสู่ตำแหน่ง 18.10. การประสาทฐานะปุโรหิตและการแต่งตั้งสู่ตำแหน่งศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.1. ฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.2. ฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.3. การเสนอชื่อสมาชิกให้ได้รับการสนับสนุนก่อนแต่งตั้งศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.4. ผู้ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.5. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.10.6. บันทึกและใบสำคัญการแต่งตั้งศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.11. การวางมือมอบหน้าที่ให้สมาชิกรับใช้ในการเรียกต่างๆ 18.11. การวางมือมอบหน้าที่ให้สมาชิกรับใช้ในการเรียกต่างๆศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.11.1. ผู้วางมือมอบหน้าที่ศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.11.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.12. การทำให้น้ำมันศักดิ์สิทธิ์ 18.12. การทำให้น้ำมันศักดิ์สิทธิ์ศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.12.1. ผู้ทำศาสนพิธีศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.12.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.13. การปฏิบัติและให้พรผู้ป่วย 18.13. การปฏิบัติและให้พรผู้ป่วยศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.13.1. ผู้ให้พรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.13.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.14. พรของการปลอบประโลมและคำแนะนำ รวมถึงพรของบิดา 18.14.1. ผู้ให้พรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.14.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.15. การอุทิศบ้าน 18.15. การอุทิศบ้านศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.15.1. ผู้ทำการอุทิศศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.15.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.16. การอุทิศหลุมฝังศพ 18.16.1. ผู้อุทิศหลุมฝังศพศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.16.2. คำแนะนำศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.17. ปิตุพร 18.17. ปิตุพรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.17.1. การรับปิตุพรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.17.2. การเข้าถึงปิตุพรศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.17.3. ข้อมูลเพิ่มเติมศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.18. เอ็นดาวเม้นท์พระวิหารและการผนึกศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 18.19. แผนภูมิการแต่งตั้งศาสนพิธีและการให้พรเป็นการปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์โดยผู้มีสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตและในพระนามของพระเยซูคริสต์ เมื่อผู้ดำรงฐานะปุโรหิตประกอบศาสนพิธีและให้พร พวกเขาทำตามแบบอย่างการให้พรผู้อื่นของพระผู้ช่วยให้รอด 19. ดนตรี 19.1. จุดประสงค์ของดนตรีในศาสนจักรดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.2. ดนตรีในบ้านดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3. เพลงในการประชุมต่างๆ ของศาสนจักร 19.3. เพลงในการประชุมต่างๆ ของศาสนจักรดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.1. การวางแผนดนตรีสำหรับการประชุมต่างๆ ของศาสนจักรดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.2. ดนตรีในการประชุมศีลระลึกดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.3. ดนตรีในชั้นเรียนและการประชุมอื่นๆ ของวอร์ดดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.4. ดนตรีในการประชุมใหญ่สเตคดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.5. เพลงอื่นๆ ในห้องนมัสการดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.6. เครื่องดนตรีดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.3.7. คณะนักร้องประสานเสียงดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.4. การเป็นผู้นำดนตรีในวอร์ด 19.4.1. ฝ่ายอธิการดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.4.2. ผู้ประสานงานด้านดนตรีวอร์ดดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.4.3. การเรียกเพิ่มเติมดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.5. การเป็นผู้นำดนตรีในสเตค 19.5.1. ฝ่ายประธานสเตคดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.5.2. ผู้ประสานงานดนตรีสเตคดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.5.3. ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีสเตคดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.6. การอบรมและแหล่งช่วยด้านดนตรีดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.7. แนวทางและนโยบายเพิ่มเติม 19.7.1. การจัดหาและการใช้เพลงดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.7.2. การใช้เครื่องดนตรีอาคารประชุมสำหรับฝึก สอนส่วนตัว และแสดงเดี่ยวดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 19.7.3. คณะนักร้องประสานเสียงชุมชนดนตรีที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นส่วนสำคัญของการประชุมศาสนจักร 20. กิจกรรม 20.1. จุดประสงค์กิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2. การวางแผนกิจกรรม 20.2. การวางแผนกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.1. หน้าที่รับผิดชอบด้านการวางแผนกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.2. การเชื้อเชิญให้ทุกคนมีส่วนร่วมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.3. มาตรฐานกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.4. ความสมดุลและความหลากหลายกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.5. การจัดเวลากิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.2.6. เงินทุนสําหรับกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.3. กิจกรรมสเตค พหุสเตค และภาค 20.3.1. แนวทางทั่วไปกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.3.2. กิจกรรมสเตคกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.3.3. กิจกรรมพหุสเตคและกิจกรรมภาคกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.3.4. การปฏิบัติตามนโยบายการเดินทางของศาสนจักรกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.4. การประชุมเยาวชนกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5. นโยบายและแนวทางการคัดเลือกและวางแผนกิจกรรม 20.5. นโยบายและแนวทางการคัดเลือกและวางแผนกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.1. กิจกรรมเชิงพาณิชย์หรือการเมืองกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.2. งานเต้นรำและดนตรีกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.3. คืนวันจันทร์กิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.4. กิจกรรมในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.5. กิจกรรมค้างคืนกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.6. การแสดงเป็นพระผู้เป็นเจ้ากิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.7. การสวดอ้อนวอนและการให้ข้อคิดทางวิญญาณที่กิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.8. การถือปฏิบัติวันสะบาโตกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.9. กีฬากิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.10. การไปพระวิหารกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.5.11. กิจกรรมที่ไม่อนุมัติกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6. นโยบายและแนวทางการจัดหาเงินทุนให้กิจกรรม 20.6. นโยบายและแนวทางการจัดหาเงินทุนให้กิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6.1. กิจกรรมที่จ่ายด้วยเงินทุนงบประมาณวอร์ดหรือสเตคกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6.2. เงินทุนสำหรับค่ายเยาวชนกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6.3. เงินทุนสำหรับการประชุม FSYกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6.4. เงินทุนสำหรับอุปกรณ์และเครื่องใช้ต่างๆกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.6.5. งานระดมทุนกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7. นโยบายและแนวทางความปลอดภัยสำหรับกิจกรรม 20.7. นโยบายและแนวทางความปลอดภัยสำหรับกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.1. การอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่กิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.2. ข้อกำหนดด้านอายุสำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมเยาวชนกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.3. ประกันภัยกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.4. การขออนุญาตจากผู้ปกครองกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.5. รายงานเรื่องการกระทำทารุณกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.6. มาตรการรักษาความปลอดภัย การรับมือกับอุบัติเหตุ และการรายงานอุบัติเหตุกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.7.7. การเดินทางกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.8. นโยบายการบริหารกิจกรรม 20.8. นโยบายการบริหารกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.8.1. อุปกรณ์ลิขสิทธิ์กิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.8.2. การเช่าสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ใช่ของศาสนจักรจัดกิจกรรมกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) 20.8.3. กิจกรรมที่ต้องเสียภาษีกิจกรรมศาสนจักรนำสมาชิกศาสนจักรและคนอื่นๆ มารวมกลุ่มกันในฐานะ “พลเมืองเดียวกันกับบรรดาธรรมิกชน” (เอเฟซัส 2:19) ดูแลคนขัดสน 21. การปฏิบัติศาสนกิจ 21.0. บทนําพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.1. หน้าที่รับผิดชอบของซิสเตอร์และบราเดอร์ผู้ปฏิบัติศาสนกิจพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.2. การจัดระเบียบการปฏิบัติศาสนกิจ 21.2. การจัดระเบียบการปฏิบัติศาสนกิจพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.2.1. การมอบหมายพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.2.2. การมอบหมายงานปฏิบัติศาสนกิจให้เยาวชนพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.2.3. ผู้สอนศาสนาเต็มเวลาพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.3. การสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติศาสนกิจพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 21.4. การประสานงานปฏิบัติศาสนกิจพระผู้ช่วยให้รอดทรงแสดงแบบอย่างให้เห็นว่าการปฏิบัติศาสนกิจหมายถึงอะไรเมื่อทรงรับใช้ด้วยความรักที่มีต่อพระบิดาและต่อบุตรธิดาของพระบิดา 22. การจัดหาให้ตามความต้องการทางโลกและสร้างการพึ่งพาตนเอง 22.0. บทนําสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.1. สร้างการพึ่งพาตนเอง 22.1. สร้างการพึ่งพาตนเองสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.1.1. ความเข้มแข็งทางวิญญาณสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.1.2. สุขภาพกายและอารมณ์สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.1.3. การศึกษาและงานอาชีพสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.1.4. การเตรียมพร้อมทางโลกสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.2. ปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้มีความต้องการทางโลกและทางอารมณ์ 22.2. ปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้มีความต้องการทางโลกและทางอารมณ์สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.2.1. คลังของพระเจ้าสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.2.2. กฎแห่งการอดอาหารและเงินบริจาคอดอาหารสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.2.3. การรับใช้สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.2.4. ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.3. แบบแผนสำหรับสร้างการพึ่งพาตนเองและการปฏิบัติศาสนกิจต่อคนขัดสน 22.3. แบบแผนสำหรับสร้างการพึ่งพาตนเองและการปฏิบัติศาสนกิจต่อคนขัดสนสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.3.1. ค้นหาคนขัดสนสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.3.2. ช่วยสมาชิกประเมินและดูแลความต้องการระยะสั้นสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.3.3. ช่วยสมาชิกสร้างการพึ่งพาตนเองสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.3.4. ปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้มีความต้องการทางอารมณ์สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4. หลักธรรมสำหรับการให้ความช่วยเหลือจากศาสนจักร 22.4. หลักธรรมสำหรับการให้ความช่วยเหลือจากศาสนจักรสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4.1. ส่งเสริมหน้าที่รับผิดชอบของบุคคลและครอบครัวสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4.2. ให้ความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับสิ่งจำเป็นสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4.3. จัดหาแหล่งช่วยหรือหน่วยบริการแทนที่จะให้เงินสดสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4.4. เสนอโอกาสให้ทำงานหรือรับใช้สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.4.5. ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความช่วยเหลือจากศาสนจักรสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5. นโยบายสำหรับการให้ความช่วยเหลือจากศาสนจักร 22.5. นโยบายสำหรับการให้ความช่วยเหลือจากศาสนจักรสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5.1. นโยบายเกี่ยวกับผู้รับความช่วยเหลือจากศาสนจักรสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5.2. นโยบายเกี่ยวกับการใช้เงินบริจาคอดอาหารสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5.3. นโยบายเกี่ยวกับการจ่ายเงินสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5.4. นโยบายเรื่องการจ่ายเงินที่จะให้ผลประโยชน์แก่อธิการหรือประธานสเตคสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.5.5. การป้องกันการใช้เงินโดยมิชอบสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.6. บทบาทของผู้นำวอร์ด 22.6.1. อธิการและที่ปรึกษาสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.6.2. ฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์และฝ่ายประธานโควรัมเอ็ลเดอร์สมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.6.3. บราเดอร์หรือซิสเตอร์ผู้ปฏิบัติศาสนกิจสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.6.4. ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการและการพึ่งพาตนเองวอร์ดสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.6.5. สรุปการเรียกและบทบาทสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.7. บทบาทของสภาวอร์ดสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.8. บทบาทของสภาเยาวชนวอร์ดสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.9. บทบาทของผู้นําสเตค 22.9.1. ประธานสเตคและที่ปรึกษาสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.9.2. สมาชิกสภาสูงสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.9.3. ฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์สเตคสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.9.4. ผู้เชี่ยวชาญด้านสวัสดิการและการพึ่งพาตนเองสเตคสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.10. บทบาทของสภาสเตค 22.10. บทบาทของสภาสเตคสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.10.1. แหล่งช่วยที่สเตคประสานงานสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.10.2. กลุ่มทำงานเฉพาะด้านสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.11. บทบาทของสภาอธิการสเตคสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.12. แหล่งช่วยของรัฐและชุมชนสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 22.13. แหล่งข้อมูลของศาสนจักรสมาชิกของศาสนจักรมุ่งมั่นที่จะ “แบกภาระของกันและกัน, … โศกเศร้ากับคนที่โศกเศร้า … และปลอบโยนคนที่ต้องการการปลอบโยน” (โมไซยาห์ 18:8–9) การดูแลคนขัดสนทางโลกเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณ 23. การแบ่งปันพระกิตติคุณและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกใหม่และสมาชิกที่กลับมา 23.0. บทนําการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.1. การแบ่งปันพระกิตติคุณ 23.1. การแบ่งปันพระกิตติคุณการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.1.1. ความรักการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.1.2. แบ่งปันการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.1.3. เชื้อเชิญการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.2. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกใหม่การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.3. เสริมสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกที่กลับมาการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.4. จัดการประชุมประสานงานผู้สอนศาสนาประจําสัปดาห์ 23.4. จัดการประชุมประสานงานผู้สอนศาสนาประจําสัปดาห์การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.4.1. เส้นทางพันธสัญญาของฉัน และรายงานความก้าวหน้าบนเส้นทางพันธสัญญาการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.5. ผู้นำระดับสเตค 23.5. ผู้นำระดับสเตคการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.5.1. ฝ่ายประธานสเตคการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.5.2. คณะกรรมการผู้นำผู้ใหญ่สเตคการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.5.3. สมาชิกสภาสูงการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.5.4. ฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์สเตคการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6. ผู้นำระดับวอร์ด 23.6. ผู้นำระดับวอร์ดการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.1. ฝ่ายอธิการการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.2. ฝ่ายประธานโควรัมเอ็ลเดอร์และฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์การเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.3. หัวหน้าเผยแผ่วอร์ดการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.4. ผู้สอนศาสนาวอร์ดการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.5. สภาวอร์ดและสภาเยาวชนวอร์ดการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 23.6.6. แผนวอร์ดสำหรับการแบ่งปันพระกิตติคุณและการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สมาชิกใหม่และสมาชิกที่กลับมาการเชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณเป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า 24. การเสนอชื่อผู้สอนศาสนาและการรับใช้เป็นผู้สอนศาสนา 24.0. บทนําการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.1. การเรียกให้รับใช้การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2. งานมอบหมายของผู้สอนศาสนา 24.2. งานมอบหมายของผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2.1. ผู้สอนศาสนาหนุ่มสาวด้านการสอนการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2.2. ผู้สอนศาสนาหนุ่มสาวด้านบำเพ็ญประโยชน์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2.3. ผู้สอนศาสนาอาวุโสการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2.4. ผู้สอนศาสนาอาวุโสด้านบำเพ็ญประโยชน์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.2.5. สรุปงานมอบหมายของผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3. การเตรียมพร้อมและการมีคุณสมบัติเหมาะจะรับใช้งานเผยแผ่ 2.4.3.. การเตรียมพร้อมและการมีคุณสมบัติเหมาะจะรับใช้งานเผยแผ่การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3.1. การเปลี่ยนใจเลื่อมใสมาหาพระเยซูคริสต์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3.2. การทำตามมาตรฐานความมีค่าควรการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3.3. สุขภาพทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3.4. การเงินการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.3.5. บทบาทของสมาชิกครอบครัวและผู้นำในการเตรียมผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.4. การเสนอชื่อผู้สอนศาสนา 24.4. การเสนอชื่อผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.4.1. การประเมินสุขภาพการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.4.2. การสัมภาษณ์และแบบฟอร์มการเสนอชื่อการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.4.3. การส่งใบเสนอชื่อการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.4.4. คนที่ไม่สามารถรับใช้เป็นผู้สอนศาสนาเต็มเวลาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.5. หลังจากได้รับหมายเรียกผู้สอนศาสนา 24.5. หลังจากได้รับหมายเรียกผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.5.1. เอ็นดาวเม้นท์พระวิหารและการรับใช้ในพระวิหารการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.5.2. การประชุมศีลระลึกการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.5.3. การวางมือมอบหน้าที่ให้ผู้สอนศาสนาการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.6. การรับใช้ไกลบ้าน 24.6. การรับใช้ไกลบ้านการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.6.1. การเดินทางไปสนามเผยแผ่การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.6.2. ในสนามเผยแผ่การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.6.3. การกลับบ้านจากงานเผยแผ่การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.7. ผู้สอนศาสนาบําเพ็ญประโยชน์ 24.7.1. การระบุโอกาสสำหรับผู้สอนศาสนาด้านบำเพ็ญประโยชน์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.7.2. ที่พักและการเดินทางการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.7.3. การอบรมและการนิเทศการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.7.4. ผู้สอนศาสนาด้านบำเพ็ญประโยชน์ในการเรียกต่างๆ ของวอร์ดหรือสเตคการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.7.5. การสรุปงานมอบหมายผู้สอนศาสนาบําเพ็ญประโยชน์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.8. หลังจากการรับใช้เป็นผู้สอนศาสนา 24.8.1. ใบรับรองพระวิหารการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.8.2. การสัมภาษณ์ปลดผู้สอนศาสนาให้พ้นจากหน้าที่การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.8.3. การรายงานของผู้สอนศาสนาและการพูดในการประชุมศีลระลึกการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.8.4. การเรียกการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.9. แหล่งข้อมูลสำหรับการเสนอชื่อผู้สอนศาสนาและการรับใช้เป็นผู้สอนศาสนา 24.9.1. คู่มือและแบบฟอร์มการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.9.2. เว็บไซต์การรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ 24.9.3. ข้อมูลติดต่อการรับใช้พระเจ้าในฐานะผู้สอนศาสนาเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ นำพรนิรันดร์มาให้บุคคลนั้นและคนที่เขารับใช้ ทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์ 25. การทําให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์ผ่านงานพระวิหารและประวัติครอบครัว 25.0. บทนําการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.1. การมีส่วนร่วมของสมาชิกและผู้นําในการทําให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์ 25.1. การมีส่วนร่วมของสมาชิกและผู้นําในการทําให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์การทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.1.1. หน้าที่รับผิดชอบส่วนบุคคลสำหรับการนมัสการในพระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.1.2. การเดินทางไปพระวิหารของวอร์ดและสเตคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2. ผู้นำระดับวอร์ด 25.2.1. ฝ่ายอธิการการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.2. ฝ่ายประธานโควรัมเอ็ลเดอร์และฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์การทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.3. ผู้นำ ด้านพระวิหารและประวัติครอบครัววอร์ดการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.4. ผู้ให้คำแนะนำด้านพระวิหารและประวัติครอบครัววอร์ดการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.5. สภาวอร์ดการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.6. แผนงานพระวิหารและประวัติครอบครัววอร์ดการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.7. การประชุมประสานงานพระวิหารและประวัติครอบครัววอร์ดการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.2.8. หลักสูตรการเตรียมเข้าพระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3. ผู้นำระดับสเตค 25.3.1. ฝ่ายประธานสเตคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.2. คณะกรรมการผู้นำผู้ใหญ่สเตคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.3. สมาชิกสภาสูงการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.4. ฝ่ายประธานสมาคมสงเคราะห์สเตคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.5. ผู้ให้คำแนะนำด้านพระวิหารและประวัติครอบครัวสเตคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.6. ศูนย์ FamilySearchการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.7. ผู้ประสานงานศูนย์ FamilySearchการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.3.8. ผู้ให้คำแนะนำด้านพระวิหารและประวัติครอบครัวภาคการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.4. แหล่งช่วยประวัติครอบครัว 25.4.1. แหล่งช่วยออนไลน์การทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.4.2. ครอบครัวของฉัน: เรื่องราวที่นําเรามาอยู่ด้วยกันการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.4.3. กิจกรรมอาสาด้านประวัติครอบครัวการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.5. การเสนอชื่อและการเรียกเจ้าหน้าที่พระวิหาร 25.5. การเสนอชื่อและการเรียกเจ้าหน้าที่พระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.5.1. การเสนอชื่อเจ้าหน้าที่พระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.5.2. ข้อกำหนดสำหรับเจ้าหน้าที่พระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 25.5.3. การเรียกและการวางมือมอบหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่พระวิหารการทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันชั่วนิรันดร์เป็นส่วนหนึ่งของงานแห่งความรอดและความสูงส่งของพระผู้เป็นเจ้า งานพระวิหารและประวัติครอบครัวเป็นวิธีทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันและผนึกกันชั่วนิรันดร์ 26. ใบรับรองพระวิหาร 26.0. บทนําการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.1. ใบรับรองพระวิหารแบบต่างๆการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.2. การเก็บรักษาใบรับรองพระวิหาร 26.2.1. ผู้นำฐานะปุโรหิตที่เก็บรักษาใบรับรองพระวิหารการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.2.2. ใบรับรองสูญหายหรือถูกขโมยการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.2.3. ผู้ถือใบรับรองที่ไม่ดำเนินชีวิตตามมาตรฐานความมีค่าควรการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.3. แนวทางทั่วไปสำหรับการออกใบรับรองพระวิหาร 26.3. แนวทางทั่วไปสำหรับการออกใบรับรองพระวิหารการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.3.1. การออกใบรับรองพระวิหารสำหรับบัพติศมาและการยืนยันที่กระทำโดยตัวแทนการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.3.2. การออกใบรับรองพระวิหารให้สมาชิกที่เคยรับเอ็นดาวเม้นท์การเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.3.3. การออกใบรับรองพระวิหารสำหรับศาสนพิธีคนเป็นการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.3.4. การออกใบรับรองพระวิหารให้สมาชิกในพื้นที่ห่างไกลการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.4. การดําเนินการสัมภาษณ์ใบรับรองพระวิหาร 26.4. การดําเนินการสัมภาษณ์ใบรับรองพระวิหารการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.4.1. คําถามสัมภาษณ์ใบรับรองพระวิหารการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.4.2. การสวมใส่การ์เม้นท์พระวิหารการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.4.3. คำแนะนำเพิ่มเติมการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5. การออกใบรับรองพระวิหารในสภาวการณ์พิเศษ 26.5.1. สมาชิกที่เพิ่งรับบัพติศมาการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.2. ผู้สอนศาสนาหนุ่มสาวที่กลับจากการรับใช้ไกลบ้านการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.3. สมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในวอร์ดเดียวนานอย่างน้อยหนึ่งปีการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.4. หลังการหย่าร้าง การแยกกันอยู่ หรือการเพิกถอนการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.5. สมาชิกที่ญาติสนิทต่อต้านศาสนจักรอย่างเปิดเผยหรืออยู่ในกลุ่มละทิ้งความเชื่อการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.6. บุคคลผู้ระบุตนเป็นคนข้ามเพศการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.7. สมาชิกที่ทำบาปร้ายแรงการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 26.5.8. สมาชิกที่กลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้งหลังจากการถอนหรือการลาออกจากสมาชิกภาพการเข้าพระวิหารเป็นสิทธิพิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้นำวอร์ดและผู้นำสเตคกระตุ้นให้สมาชิกทุกคนมีค่าควรและมีใบรับรองพระวิหารที่เป็นปัจจุบันแม้พวกเขาไม่ได้อยู่ใกล้พระวิหาร 27. ศาสนพิธีพระวิหารสำหรับคนเป็น 27.0. บทนําพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1. การรับศาสนพิธีพระวิหาร 1 การเตรียมรับศาสนพิธีพระวิหารพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.2. การตรวจสอบบันทึกและการได้รับใบรับรองพระวิหารสําหรับศาสนพิธีคนเป็นพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.3. สมาชิกที่ร่างกายพิการพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.4. ความช่วยเหลือด้านการแปลหรือการเป็นล่ามพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.5. เสื้อผ้าที่สวมใส่ไปพระวิหารพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.6. การดูแลเด็กพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.1.7. การพบกับสมาชิกหลังจากพวกเขารับศาสนพิธีพระวิหารพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.2. เอ็นดาวเม้นท์ 27.2. เอ็นดาวเม้นท์พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.2.1. ใครจะรับเอ็นดาวเม้นท์ได้พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.2.2. การตัดสินใจว่าจะรับเอ็นดาวเม้นท์เมื่อใดพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.2.3. การวางแผนและทำนัดเอ็นดาวเม้นท์พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3. การผนึกสามีภรรยา 27.3. การผนึกสามีภรรยาพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3.1. ใครจะรับการผนึกในพระวิหารได้พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3.2. การวางแผนและทำนัดการผนึกในพระวิหารพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3.3. การแต่งงานในพระวิหารเพื่อกาลเวลาเท่านั้นพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3.4. ใครจะเข้าร่วมการผนึกในพระวิหารได้พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.3.5. งานเลี้ยงฉลองการแต่งงานพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4. การผนึกบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่กับบิดามารดา 27.4. การผนึกบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่กับบิดามารดาพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.1. การได้ใบรับรองสำหรับศาสนพิธีคนเป็นพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.2. การติดต่อพระวิหารพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.3. การดูแลเด็กพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.4. ผู้ทำพิธีผนึกบุตรที่ยังมีชีวิตอยู่กับบิดามารดาพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.5. ใครที่สามารถเข้าร่วมการผนึกบุตรกับบิดามารดาได้พระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 27.4.6. เครื่องแต่งกายที่เหมาะสมสำหรับการผนึกบุตรที่มีชีวิตอยู่กับบิดามารดาพระวิหารเป็นพระนิเวศน์ของพระเจ้า ชี้นำเราไปหาพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูคริสต์ ในพระวิหาร เรามีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์และทำพันธสัญญากับพระบิดาบนสวรรค์ที่ผูกมัดเราไว้กับพระองค์และกับพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้เตรียมเราให้พร้อมกลับไปที่ประทับของพระบิดาบนสวรรค์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ 28. ศาสนพิธีพระวิหารสำหรับผู้เสียชีวิต 28.0. บทนําประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1. แนวทางทั่วไปสำหรับการทำศาสนพิธีที่กระทำโดยตัวแทน 28.1. แนวทางทั่วไปสำหรับการทำศาสนพิธีที่กระทำโดยตัวแทนประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.1. การเตรียมชื่อผู้เสียชีวิตสำหรับศาสนพิธีพระวิหารประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.2. ใครจะมีส่วนร่วมในศาสนพิธีสำหรับผู้เสียชีวิตได้ประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.3. การมีส่วนร่วมโดยสมาชิกที่ร่างกายพิการหรือมีความบกพร่องทางสติปัญญาประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.4. การทำนัดประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.5. ความช่วยเหลือด้านการแปลหรือการเป็นล่ามประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.6. เสื้อผ้าที่สวมใส่ไปพระวิหารประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.1.7. การดูแลเด็กประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.2. การทำศาสนพิธีพระวิหารสำหรับผู้เสียชีวิต 28.2. การทำศาสนพิธีพระวิหารสำหรับผู้เสียชีวิตประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.2.1. บัพติศมาและการยืนยันแทนคนตายประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.2.2. เอ็นดาวเม้นท์ (รวมทั้งศาสนพิธีขั้นเตรียม)ประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.2.3. การผนึกกับคู่สมรสและการผนึกบุตรกับบิดามารดาประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3. สภาวการณ์พิเศษ 28.3. สภาวการณ์พิเศษประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3.1. เด็กที่ตายก่อนเกิด (เด็กตายคลอดและเด็กที่ตายจากการแท้งเอง)ประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3.2. เด็กที่ตายก่อนอายุแปดขวบประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3.3. ผู้เสียชีวิตที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3.4. บุคคลที่สันนิษฐานว่าตายแล้วประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร 28.3.5. บุคคลที่ถูกถอนสมาชิกภาพหรือลาออกจากสมาชิกภาพประธานสเตคและอธิการสอนให้สมาชิกรู้พื้นฐานหลักคำสอนเรื่องงานพระวิหารและทำให้แน่ใจว่าสมาชิกเข้าใจช่วงรอคอยและนโยบายอื่นเกี่ยวกับงานพระวิหาร การบริหารงานศาสนจักร 29. การประชุมต่างๆ ในศาสนจักร 29.0. บทนําวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.1. การวางแผนและดำเนินการประชุมวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2. การประชุมต่างๆ ของวอร์ด 29.2.1. การประชุมศีลระลึกวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.2. การประชุมอดอาหารและแสดงประจักษ์พยานวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.3. การประชุมใหญ่วอร์ดวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.4. การประชุมฝ่ายอธิการวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.5. การประชุมสภาวอร์ดวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.6. การประชุมสภาเยาวชนวอร์ดวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.7. การประชุมอื่นๆ และชั้นเรียนของวอร์ดวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.8. ตารางการประชุมวันอาทิตย์วิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.2.9. อีสเตอร์และคริสต์มาสวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3. การประชุมต่างๆ ของสเตค 29.3.1. การประชุมใหญ่สเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.2. การประชุมฐานะปุโรหิตสามัญสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.3. การประชุมผู้นำฐานะปุโรหิตสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.4. การประชุมผู้นำสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.5. การประชุมฝ่ายประธานสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.6. การประชุมสภาสูงวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.7. การประชุมสภาสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.8. การประชุมคณะกรรมการผู้นำผู้ใหญ่สเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.9. การประชุมคณะกรรมการผู้นำเยาวชนสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.10. การประชุมสภาของอธิการสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.3.11. การประชุมอื่นๆ ของสเตควิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.4. การประชุมสภาประสานงานวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5. พิธีศพและพิธีอื่นๆ สำหรับผู้เสียชีวิต 29.5. พิธีศพและพิธีอื่นๆ สำหรับผู้เสียชีวิตวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.1. หลักธรรมทั่วไปวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.2. การให้ความช่วยเหลือครอบครัววิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.3. การดูศพ (หากเป็นธรรมเนียม)วิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.4. พิธีศพ (หากเป็นธรรมเนียม)วิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.5. การฝังหรือฌาปนกิจวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.5.6. พิธีสำหรับผู้ไม่เป็นสมาชิกของศาสนจักรวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.6. การสวดอ้อนวอนในการประชุมต่างๆ ของศาสนจักรวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.7. การถ่ายทอดการประชุมและการจัดการประชุมออนไลน์วิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.8. การถ่ายภาพและการบันทึกวิดีโอการประชุมวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 29.9. การเป็นล่ามสําหรับการประชุมวิสุทธิชนยุคสุดท้ายประชุมกันเพื่อนมัสการ จรรโลงใจกัน สอนและเรียนรู้พระกิตติคุณ 30. การเรียกต่างๆ ในศาสนจักร 30.0. บทนําพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.1. การตัดสินใจว่าจะเรียกใคร 30.1.1. แนวทางทั่วไปพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.1.2. การเรียกสําหรับสมาชิกใหม่พระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.1.3. การเรียกสำหรับผู้ไม่เป็นสมาชิกพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.1.4. การรักษาความลับพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.1.5. การเสนอชื่อและอนุมัติการเรียกพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.2. การให้การเรียกพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.3. การสนับสนุนสมาชิกในการเรียกต่างๆพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.4. การวางมือมอบหน้าที่ให้สมาชิกรับใช้ในการเรียกต่างๆพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.5. ระยะเวลาของการรับใช้พระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.6. การให้สมาชิกพ้นจากการเรียกพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.7. การเรียกอธิการ 30.7.1. การเสนอชื่อพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.7.2. การเรียก การแต่งตั้ง และการวางมือมอบหน้าที่อธิการพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8. แผนภูมิการเรียก 30.8. แผนภูมิการเรียกพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8.1. การเรียกระดับวอร์ดพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8.2. การเรียกระดับสาขาพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8.3. การเรียกระดับสเตคพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8.4. การเรียกระดับท้องถิ่นพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 30.8.5. การเรียกระดับกลุ่มพระเจ้าทรงเรียกชายและหญิงให้รับใช้ในศาสนจักรผ่านการเชื้อเชิญด้วยการดลใจจากผู้รับใช้ของพระองค์ โอกาสให้รับใช้เหล่านี้เรียกว่าการเรียก 31. การสัมภาษณ์และการพบปะอื่นๆ กับสมาชิก 31.0. บทนําประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1. หลักธรรมที่เป็นแนวทาง 31.1.1. เตรียมพร้อมทางวิญญาณประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.2. ช่วยให้สมาชิกรู้สึกถึงความรักของพระผู้เป็นเจ้าประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.3. ช่วยสมาชิกดึงเดชานุภาพของพระผู้ช่วยให้รอดมาใช้ประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.4. ช่วยให้สมาชิกรู้สึกสบายใจและปลอดภัยประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.5. ถามคำถามที่ได้รับการดลใจและตั้งใจฟังประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.6. ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.7. สนับสนุนความพยายามในการกลับใจประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.1.8. ตอบสนองการกระทำทารุณกรรมอย่างเหมาะสมประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2. การสัมภาษณ์ 31.2.1. จุดประสงค์ของการสัมภาษณ์ประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2.2. การสัมภาษณ์แบบต่างๆประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2.3. การสัมภาษณ์บัพติศมาและการยืนยันประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2.4. การสัมภาษณ์สำหรับการแต่งตั้งสู่ตำแหน่งในฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2.5. การสัมภาษณ์ใบรับรองพระวิหารประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.2.6. การสัมภาษณ์สำหรับการแต่งตั้งสู่ตำแหน่งในฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3. โอกาสอื่นที่ผู้นำจะพบปะสมาชิก 31.3. โอกาสอื่นที่ผู้นำจะพบปะสมาชิกประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.1. การพบกับเยาวชนประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.2. การพบกับหนุ่มสาวโสดประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.3. การพบกับสมาชิกเพื่อสนทนาเรื่องการเรียกและหน้าที่รับผิดชอบของพวกเขาประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.4. การพบกับสมาชิกเพื่อสนทนาเรื่องความต้องการทางโลกและการพึ่งพาตนเองประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.5. การพบกับสมาชิกเรื่องการแต่งงานและการหย่าร้างประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.3.6. การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและการบำบัดประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 31.4. การพบกับสมาชิกทางออนไลน์ประธานสเตคและอธิการต่างเป็น “ผู้พิพากษาในอิสราเอล” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 107:72) โดยสิทธิอำนาจดังกล่าวเขาดำเนินการสัมภาษณ์ความมีค่าควรและการสัมภาษณ์ฐานะปุโรหิต 32. การกลับใจและสภาสมาชิกภาพศาสนจักร 32.0. บทนําการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.1. การกลับใจและการให้อภัยการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.2. จุดประสงค์ของการจำกัดหรือการถอนสมาชิกภาพศาสนจักร 32.2. จุดประสงค์ของการจำกัดหรือการถอนสมาชิกภาพศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.2.1. ช่วยคุ้มครองผู้อื่นการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.2.2. ช่วยให้บุคคลเข้าถึงเดชานุภาพการไถ่ของพระเยซูคริสต์ผ่านการกลับใจการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.2.3. พิทักษ์หลักคุณธรรมของศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.3. บทบาทของผู้พิพากษาในอิสราเอลการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.4. การสารภาพ การรักษาความลับ และการรายงานต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ 32.4.1. การสารภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.4.2. บาปร้ายแรงที่ไม่ได้สารภาพหรือปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.4.3. การรวบรวมข้อมูลการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.4.4. การรักษาความลับการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.4.5. การรายงานต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.5. ลักษณะการดำเนินการเพื่อช่วยให้บุคคลกลับใจ 32.5. ลักษณะการดำเนินการเพื่อช่วยให้บุคคลกลับใจการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.5.1. ภาพรวมของลักษณะการดำเนินการการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.5.2. การกำหนดลักษณะการดำเนินการและการเลือกเวลาที่เหมาะสมการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.6. ความรุนแรงของบาปและนโยบายศาสนจักร 32.6. ความรุนแรงของบาปและนโยบายศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.6.1. กรณีที่ต้องจัดสภาสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.6.2. กรณีที่สภาสมาชิกภาพอาจจำเป็นการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.6.3. กรณีที่ประธานสเตคปรึกษากับฝ่ายประธานภาคว่าสภาสมาชิกภาพหรือการดำเนินการอื่นจำเป็นหรือไม่การกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.6.4. กรณีที่โดยปกติสภาสมาชิกภาพไม่จำเป็นการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7. สภาวการณ์ของบุคคล 32.7. สภาวการณ์ของบุคคลการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.1. ขนาดของบาปการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.2. ผลกระทบต่อผู้เสียหายการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.3. หลักฐานของการกลับใจการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.4. การละเมิดพันธสัญญาพระวิหารการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.5. ตำแหน่งที่มีความไว้วางใจหรืออำนาจการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.6. การทําซํ้าการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.7. อายุ วุฒิภาวะ และประสบการณ์การกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.8. สมรรถภาพทางสมองการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.9. การสารภาพด้วยความสมัครใจการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.10. ช่วงเวลาระหว่างบาปกับการสารภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.7.11. บาปที่พัวพันกับสมาชิกที่อยู่คนละวอร์ดหรือคนละสเตคการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.8. การให้คำปรึกษาส่วนตัวและการจำกัดสมาชิกภาพอย่างไม่เป็นทางการ 32.8. การให้คำปรึกษาส่วนตัวและการจำกัดสมาชิกภาพอย่างไม่เป็นทางการการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.8.1. การให้คำปรึกษาส่วนตัวการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.8.2. การช่วยผู้คนจัดการกับการเสพติดและการใช้สื่อลามกการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.8.3. การจำกัดสมาชิกภาพอย่างไม่เป็นทางการการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9. การเข้าร่วมและความรับผิดชอบ 32.9. การเข้าร่วมและความรับผิดชอบการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.1. ประธานสเตคการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.2. สภาสูงการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.3. อธิการ (หรือประธานสาขาในสเตค)การกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.4. ประธานคณะเผยแผ่การกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.5. ประธานท้องถิ่นหรือประธานสาขาในคณะเผยแผ่การกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.6. พนักงานสเตคหรือพนักงานวอร์ดการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.7. การเข้าร่วมในสภาวการณ์ที่ผิดธรรมดาการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.9.8. การกำหนดว่าผู้นำคนใดจัดสภาในสภาวการณ์พิเศษการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.10. ระเบียบปฏิบัติของสภาสมาชิกภาพ 32.10.1. แจ้งล่วงหน้าและเตรียมจัดสภาการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.10.2. รับคำให้การจากผู้เสียหายการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.10.3. ดำเนินสภาการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11. คำตัดสินจากสภาสมาชิกภาพ 32.11. คำตัดสินจากสภาสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.1. อยู่ในสถานะน่าเชื่อถือการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.2. การให้คำปรึกษาส่วนตัวจากอธิการหรือประธานสเตคการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.3. การจำกัดสมาชิกภาพอย่างเป็นทางการการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.4. การถอนสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.5. คำถามเกี่ยวกับการตัดสินเรื่องยากๆการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.11.6. สิทธิอำนาจของฝ่ายประธานสูงสุดการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.12. การแจ้งและการประกาศ 32.12. การแจ้งและการประกาศการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.12.1. การแจ้งบุคคลเรื่องคำตัดสินการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.12.2. การแจ้งผู้อื่นเรื่องคำตัดสินการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.12.3. บอกเรื่องการลาออกจากสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.13. การอุทธรณ์คำตัดสินการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14. รายงานและบันทึกสมาชิกภาพ 32.14.1. รายงานของสภาสมาชิกภาพศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.2. การจำกัดสมาชิกภาพศาสนจักรอย่างเป็นทางการการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.3. บันทึกหลังจากถอนสมาชิกภาพศาสนจักรของบุคคลการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.4. บันทึกหลังกลับเข้ามาเป็นสมาชิกศาสนจักรอีกครั้งการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.5. บันทึกสมาชิกภาพที่มีคำอธิบายประกอบการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.6. การรายงานการขโมยเงินทุนศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.7. ข้อจำกัดการย้ายในบันทึกสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.8. บันทึกของผู้ถูกจำคุกการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.14.9. การขอลาออกจากสมาชิกภาพการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.15. ยังคงปฏิบัติศาสนกิจต่อไปการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.16. การถอนการจำกัดอย่างเป็นทางการหรือการกลับเข้ามาเป็นสมาชิกศาสนจักรอีกครั้ง 32.16.1. สภาสมาชิกภาพเพื่อถอนการจำกัดอย่างเป็นทางการหรือรับบุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้งการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.16.2. การกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้งหลังลาออกจากสมาชิกภาพศาสนจักรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.17. กิจกรรมศาสนจักร การแต่งตั้ง และการฟื้นฟูพรหลังจากกลับเข้ามาเป็นสมาชิกอีกครั้ง 32.17.1. กิจกรรมศาสนจักรและการแต่งตั้งการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 32.17.2. การฟื้นฟูพรการกลับใจส่วนใหญ่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล พระผู้เป็นเจ้า และคนที่ได้รับผลกระทบจากบาปของบุคคลนั้น แต่บางครั้งอธิการและประธานสเตคจำเป็นต้องช่วยเหลือสมาชิกขณะพวกเขาพยายามกลับใจ 33. บันทึกและรายงาน 33.0. บทนําบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.1. คำอธิบายพอสังเขปเกี่ยวกับบันทึกศาสนจักรบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.2. คำแนะนำทั่วไปสำหรับพนักงานบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.3. บันทึกและรายงานของสเตค 33.3.1. ฝ่ายประธานสเตคบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.3.2. พนักงานสเตคบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.3.3. ผู้ช่วยพนักงานสเตคบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.4. บันทึกและรายงานของวอร์ด 33.4.1. ฝ่ายอธิการบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.4.2. พนักงานวอร์ดบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.4.3. ผู้ช่วยพนักงานวอร์ดบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.4.4. ผู้นำฐานะปุโรหิตและผู้นำองค์การบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.5. รายงานการมีส่วนร่วมของสมาชิก 33.5. รายงานการมีส่วนร่วมของสมาชิกบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.5.1. รายงานแบบต่างๆบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.5.2. รายชื่อสมาชิกบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6. บันทึกสมาชิกภาพ 33.6. บันทึกสมาชิกภาพบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.1. ชื่อที่ใช้ในบันทึกศาสนจักรบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.2. สมาชิกในบันทึกบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.3. บันทึกของสมาชิกวอร์ดคนใหม่บันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.4. บันทึกของสมาชิกที่ย้ายหรือจากบ้านไปชั่วคราวบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.5. บันทึกสมาชิกนอกหน่วยบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.6. บันทึกของสมาชิกที่รับใช้อยู่นอกวอร์ดตามภูมิศาสตร์ของพวกเขาบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.7. บันทึกของหนุ่มสาวโสดบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.8. บันทึกของสมาชิกที่อยู่ในโรงพยาบาลหรือสถานดูแลบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.9. บันทึกของสมาชิกที่รับราชการทหารบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.10. บันทึกของสมาชิกผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญาบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.11. บันทึกของสมาชิกที่หูหนวกหรือหูตึงบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.12. บันทึกของบุตรบุญธรรมบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.13. บันทึกของเด็กที่บิดามารดาหย่าร้างบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.14. บันทึกที่มีคำอธิบายประกอบบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.15. ข้อจำกัดการย้ายในบันทึกสมาชิกภาพบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.16. บันทึกจากไฟล์ “ไม่ทราบที่อยู่”บันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.17. การบันทึกและแก้ไขข้อมูลศาสนพิธีบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.18. การบันทึกและแก้ไขข้อมูลทางราชการบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.6.19. การตรวจสอบบันทึกสมาชิกภาพบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.7. บันทึกประวัติ 33.7.1. ประวัติวอร์ดและประวัติสเตคบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.7.2. ประวัติศาสนจักรบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.8. การรักษาความลับของบันทึกบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.9. การจัดการบันทึก 33.9. การจัดการบันทึกบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.9.1. ความคุ้มครองบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.9.2. การเก็บรักษาบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.9.3. การกำจัดบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 33.10. ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของสเตคและวอร์ดบันทึกที่ถูกต้องช่วยให้ผู้นำศาสนจักรรู้จักสมาชิกและทราบความต้องการของสมาชิก 34. การเงินและการตรวจสอบบัญชี 34.0. บทนําเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.1. การเป็นผู้นำด้านการเงินสเตค 34.1.1. ฝ่ายประธานสเตคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.1.2. พนักงานสเตคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.2. การเป็นผู้นำด้านการเงินวอร์ด 34.2.1. ฝ่ายอธิการเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.2.2. พนักงานวอร์ดเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3. การบริจาค 34.3. การบริจาคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.1. ส่วนสิบเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.2. เงินบริจาคอดอาหารเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.3. เงินทุนผู้สอนศาสนาเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.4. การบริจาคเพิ่มเติมเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.5. มูลนิธิเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.6. การบริจาคเป็นสิ่งของ รวมทั้งส่วนสิบเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.3.7. การบริจาคจะขอคืนไม่ได้เงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.4. การรักษาความลับของส่วนสิบและเงินบริจาคอื่นๆเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5. การจัดการเงินทุนศาสนจักร 34.5. การจัดการเงินทุนศาสนจักรเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.1. หลักการทำงานเป็นคู่เงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.2. การรับส่วนสิบและเงินบริจาคอื่นๆเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.3. การตรวจสอบความถูกต้องและการบันทึกส่วนสิบ และเงินบริจาคอื่นๆเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.4. การนำฝากส่วนสิบและเงินบริจาคอื่นๆเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.5. การพิทักษ์เงินทุนศาสนจักรเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.6. ใบแจ้งยอดบริจาคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.7. การจัดการชำระเงินของสเตคและวอร์ดเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.8. กล่องเงินสดเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.5.9. การจดบันทึกการเงินเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.6 งบประมาณและค่าใช้จ่าย 34.6 งบประมาณและค่าใช้จ่ายเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.6.1. งบประมาณของสเตคและวอร์ดเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.6.2. งบประมาณจัดสรรเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.6.3. เงินทุนสำหรับกิจกรรมและอุปกรณ์พิเศษเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7. การตรวจสอบบัญชี 34.7.1. คณะกรรมการตรวจสอบบัญชีสเตคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.2. ผู้ตรวจสอบบัญชีสเตคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.3. การตรวจสอบงบการเงินเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.4. ผู้ตรวจสอบบัญชีภาคและผู้ช่วยผู้ตรวจสอบบัญชีภาคเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.5. การสูญหาย การขโมย การยักยอก หรือการใช้เงินทุนศาสนจักรผิดวัตถุประสงค์เงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.6. พนักงานสเตคหรือผู้ช่วยพนักงานสเตคที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลการเงินเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.7.7. สําหรับข้อมูลเพิ่มเติมเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.8. ภาษี 34.8. ภาษีเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.8.1. สถานะยกเว้นภาษีเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.8.2. ภาษีการค้าและภาษีผลประโยชน์เงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 34.8.3. ภาษีทรัพย์สินเงินทุนศาสนจักรเป็นเงินศักดิ์สิทธิ์ พึงลงบัญชีอย่างรอบคอบและพิทักษ์อย่างดี 35. การดูแลและการใช้อาคารประชุม 35.1. จุดประสงค์ 35.2. บทบาทและหน้าที่รับผิดชอบ 35.2.1. แผนกสิ่งอำนวยความสะดวกอาคารประชุม 35.2.2. ผู้จัดการสิ่งอำนวยความสะดวกศาสนจักร 35.2.3. สาวกเจ็ดสิบภาค 35.2.4. ฝ่ายประธานสเตค 35.2.5. ตัวแทนอาคารสเตค 35.2.6. ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของสเตคและวอร์ด 35.2.7. ฝ่ายอธิการ 35.2.8. อธิการตัวแทน 35.2.9. ตัวแทนอาคารวอร์ด 35.2.10. สมาชิก 35.3. การจัดหาอาคารประชุม 35.3. การจัดหาอาคารประชุม 35.3.1. พิธีเบิกเดินและการอุทิศอาคาร 35.4. การบํารุงรักษาอาคารประชุม 35.4.1. การทำความสะอาดและการบำรุงรักษาอาคารประชุม 35.4.2. การขอซ่อมแซม 35.4.3. การตรวจตราอาคารประชุม 35.4.4. การประหยัดน้ำและพลังงาน 35.4.5. ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย 35.5. นโยบายการใช้อาคารประชุมของศาสนจักร 35.5. นโยบายการใช้อาคารประชุมของศาสนจักร 35.5.1. หลักการและข้อกําหนดพื้นฐานสําหรับการใช้อาคารประชุมของศาสนจักร 35.5.2. การใช้อาคารประชุมของศาสนจักร 35.5.2. การใช้อาคารประชุมของสมาชิก—ส่วนตัวและครอบครัว 35.5.4. การใช้อาคารประชุมของศาสนจักรโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกําไรหรือโดยกลุ่มอื่นหรือบุคคลอื่น 35.5.5. สถานการณ์ฉุกเฉิน 35.5.6. การใช้อาคารประชุมโดยไม่ได้รับอนุญาต 35.5.7. นโยบายและมาตรฐานอื่นๆ ที่ใช้กับการใช้งานทั้งหมด 36. การก่อตั้ง การเปลี่ยน และการตั้งชื่อหน่วยใหม่ 36.0. บทนําสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.1. การก่อตั้งหรือการเปลี่ยนสเตคและท้องถิ่นสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.2. การก่อตั้งหรือการเปลี่ยนวอร์ดและสาขาในสเตคสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.3. การก่อตั้งหรือการเปลี่ยนสาขาในคณะเผยแผ่สมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.4. การตั้งชื่อหน่วยศาสนจักร 36.4. การตั้งชื่อหน่วยศาสนจักรสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.4.1. การตั้งชื่อสเตคและท้องถิ่นสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.4.2. การตั้งชื่อวอร์ดและสาขาสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.5. การดำเนินการเปลี่ยนที่เสนอ 36.5.1. การเปลี่ยนสเตคและท้องถิ่นสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.5.2. การเปลี่ยนวอร์ดและสาขาสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 36.6. โปรแกรมหน่วยพื้นฐานสมาชิกศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของที่ประชุมตามที่พวกเขาอาศัยอยู่ (ดู โมไซยาห์ 25:17–24) ที่ประชุมเหล่านี้จำเป็นต่อการจัดองค์การและการทำงานของศาสนจักรภายใต้สิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตที่ถูกต้อง 37. สเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะ 37.0. บทนําประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.1. วอร์ดและสาขาภาษา 37.1. วอร์ดและสาขาภาษาประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.1.1. สมาชิกภาพในวอร์ดหรือสาขาภาษาประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.1.2. การเป็นผู้นำในวอร์ดหรือสาขาภาษาประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.2. วอร์ดและสาขาหนุ่มสาวโสดในสเตคตามภูมิศาสตร์ 37.2. วอร์ดและสาขาหนุ่มสาวโสดในสเตคตามภูมิศาสตร์ประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.2.1. สมาชิกภาพในวอร์ดหรือสาขาหนุ่มสาวโสดในสเตคตามภูมิศาสตร์ประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.2.2. การเป็นผู้นำในวอร์ดหรือสาขาหนุ่มสาวโสดในสเตคตามภูมิศาสตร์ประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.2.3. สเตค วอร์ด และสาขาหนุ่มสาวโสด 37.2.3. สเตค วอร์ด และสาขาหนุ่มสาวโสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.3.1. สมาชิกภาพในสเตค วอร์ด หรือสาขาหนุ่มสาวโสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.3.2. การเป็นผู้นำในสเตค วอร์ด หรือสาขาหนุ่มสาวโสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.4. สเตคและวอร์ดนักศึกษาที่แต่งงานแล้ว 37.4. สเตคและวอร์ดนักศึกษาที่แต่งงานแล้วประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.4.1. สมาชิกภาพในสเตคและวอร์ดนักศึกษาที่แต่งงานแล้วประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.4.2. การเป็นผู้นำในสเตคและวอร์ดนักศึกษาที่แต่งงานแล้วประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.5. วอร์ดผู้ใหญ่โสด 37.5. วอร์ดผู้ใหญ่โสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.5.1. สมาชิกภาพในวอร์ดผู้ใหญ่โสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.5.2. การเป็นผู้นำในวอร์ดผู้ใหญ่โสดประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.6. วอร์ดและสาขาสำหรับสมาชิกในสภาวการณ์พิเศษประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.7. กลุ่มในสเตค คณะเผยแผ่ และภาคประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 37.8. หน่วยศาสนจักรสำหรับสมาชิกที่เป็นทหารประธานสเตคอาจเสนอก่อตั้งสเตค วอร์ด และสาขาจำเพาะเพื่อรับใช้สมาชิก 38. นโยบายและแนวทางของศาสนจักร 38.1. การมีส่วนร่วมในศาสนจักร 38.1. การมีส่วนร่วมในศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.1.1. การเข้าร่วมการประชุมต่างๆ ของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.1.2. การเป็นสมาชิกศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.1.3. การนมัสการในพระวิหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.1.4. พรและการมีส่วนร่วมของสมาชิกที่ไม่แต่งงานบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.1.5. บิดามารดาอายุน้อยกว่า 18 ปีที่ไม่ได้แต่งงานบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2. นโยบายสำหรับศาสนพิธีและการให้พร 38.2. นโยบายสำหรับศาสนพิธีและการให้พรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.1. การเป็นล่ามแปลศาสนพิธีและการให้พรเป็นอีกภาษาหนึ่งบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.2. การถ่ายภาพ การบันทึกเสียง และการถอดความศาสนพิธีและการให้พรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.3. การสตรีมศาสนพิธีบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.4. ศาสนพิธีสำหรับผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญาบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.5. ศาสนพิธีและการให้พรที่ทำโดยและทำแทนผู้มีร่างกายพิการบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.6. การทําให้ศาสนพิธีมีผลบังคับใช้หรือการรับรองศาสนพิธีบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.7. การตั้งชื่อและให้พรเด็กบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.8. บัพติศมาและการยืนยันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.9. การแต่งตั้งฐานะปุโรหิตบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.2.10. ปิตุพรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3. การแต่งงานตามกฎหมาย 38.3. การแต่งงานตามกฎหมายบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.1. ผู้ทำพิธีแต่งงานตามกฎหมายบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.2. การแต่งงานตามกฎหมายสำหรับสมาชิกจากหน่วยอื่นบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.3. การแต่งงานตามกฎหมายสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.4. การแต่งงานตามกฎหมายที่จัดในอาคารศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.5. การแต่งงานตามกฎหมายที่ต้องทำพิธีโดยข้าราชการหรือในสถานที่ราชการบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.3.6. พิธีแต่งงานตามกฎหมายบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.4. นโยบายการผนึก 38.4. นโยบายการผนึกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.4.1. การผนึกสามีภรรยาบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.4.2. การผนึกบุตรกับบิดามารดาบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5. ชุดและการ์เม้นท์พระวิหาร 38.5.1. ชุดพระวิหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.2. การหาซื้อชุดและการ์เม้นท์พระวิหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.3. การ์เม้นท์และชุดพระวิหารสำหรับสมาชิกพิการหรือมีอาการแพ้บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.4. การปรับเปลี่ยนชุดพิธีพระวิหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.5. การสวมใส่การ์เม้นท์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.6. การดูแลการ์เม้นท์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.7. การสวมการ์เม้นท์ในกองทัพ หน่วยดับเพลิง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรือหน่วยงานคล้ายกันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.8. ปัญหาสุขภาพที่อาจทําให้สมาชิกไม่สามารถสวมการ์เม้นท์ได้บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.9. การกำจัดการ์เม้นท์และชุดพิธีพระวิหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.5.10. ชุดพระวิหารสำหรับการฝังศพบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6. นโยบายเกี่ยวกับประเด็นทางศีลธรรม 38.6. นโยบายเกี่ยวกับประเด็นทางศีลธรรมบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.1. การทำแท้งบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.2. การทารุณกรรมบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.3. การผสมเทียมบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.4. การคุมกําเนิดบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.5. ความบริสุทธิ์ทางเพศและความซื่อสัตย์ต่อคู่ครองบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.6. สื่อลามกเด็กบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.7. การบริจาคหรือการขายอสุจิหรือไข่บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.8. การขลิบอวัยวะเพศหญิงบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.9. การรักษาภาวะมีบุตรยากบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.10. การร่วมประเวณีกับสายเลือดเดียวกันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.11. เด็กหลอดแก้วบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.12. ศาสตร์มืดบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.13. สื่อลามกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.14. อคติบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.15. เสน่หาเพศเดียวกันและพฤติกรรมเพศรักเดียวกันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.16. การแต่งงานกับเพศเดียวกันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.17. เพศศึกษาบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.18. การทารุณกรรมทางเพศ การข่มขืน และการคุกคามทางเพศแบบอื่นบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.19. ผู้คาดว่าจะเป็นบิดามารดาตัวคนเดียวบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.20. การฆ่าตัวตายบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.21. การผ่าตัดทำหมัน (รวมถึงการตัดหลอดนำอสุจิ)บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.22. การตั้งครรภ์แทนบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.6.23. บุคคลผู้ระบุตนเป็นคนข้ามเพศบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7. นโยบายการแพทย์และสุขภาพ 38.7.1. การชันสูตรพลิกศพบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.2. การฝังและฌาปนกิจบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.3. เด็กที่เสียชีวิตก่อนเกิด (เด็กตายคลอดและเด็กที่ตายจากการแท้งเอง)บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.4. การุณยฆาตบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.5. การติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.6. การสะกดจิตบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.7. บุคคลที่เพศกำเนิดไม่ชัดเจนบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.8. การดูแลสุขภาพและการรักษาพยาบาลบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.9. กัญชาทางการแพทย์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.10. การบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะและเนื้อเยื่อบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.11. การยืดชีวิต (รวมถึงการใช้เครื่องช่วยหายใจ)บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.12. กลุ่มยอมรับตนเองบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.13. การฉีดวัคซีนบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.7.14. พระคำแห่งปัญญาและแนวทางปฏิบัติที่ดีต่อสุขภาพบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8. นโยบายด้านบริหาร 38.8.1. การรับบุตรบุญธรรมและการอุปการะบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.2. การฉ้อโกงโดยอาศัยความสัมพันธ์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.3. โสตทัศนอุปกรณ์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.4. การขอลายเซ็นและการถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่และสาวกเจ็ดสิบภาคบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.5. ธุรกิจต่างๆบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.6. การดูแลรักษาโลกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.7 ลูกจ้างศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.8. นิตยสารศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.9. ชื่อ โลโก้ตัวอักษร และสัญลักษณ์ของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.10. การสื่อสารกับประธานสเตคและอธิการจากลูกจ้างศาสนจักรและอาสาสมัครบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.11. คอมพิวเตอร์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.12. อุปกรณ์ลิขสิทธิ์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.13. สื่อการเรียนการสอนหลักสูตรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.14. ทำเนียบต่างๆบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.15. เครื่องแต่งกายและรูปลักษณ์ภายนอกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.16. การเตรียมมากเกินเหตุหรือการคิดแต่จะเอาตัวรอดบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.17. วันอดอาหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.18. การพนันและลอตเตอรี่บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.19. ผู้พูดหรือผู้สอนรับเชิญบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.20. การย้ายถิ่นฐานบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.21. อินเทอร์เน็ตบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.22. อุปกรณ์อินเทอร์เน็ต ดาวเทียม และวิดีโอบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.23. กฎหมายบ้านเมืองบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.24. ที่ปรึกษากฎหมายสำหรับเรื่องสำคัญของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.25. การใช้ตู้จดหมายบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.26. การติดต่อสื่อสารของสมาชิกกับสำนักงานใหญ่ของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.27. งานอาชีพของสมาชิกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.28. สมาชิกพิการบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.29. การปฏิบัติศาสนกิจต่อสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากความผิดทางอาญาและการจำคุกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.30. ศาสนาอื่นบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.31. กิจกรรมการเมืองและพลเรือนบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.32. ความเป็นส่วนตัวของสมาชิกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.33. งานเขียนที่ตีพิมพ์เป็นส่วนตัวบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.34. การบันทึก การถอดความ หรือการสตรีมข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ เจ้าหน้าที่ระดับสามัญ และสาวกเจ็ดสิบภาคบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.35. การเรียกชื่อศาสนจักรและสมาชิกของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.36. ผู้ลี้ภัยบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.37. การขอเงินช่วยเหลือจากศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.38. งานวิจัยในศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.39. การเคารพข้อจำกัดการแบ่งปันพระกิตติคุณของท้องที่บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.40. ความปลอดภัยในหน่วยดำเนินงานสวัสดิการและการพึ่งพาตนเองของศาสนจักรบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.41. พระคัมภีร์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.42. การขอข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.43. การสัมมนาและการชุมนุมที่คล้ายกันบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.44. การสนับสนุนช่วยเหลือสมาชิกที่อยู่ในโรงพยาบาลและศูนย์ดูแลบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.45. กิจกรรมที่ต้องเสียภาษีบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.46. ภาษีบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.47. นโยบายการเดินทางบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.8.48. การใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างเหมาะสมบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9. อนุศาสนาจารย์ 38.9. อนุศาสนาจารย์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.1. อนุศาสนาจารย์วิสุทธิชนยุคสุดท้ายที่ได้รับการรับรองบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.2. การลงนามรับรองอนุศาสนาจารย์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.3. การวางมือมอบหน้าที่บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.4. การเปลี่ยนงานหรือตําแหน่งบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.5. หน้าที่รับผิดชอบของอนุศาสนาจารย์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.6. การเผยแผ่ศาสนาบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.7. การกลับใจจากบาปร้ายแรงบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.9.8. การสื่อสารที่ได้รับเอกสิทธิ์และเป็นความลับ และความเป็นส่วนตัวบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10. ทหารสัมพันธ์ 38.10. ทหารสัมพันธ์บทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.1. การเป็นผู้นำด้านทหารสัมพันธ์ระดับสเตคและวอร์ดบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.2. อนุศาสนาจารย์ประจำกองทัพบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.3. การมีส่วนร่วมในศาสนจักรสำหรับสมาชิกทหารบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.4. การรับใช้ในกองทัพบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.5. การสนับสนุนทหารผ่านศึกบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.6. โอกาสเป็นผู้สอนศาสนาอาวุโสบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร 38.10.7. ข้อมูลอื่นบทนี้ครอบคลุมประเด็นต่างๆ และนโยบายของศาสนจักร