2019
    จุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนการปฏิบัติศาสนกิจของเรา
    ดาวน์โหลด
    ทั้งเล่ม (PDF)
    เชิงอรรถ
    พื้นหลัง

    หลักธรรมของการปฏิบัติศาสนกิจ

    จุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนการปฏิบัติศาสนกิจของเรา

    แม้การปฏิบัติศาสนกิจมีจุดประสงค์หลายประการ แต่ความปรารถนาจะช่วยให้ผู้อื่นเปลี่ยนใจเลื่อมใสลึกซึ้งขึ้นและเป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้นควรชี้นำการปฏิบัติศาสนกิจของเรา

    Ministering Principles Banner

    น้ำดำรงชีวิต โดย ไซมอน ดิวอีย์

    เมื่อเรารักผู้อื่นดังที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงรัก เราจะอยากช่วยพวกเขาดังที่พระองค์ทรงช่วย ในฐานะพระเมษบาลผู้ประเสริฐ พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างสูงสุดของการปฏิบัติศาสนกิจอย่างมีความหมาย

    ในการทำตามแบบอย่างการปฏิบัติศาสนกิจของพระองค์ สำคัญที่ต้องจดจำว่าการที่พระองค์ทรงรัก หนุนใจ รับใช้ และทรงอวยพรมีเป้าหมายสูงกว่าการหาทางช่วยเหลือโดยฉับพลัน แน่นอนว่าพระองค์ทรงทราบความต้องการในแต่ละวันของพวกเขาและทรงรู้สึกเห็นใจในความทุกข์ปัจจุบันของพวกเขา ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงทรงรักษา เลี้ยงอาหาร ให้อภัย และสอน แต่พระองค์ทรงต้องการทำมากกว่าดูแลความกระหายของวันนี้ (ดู ยอห์น 4:13–14) พระองค์ทรงต้องการให้คนรอบข้างติดตามพระองค์ (ดู ลูกา 18:22; ยอห์น 21:22) รู้จักพระองค์ (ดู ยอห์น 10:14; หลักคำสอนและพันธสัญญา 132:22-24) และบรรลุศักยภาพอันสูงส่งของตน (ดู มัทธิว 5:48) ทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 67:13)

    มีวิธีนับไม่ถ้วนที่เราสามารถช่วยเป็นพรแก่ผู้อื่น แต่เมื่อเป้าหมายสุดท้ายของการปฏิบัติศาสนกิจของเราคือช่วยให้ผู้อื่นมาหาพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นเหมือนพระองค์มากขึ้น เราจะทำงานจนถึงวันที่เราจะไม่ต้องสอนเพื่อนบ้านให้รู้จักพระเจ้าเพราะเราทุกคนจะรู้จักพระองค์ (ดู เยเรมีย์ 31:34)

    ความเอาพระทัยใส่ของพระผู้ช่วยให้รอดอยู่เหนือความต้องการโดยฉับพลัน

    • หลายคนพยายามอย่างเต็มที่เพื่อนำเพื่อนที่เป็นง่อยมาให้พระเยซูทรงรักษา พระผู้ช่วยให้รอดทรงรักษาชายคนนั้นจนหาย แต่สนพระทัยจะให้อภัยบาปของเขามากกว่า (ดู ลูกา 5:18–26)

    • เมื่อมีคนพาหญิงที่ล่วงประเวณีมาหาพระผู้ช่วยให้รอด พระองค์ทรงยับยั้งคนเหล่านั้นไม่ให้ลงโทษเธอ เธอจึงรอดชีวิตทางกาย แต่พระองค์ทรงต้องการช่วยเธอทางวิญญาณด้วย โดยตรัสกับเธอว่า “จงไปเถิด และจากนี้ไปอย่าทำบาปอีก” (ดู ยอห์น 8:2–11)

    • มารีย์และมารธาส่งคนไปทูลพระเยซูให้พระองค์เสด็จมารักษาลาซารัสเพื่อนของพระองค์ พระเยซูผู้ทรงรักษาคนมานับครั้งไม่ถ้วนเสด็จไปถึงหลังจากลาซารัสตายแล้ว พระเยซูทรงทราบว่าครอบครัวต้องการอะไร แต่ในการทำให้ลาซารัสคืนชีพนั้น พระองค์ทรงทำให้พวกเขามีประจักษ์พยานแรงกล้ามากขึ้นเกี่ยวกับความเป็นพระเจ้าของพระองค์ (ดู ยอห์น 11:21–27)

    ท่านจะเพิ่มตัวอย่างอะไรเข้าไปในรายการนี้อีกบ้าง

    เราจะทำอะไรได้บ้าง

    ถ้าจุดประสงค์ของเราคือช่วยให้ผู้อื่นเป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้น นั่นจะเปลี่ยนวีธีที่เราปฏิบัติศาสนกิจ ความเข้าใจดังกล่าวสามารถชี้นำการปฏิบัติศาสนกิจของเราได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

    แนวคิด 1: เชื่อมโยงการรับใช้กับพระผู้ช่วยให้รอด

    การทำดีทั้งหมดของเราคุ้มค่าความพยายาม แต่เราสามารถมองหาโอกาสยกระดับการรับใช้ของเราได้โดยเชื่อมโยงการรับใช้กับพระผู้ช่วยให้รอด ตัวอย่างเช่น ถ้าครอบครัวที่ท่านปฏิบัติศาสนกิจเจ็บป่วย อาหารอาจจะเป็นประโยชน์ แต่ความรักที่ท่านแสดงออกอย่างเรียบง่ายจะเพิ่มตามประจักษ์พยานของท่านถึงความรักที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงมีต่อพวกเขา พวกเขาจะขอบคุณที่ท่านช่วยดูแลสนาม แต่การเสนอให้พรฐานะปุโรหิตจะทำให้ความช่วยเหลือนั้นมีความหมายมากขึ้น

    เอ็ลเดอร์นีล แอล. แอนเดอร์เซ็นแห่งโควรัมอัครสาวกสิบสองสอนว่า “คนที่มีจิตใจดีจะช่วยปะยางรถ พาเพื่อนร่วมห้องไปพบแพทย์ รับประทานอาหารกลางวันกับผู้มีใจเศร้าหมอง หรือยิ้มและกล่าวทักทายเพื่อทำให้วันนั้นเบิกบานมากขึ้น

    “แต่ผู้ทำตามพระบัญญัติข้อแรกจะเพิ่มการกระทำสำคัญเหล่านี้ของการรับใช้อย่างเป็นธรรมชาติ”1

    แนวคิด 2: มุ่งเน้นเส้นทางพันธสัญญา

    เมื่อพูดกับสมาชิกเป็นครั้งแรกในฐานะประธานศาสนจักร ประธานรัสเซลล์ เอ็ม. เนลสันกล่าวว่า “จงดำเนินต่อไปบนเส้นทางพันธสัญญา การทำและรักษาพันธสัญญา “จะเปิดประตูรับพรทางวิญญาณและสิทธิพิเศษทุกประการที่มีให้”2

    ในฐานะวิสุทธิชนยุคสุดท้าย เรารับบัพติศมา รับการยืนยัน และรับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ สมาชิกชายที่มีค่าควรได้รับฐานะปุโรหิต เราไปพระวิหารเพื่อรับเอ็นดาวเม้นท์และรับการผนึกด้วยกันเป็นครอบครัวชั่วนิรันดร์ ศาสนพิธีแห่งความรอดเหล่านี้และพันธสัญญาที่เกี่ยวข้องจำเป็นต่อการทำให้เราเป็นเหมือนพระองค์เพื่อเราจะได้อยู่กับพระองค์

    เราสามารถมีบทบาทสำคัญในการช่วยผู้อื่นตลอดเส้นทางนั้นเมื่อเราช่วยให้พวกเขารักษาพันธสัญญาและเตรียมทำพันธสัญญาในอนาคต3 ท่านจะช่วยให้แต่ละคนหรือครอบครัวที่ท่านรับใช้ได้รับศาสนพิธีต่อไปที่พวกเขาจำเป็นต้องได้รับอย่างไร อาจหมายถึงการช่วยเตรียมบิดาให้พร้อมบัพติศมาบุตรสาวของตน อธิบายเรื่องพรของพันธสัญญาต่อไปที่จะทำ หรือบอกวิธีทำให้ประสบการณ์ในการต่อพันธสัญญาขณะรับส่วนศีลระลึกมีความหมายมากขึ้น

    Composite Image for Magazines

    พระคริสต์กับเศรษฐีหนุ่ม โดย ไฮน์ริค ฮอฟแมนน์

    แนวคิด 3: เชื้อเชิญและกระตุ้น

    เมื่อเห็นเหมาะสม ให้หารือกับคนที่ท่านดูแลเกี่ยวกับการเปลี่ยนใจเลื่อมใสของพวกเขาและการพยายามเป็นเหมือนพระคริสต์มากขึ้น ให้พวกเขารู้ข้อดีที่ท่านเห็นและชื่นชมในตัวพวกเขา หาให้พบว่าพวกเขารู้สึกว่าตนจะปรับปรุงอะไรได้บ้างและพูดคุยว่าท่านจะช่วยได้อย่างไร (ดูเพิ่มเติมเรื่องการหารือกับคนที่ท่านปฏิบัติศาสนกิจใน “หารือเกี่ยวกับความต้องการของพวกเขา,” เลียโฮนา, ก.ย. 2018, 6–9)

    อย่ากลัวที่จะเชื้อเชิญให้พวกเขาติดตามพระผู้ช่วยให้รอดและยอมให้พระองค์ทรงช่วยให้พวกเขาบรรลุศักยภาพอันสูงส่งของตน การเชื้อเชิญนี้จะเปลี่ยนชีวิตเมื่อควบคู่กับการแสดงความเชื่อมั่นในพวกเขาและศรัทธาของท่านในพระองค์

    หกวิธีที่เราสามารถช่วยให้ผู้อื่นก้าวหน้าไปถึงพระคริสต์

    ต่อไปนี้เป็นข้อเสนอแนะสำหรับการสนับสนุนผู้อื่นในการปรับปรุงชีวิตและก้าวหน้าตามเส้นทางพันธสัญญา (ดู สั่งสอนกิตติคุณของเรา, บทที่ 11, สำหรับแนวคิดเพิ่มเติม)

    1. แบ่งปัน จริงใจและกล้าหาญเมื่อแบ่งปันว่าพระผู้ช่วยให้รอดทรงช่วยท่านอย่างไรขณะท่านพยายามเข้าใกล้พระองค์มากขึ้นโดยดำเนินชีวิตตามหลักธรรมพระกิตติคุณทั้งที่มีอุปสรรค

    2. สัญญาเรื่องพร คนเราต้องการเหตุผลหนึ่งข้อให้เปลี่ยนที่จับใจมากกว่าเหตุผลหลายข้อไม่ให้เปลี่ยน การอธิบายพรที่เกี่ยวข้องกับการกระทำจะให้แรงจูงใจอันทรงพลัง (ดู หลักคำสอนและพันธสัญญา 130:20–21)

    3. เชื้อเชิญ การดำเนินชีวิตตามหลักธรรมพระกิตติคุณทำให้เกิดประจักษ์พยานว่าหลักธรรมนั้นเป็นความจริง (ดู ยอห์น 7:17) นำไปสู่การเปลี่ยนใจเลื่อมใสที่ลึกซึ้งขึ้น4 การปฏิสัมพันธ์เกือบทุกครั้งอาจจะรวมคำเชื้อเชิญง่ายๆ ให้ทำสิ่งที่จะช่วยให้พวกเขาก้าวหน้า

    4. วางแผนด้วยกัน ต้องเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาเพื่อพวกเขาจะรักษาคำมั่นสัญญาว่าจะเปลี่ยนได้สำเร็จ ท่านจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร มีเรื่องของกำหนดเวลาเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่

    5. สนับสนุน เมื่อช่วย ให้พัฒนาเครือข่ายสนับสนุนของคนที่จะช่วยให้บุคคลนั้นเกิดแรงจูงใจเสมอและประสบความสำเร็จ เราทุกคนต้องการแรงเชียร์

    6. ติดตามผล บอกเล่าความก้าวหน้าเป็นประจำ ตั้งใจทำตามแผนแต่ขัดเกลาแผนหากจำเป็น จงอดทน มุมานะ และมีกำลังใจ การเปลี่ยนแปลงจะต้องใช้เวลา

    คำเชื้อเชิญให้ปฏิบัติ

    คิดหาวิธีทำให้การปฏิบัติศาสนกิจของท่าน—ทั้งเล็กและใหญ่—ช่วยให้ผู้อื่นเปลี่ยนใจเลื่อมใสลึกซึ้งขึ้นและเป็นเหมือนพระผู้ช่วยให้รอดมากขึ้น

    แบ่งปันประสบการณ์ของท่าน

    ส่งประสบการณ์เมื่อท่านปฏิบัติศาสนกิจต่อผู้อื่นหรือผู้อื่นปฏิบัติศาสนกิจต่อท่านมาให้เรา ที่ liahona.lds.org (คลิก “Submit an Article or Feedback”)