2025
สวน ไม้กางเขน และอุโมงค์
เพื่อความเข้มแข็งของเยาวชน เมษายน 2025


สวน ไม้กางเขน และ อุโมงค์

เราสามารถเรียนรู้จากสถานที่ซึ่งพระผู้ช่วยให้รอดทรงทนทุกข์ทรมานเพื่อเรา และสถานที่ซึ่งชัยชนะของพระองค์ได้รับการประกาศเป็นครั้งแรก

พระเยซูคริสต์

ภาพประกอบโดย ไบรอัน คอลล์

เมื่อพระเยซูคริสต์ทรงมารวมกับอัครสาวกของพระองค์ในห้องชั้นบนของเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงระลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว และทรงชี้ให้เห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า

พระองค์ทรงยึดปฏิบัติปัสกา นี่เป็นการเฉลิมฉลองของชาวยิวที่ชาวอิสราเอลโบราณได้รับการช่วยให้รอดจากเทพผู้ทำลายและได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาสในอียิปต์ พระเยซูทรงบัญชาสานุศิษย์ของพระองค์ให้รับประทานขนมปังและดื่มเหล้าองุ่นเพื่อระลึกถึงการเสียสละที่พระองค์จะทรงทำ การเสียสละนี้จะเป็นการเสียสละที่เครื่องพลีบูชาและศาสนพิธีก่อนหน้านี้ทั้งหมด (รวมถึงปัสกา) ถูกกำหนดให้เป็นสัญลักษณ์ (ดู แอลมา 34:14; โมเสส 5:6–8)

แผนที่ของเยรูซาเล็ม

ภาพประกอบโดย ไมค์ ฮอลล์

ในช่วงเวลาหลังจากประสบการณ์ของพระองค์ในห้องชั้นบน พระเยซูคริสต์ได้เสด็จไปยังสถานที่สำคัญบางแห่ง ซึ่งรวมถึงสวน ไม้กางเขน และอุโมงค์ ขณะที่ท่านมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ ท่านจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับขอบเขตอันกว้างใหญ่ของการพลีพระชนม์ชีพเพื่อการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด ตลอดจนความหมายส่วนตัวของการชดใช้นั้นสำหรับท่าน

พระเยซูคริสต์ในเกทเสมนี

สวน

ที่นั่นมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น?

ในสวนเกทเสมนี การทนทุกข์ของพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อเราได้เริ่มต้นขึ้น

ในคืนนี้ พระผู้ช่วยให้รอดเสด็จไปที่สวนกับอัครสาวก 11 คน จากนั้นพระองค์ทรงปลีกตัวไปสวดอ้อนวอน และทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นไปด้วย

พระองค์ทรงเป็นทุกข์และหนักพระทัยอย่างยิ่ง (ดู มาระโก 14:33–34) ‌พระองค์ทรงสวดอ้อนวอนว่า “ข้าแต่พระบิดา ถ้าพระองค์พอพระทัย ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์ แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” (ลูกา 22:42) และมีทูตสวรรค์มาช่วยชูกำลังพระองค์ (ดู ลูกา 22:43) ขณะที่พระองค์ทรงสวดอ้อนวอน พระองค์ทรงหลั่งพระเสโท “โลหิตเม็ดใหญ่” (ลูกา 22:44; ดู โมไซยาห์ 3:7 ด้วย) “จากทุกขุมขน” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:18)

‌พระผู้ช่วยให้รอดทรงทุกข์ทรมานกับ “การล่อลวง, และความเจ็บปวดทางร่างกาย, ความหิวโหย, ความกระหาย, และความเหน็ดเหนื่อย, แม้มากกว่าที่มนุษย์จะทนได้, เว้นแต่จะถึงแก่ความตาย” (โมไซยาห์ 3:7) พระองค์ยังทรงประสบกับ “ความทุกข์” “ความเจ็บป่วย” และ “ความทุพพลภาพ” ทุกรูปแบบ (แอลมา 7:11–12) พระองค์ทรงทนทุกข์ “ทั้งร่างกายและวิญญาณ” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:18)

เมื่อดูเหมือนว่าความทุกข์ทรมานแสนสาหัสนี้ผ่านไป ยูดาสก็มาที่สวนพร้อมกับเจ้าหน้าที่ชาวยิวและกองทหารกลุ่มหนึ่ง ยูดาสทรยศพระผู้ช่วยให้รอด พระเยซูคริสต์ทรงถูกจับกุมและถูกนำตัวไปเพื่อรับการทรมานและการดูหมิ่นเหยียดหยาม

สิ่งนี้มีความหมายต่อท่านอย่างไร?

พระผู้ช่วยให้รอด “ทรงทนทุกข์กับสิ่งเหล่านี้เพื่อ ทุกคน, เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ทนทุกข์หากพวกเขาจะกลับใจ” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 19:16; เน้นตัวเอน) เพราะพระเยซูคริสต์ ท่านสามารถกลับใจและเป็นอิสระจากความทุกข์ทรมานของบาป

นอกจากนี้ พระเยซูคริสต์ทรงทนทุกข์ทั้งหมดเหล่านี้ “เพื่ออุทรของพระองค์จะเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา, ตามเนื้อหนัง, เพื่อพระองค์จะทรงรู้ตามเนื้อหนังว่าจะทรงช่วยผู้คนของพระองค์ตามความทุพพลภาพของพวกเขาได้อย่างไร” (แอลมา 7:12) พระเยซูคริสต์ทรงทราบว่าท่านรู้สึกอย่างไร พระองค์ทรงช่วยท่านได้ในทุกสภา‌วการณ์ ‌ทั้งหมด ของชีวิตท่าน ใน ทุกสิ่ง ที่‌ท่านทนทุกข์ด้วยความอ่อนแอ ทั้งปวง

กางเขนบนภูเขา

กางเขน

ที่นั่นมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น?

บนกางเขน ความทุกขเวทนาของพระผู้ช่วยให้รอดแทนเรายังคงดำเนินต่อไป—และได้สิ้นสุดลง สิ่งสำคัญที่สุด พระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานจนถึงแก่ความตายที่นั่น

หลังจากถูกทหารโรมันโบยตีและลบหลู่เหยียดหยาม พระเยซูคริสต์ทรงถูกนำไปยังกลโกธาพร้อมกับไม้กางเขนของพระองค์ พระองค์ทรงถูกตอกตะปูตรึงกับกางเขน และถูกยกขึ้นไปแขวนอยู่ที่นั่นหลายชั่วโมง

พระองค์ทรงถูกเย้ยหยันในวิธีต่างๆ นานา เช่น มีป้ายติดอยู่เหนือพระองค์ว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของชาวยิว ทรงถูกบอกให้พระองค์ช่วยพระองค์เองให้รอด เมื่อทรงกระหายน้ำ พวกเขาก็นำน้ำส้มสายชูมาให้พระองค์ดื่ม

ในที่สุด พระเยซูคริสต์ทรงร้องว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทําไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” (มัทธิว 27:46; ดู สดุดี 22:1) จากนั้นพระองค์ทรงร้องเสียงดังตรัสว่า “ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอฝากจิตวิญญาณของข้าพระองค์ไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์” (ลูกา 23:46) “สําเร็จแล้ว” (ยอห์น 19:30)

พระองค์ทรงสละวิญญาณ (นั่นคือ วิญญาณของพระองค์ออกจากพระวรกายมรรตัยของพระองค์) ทรงจบพระชนม์ชีพมรรตัยของพระองค์ แผ่นดินสั่นไหวรุนแรง จากนั้น ทหารโรมันคนหนึ่งแทงที่พระปรัศว์ของพระเยซูด้วยหอก และพระศพของพระเยซูถูกนำลงมาจากกางเขน

สิ่งนี้มีความหมายต่อท่านอย่างไร?

ผู้คน “โบยพระองค์, และพระองค์ทรงยอม; และพวกเขาทําร้ายพระองค์, และพระองค์ทรงยอม. ‌แท้จริงแล้ว, พวกเขาถ่มน้ำลายรดพระองค์, และพระองค์ทรงยอม, เพราะความการุณย์รักของพระองค์และความอดกลั้นของพระองค์ต่อลูกหลานมนุษย์.” (1 นีไฟ 19:9) พระผู้ช่วยให้รอดทรงทนทุกข์เพราะพระองค์ทรงรักท่าน

พระเยซูคริสต์ “ถูกยกขึ้นบนกางเขนและถูกปลงพระชนม์เพื่อบาปของโลก” (1 นีไฟ 11:33)

พระองค์ทรงสอนว่า “พระ​บิดา​ของ​เรา​ทรง​ส่ง​เรา​มา​เพื่อ​เรา​จะ​ได้​ถูก​ยกขึ้น​บน​กางเขน; และ​หลังจาก​ที่​เรา​ถูก​ยก​ขึ้น​บน​กางเขน​แล้ว, เพื่อ​เรา​จะดึง​มนุษย์​ทั้งปวง​มา​หา​เรา” (3 นีไฟ 27:14) พระเยซูคริสต์ผู้ทรงถูกยกขึ้นบนกางเขน ทรงนำพาท่านมาหาพระองค์ เพื่อที่ท่านจะสามารถเอาชนะความตายและบาปได้

อุโมงค์

อุโมงค์

ที่นั่นมีเหตุการณ์สำคัญอะไรเกิดขึ้น?

อุโมงค์ที่ว่างเปล่าประกาศถึงชัยชนะเหนือความตายของพระผู้ช่วยให้รอด และพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ทรงปรากฏพระองค์ให้ผู้หนึ่งได้เห็นที่นั่นเป็นครั้งแรก

พระศพของพระเยซูคริสต์ถูกนำมาที่นั่น ห่อด้วยผ้า วางไว้ในอุโมงค์ และปิดผนึกไว้ มีการตั้งยามเฝ้าที่อุโมงค์เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ติดตามของพระองค์จะไม่นำพระศพไป และอ้างว่าพระองค์ทรงฟื้นจากความตาย

เช้าวันที่สามหลังจากการฝังพระศพของพระองค์ มีกลุ่มสตรีมาที่อุโมงค์เพื่อเตรียมพระศพ เมื่อพวกนางมาถึง ก็พบว่าหินที่ปิดปากอุโมงค์ถูกเลื่อนออกไปแล้ว และอุโมงค์นั้นว่างเปล่า! ทูตสวรรค์องค์หนึ่งกล่าวว่า “พวกท่านแสวงหาคนเป็นในพวกคนตายทำไม?” (ลูกา 24:5) “พระองค์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เพราะทรงเป็นขึ้นมาแล้วตามที่พระองค์ตรัสไว้นั้น” (มัทธิว 28:6) พระเยซูคริสต์ทรงสละพระชนม์ชีพ แต่เพราะพระองค์ทรงเป็นพระบุตรองค์เดียวที่ถือกําเนิดของพระผู้เป็นเจ้า พร้อมด้วยเดชานุภาพจากสวรรค์ พระองค์จึงทรงฟื้นคืนพระชนม์อีกครั้ง

ที่สวนนอกอุโมงค์ พระเจ้าผู้ฟื้นคืนพระชนม์ทรงปรากฏครั้งแรกต่อมารีย์ ชาวมักดาลาผู้ที่กำลังร้องไห้ พระองค์ทรงตรัสกับนางว่า “จงไปหาพวกพี่น้องของเรา และบอกเขาว่าเรากำลังจะขึ้นไปหาพระบิดาของเราและพระบิดาของพวกท่าน ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของพวกท่าน” (ยอห์น 20:17)

สิ่งนี้มีความหมายต่อท่านอย่างไร?

“ความตายของพระคริสต์จะแก้สายรัดแห่งความตายทางโลกนี้, เพื่อจะยก คนทั้งปวง ขึ้นจากความตายทางโลกนี้” (แอลมา 11:42; เน้นตัวเอน)‌ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ทำให้ท่านสามารถฟื้นคืนชีวิตได้

“วิญญาณกับธาตุ, สัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก, จะได้รับความสมบูรณ์แห่งปีติ” (หลักคำสอนและพันธสัญญา 93:33) โดยผ่านการฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูคริสต์ทรงให้เราได้สัมผัสกับปีติที่เราไม่สามารถสัมผัสได้ด้วยวิธีอื่น

ระลึกถึงพระองค์

เมื่อท่านนึกถึงสวน ไม้กางเขน และอุโมงค์ จงระลึกถึงพระผู้ช่วยให้รอด ความรัก และเดชานุภาพของพระองค์ พึงระลึกว่าพระองค์เสด็จลงมายังแผ่นดินโลกเพื่อเป็นมรรตัยเช่นเดียวกับท่าน ‌พึงระลึกว่าพระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานมากกว่าที่ผู้ใดจะทนได้—และพระองค์ทรงทนทุกข์เพื่อท่าน ‌พึงระลึกว่าพระองค์ทรงถูกยกขึ้นในความอัปยศอดสูและความทุกข์ทรมาน เพื่อพระองค์จะทรงยกท่านขึ้นในรัศมีภาพผ่านการฟื้นคืนชีวิต และพึงระลึกว่าหลุมศพที่ว่างเปล่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังของเราสำหรับความบริบูรณ์แห่งปีติ ระลึกถึงพระองค์