อีกหนึ่งวัน
    Footnotes
    Theme

    อีกหนึ่งวัน

    เราทุกคนมีชีวิตอยู่ “วันนี้” และสิ่งสำคัญของการทำให้วันของเราประสบความสำเร็จคือเต็มใจเสียสละ

    สามสี่ปีก่อน เพื่อนข้าพเจ้ามีลูกน้อยน่ารักชื่อบริคัม หลังบริคัมเกิด แพทย์วินิจฉัยว่าบริคัมมีภาวะที่เกิดขึ้นน้อยมากเรียกว่าฮันเตอร์ซินโดรม ซึ่งหมายความว่าบริคัมจะมีชีวิตสั้น วันหนึ่งขณะบริคัมกับครอบครัวไปเยือนบริเวณพระวิหาร บริคัมเปล่งเสียงวลีหนึ่งออกมาถึงสองครั้งว่า “อีกหนึ่งวัน” วันรุ่งขึ้นบริคัมสิ้นชีวิต

    บริคัม
    ครอบครัวของบริคัม
    หลุมศพของบริคัม

    ข้าพเจ้าไปเยี่ยมหลุมฝังศพบริคัมสองสามครั้ง และทุกครั้งที่ไป ข้าพเจ้าจะตรึกตรองวลี “อีกหนึ่งวัน” ข้าพเจ้าสงสัยว่าวลีนั้นหมายถึงอะไร และจะส่งผลอย่างไรในชีวิตข้าพเจ้าเมื่อรู้ว่าข้าพเจ้าเหลือชีวิตอีกวันเดียว ข้าพเจ้าจะปฏิบัติต่อภรรยา ลูกๆ และคนอื่นๆ อย่างไร ข้าพเจ้าจะอดทนและสุภาพเพียงใด ข้าพเจ้าจะดูแลร่างกายตนเองอย่างไร ข้าพเจ้าจะสวดอ้อนวอนและค้นคว้าพระคัมภีร์จริงจังเพียงใด ข้าพเจ้าคิดว่าด้วยเหตุใดก็ตามเมื่อมาถึงจุดๆ หนึ่งเราทุกคนจะมีสำนึกเรื่อง “อีกหนึ่งวัน”—สำนึกว่าเราต้องใช้เวลาที่เรามีอย่างฉลาด

    ในพันธสัญญาเดิมเราอ่านเรื่องราวของเฮเซคียาห์ กษัตริย์แห่งยูดาห์ ศาสดาพยากรณ์อิสยาห์ประกาศต่อเฮเซคียาห์ว่าชีวิตของเฮเซคียาห์ใกล้จะสิ้นสุดแล้ว เมื่อได้ยินถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์ เฮเซคียาห์เริ่มสวดอ้อนวอน วิงวอน และร้องไห้เสียใจ คราวนั้น พระผู้เป็นเจ้าต่อชีวิตให้เฮเซคียาห์อีก 15 ปี (ดู อิสยาห์ 38:1–5)

    ถ้ามีใครบอกเราว่าเราจะมีชีวิตอีกไม่นาน เราอาจวิงวอนขอวันเวลาในชีวิตเพิ่มเพื่อเห็นแก่สิ่งที่เราควรจะทำหรือทำต่างจากเดิม

    ในพระปรีชาญาณของพระเจ้า ไม่ว่าพระองค์ทรงกำหนดเวลาให้เราแต่ละคนนานเท่าใด สิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้คือ เราทุกคนมีชีวิตอยู่ “วันนี้” และสิ่งสำคัญของการทำให้วันของเราประสบความสำเร็จคือเต็มใจเสียสละ

    พระะเจ้าตรัสว่า “ดูเถิด, บัดนี้เรียกว่า วันนี้ จนกว่าการเสด็จมาของบุตรแห่งพระมหาบุรุษ, และตามจริงแล้วเป็นวันแห่งการเสียสละ” (คพ. 64:23; เน้นตัวเอน)

    คำว่า การเสียสละ (sacrifice) มาจากคำภาษาลาตินว่า sacer ซึ่งหมายถึง “ศักดิ์สิทธิ์” และ facere ซึ่งหมายถึง “ทำ” อีกนัยหนึ่งคือทำให้ศักดิ์สิทธิ์ นำเกียรติมาสู่สิ่งนั้น

    “การเสียสละนำมาซึ่งพรจากสวรรค์” (“สรรเสริญบุรุษ,” เพลงสวด, บทเพลงที่ 14)

    การเสียสละจะทำให้วันเวลาของเรามีความหมายและได้รับพรในทางใดบ้าง

    หนึ่ง การเสียสละส่วนตัวทำให้เราเข้มแข็งและให้คุณค่าแก่สิ่งที่เราสละเพื่อสิ่งนั้น

    หลายปีก่อนในวันอาทิตย์อดอาหาร สตรีสูงวัยมาแบ่งบันประจักษ์พยานของเธอที่แท่นพูด เธออยู่ในเมืองที่เรียกว่าอีกีโตสซึ่งอยู่ในเขตป่าฝนแอมะซอนในเปรู เธอบอกเราว่าตั้งแต่รับบัพติศมา เธอมีเป้าหมายมาตลอดว่าจะรับศาสนพิธีของพระวิหารในลิมา เปรู เธอจ่ายส่วนสิบอย่างซื่อสัตย์และออมเงินจากรายได้เพียงน้อยนิดนานหลายปี

    ปีติของการไปพระวิหารและได้รับศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ในนั้นแสดงให้เห็นในคำพูดต่อไปนี้ “วันนี้ดิฉันพูดได้ว่าในที่สุดดิฉันก็รู้สึกพร้อมจะผ่านม่านแห่งความตาย ดิฉันเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก ดิฉันออมเงิน ไม่ทราบนานเท่าไร เพื่อไปเยือนพระวิหาร และหลังจากนั่งเรือเจ็ดวันและรถโดยสาร 18 ชั่วโมง ดิฉันก็ได้อยู่ในพระนิเวศน์ของพระเจ้า เมื่อออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น ดิฉันบอกกับตนเองว่า ดิฉันต้องเสียสละมากเพื่อมาพระวิหาร ดิฉันจะไม่ยอมให้สิ่งใดทำให้ดิฉันไม่จริงจังกับพันธสัญญาทุกข้อที่ทำไว้ เพราะการเสียสละนั้นจะสูญเปล่า นี่เป็นคำมั่นสัญญาที่จริงจังมาก!”

    ข้าพเจ้าเรียนรู้จากสตรีที่น่ารักท่านนี้ว่าการเสียสละส่วนตัวมีพลังเหลือล้นที่ผลักดันการตัดสินใจและความตั้งใจของเรา การเสียสละส่วนตัวผลักดันการกระทำ คำมั่นสัญญา และพันธสัญญาของเราและให้ความหมายแก่เรื่องศักดิ์สิทธิ์

    สอง การเสียสละที่เราทำเพื่อผู้อื่น และผู้อื่นทำเพื่อเรา ส่งผลให้ทุกฝ่ายได้รับพร

    เมื่อข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ แนวโน้มทางการเงินของชุมชนเราไม่ดีอย่างยิ่ง ภาวะเงินเฟ้อทำให้ค่าของเงินลดลงวันต่อวันอย่างน่าใจหาย

    ข้าพเจ้าจำปีนั้นได้เมื่อต้องลงทะเบียนฝึกการผ่าตัด ข้าพเจ้าต้องมีเครื่องมือผ่าตัดทั้งหมดที่จำเป็นต้องใช้ก่อนลงทะเบียนเทอมนั้น คุณพ่อคุณแม่มีเงินเก็บออมไว้ใช้ยามจำเป็น แต่คืนหนึ่งเกิดเรื่องที่นึกไม่ถึง เราไปซื้อเครื่องมือ แต่กลับพบว่าจำนวนเงินที่เรามีไว้ซื้อเครื่องมือทั้งหมดตอนนี้พอซื้อเพียงคีมผ่าตัดอันเดียวเท่านั้น—ซื้ออย่างอื่นไม่ได้ เรากลับบ้านมือเปล่าและรู้สึกเศร้าใจมากเมื่อคิดว่าข้าพเจ้าจะไม่ได้เรียนเทอมนั้น แต่จู่ๆ คุณแม่ก็พูดขึ้นว่า “เทย์เลอร์ มากับแม่ ไปข้างนอกกัน”

    เราเข้าเมืองไปแถวร้านที่รับซื้อและขายอัญมณี เมื่อมาถึงร้านหนึ่ง คุณแม่หยิบถุงกำมะหยี่สีน้ำเงินถุงเล็กออกจากกระเป๋าเงิน ในถุงนั้นมีกำไลทองสวยงามสลักคำว่า “แด่ลูกสาวที่รัก จากพ่อ” คุณตาให้กำไลอันนั้นในวันคล้ายวันเกิดครั้งหนึ่งของคุณแม่ ท่านขายกำไลต่อหน้าต่อตาข้าพเจ้า

    เมื่อท่านได้รับเงิน ท่านบอกข้าพเจ้าว่า “มีอยู่อย่างหนึ่งที่แม่มั่นใจ นั่นคือลูกจะต้องเป็นทันตแพทย์ เอาเงินนี่ไปซื้อเครื่องมือทั้งหมดที่ลูกต้องใช้” ตอนนี้ ท่านนึกภาพออกหรือไม่ว่าข้าพเจ้าจะเป็นนักศึกษาแบบไหนนับจากวินาทีนั้น ข้าพเจ้าต้องทำให้ดีที่สุดและเรียนจบโดยเร็วเพราะข้าพเจ้ารู้ว่าต้นทุนการเสียสละของคุณแม่สูงมาก

    ข้าพเจ้าเรียนรู้ว่าการเสียสละที่บุคคลอันเป็นที่รักทำเพื่อเราชโลมใจเราเหมือนน้ำเย็นกลางทะเลทราย การเสียสละเช่นนั้นทำให้เกิดความหวังและแรงจูงใจ

    สาม การเสียสละใดก็ตามที่เราทำเทียบได้เพียงน้อยนิดกับการเสียสละของพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า

    ค่าของกำไลทองคืออะไรเมื่อเทียบกับการเสียสละของพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า เราจะให้เกียรติการเสียสละอันไม่มีขอบเขตนั้นได้อย่างไร แต่ละวันเราสามารถจดจำว่าเรามีชีวิตเหลืออีกหนึ่งวันและจงซื่อสัตย์ อมิวเล็คสอนว่า “แท้จริงแล้ว, ข้าพเจ้าอยากให้ท่านออกมาและไม่ทำใจท่านแข็งกระด้างอีกต่อไป; เพราะดูเถิด, บัดนี้คือเวลาและวันแห่งความรอดของท่าน; และฉะนั้น, หากท่านจะกลับใจและไม่ทำใจท่านแข็งกระด้าง, พระองค์จะทรงนำแผนอันสำคัญยิ่งแห่งการไถ่มาสู่ท่านโดยทันที” (แอลมา 34:31) อีกนัยหนึ่งคือถ้าเราจะถวายใจที่ชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิดแด่พระเจ้า พรของแผนแห่งความสุขอันสำคัญยิ่งจะประจักษ์ในชีวิตเราทันที

    แผนแห่งการไถ่เกิดขึ้นได้เพราะการเสียสละของพระเยซูคริสต์ ดังที่พระองค์ทรงพรรณนาด้วยพระองค์เองว่า การเสียสละนั้น “ทำให้ตัวเรา, แม้พระผู้เป็นเจ้า, ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในบรรดาสิ่งทั้งปวง, ต้องสั่นเพราะความเจ็บปวด, และเลือดออกจากทุกขุมขน, และทนทุกข์ทั้งร่างกายและวิญญาณ—และปรารถนาที่เราจะไม่ต้องดื่มถ้วยอันขมขื่น, และชะงักอยู่” (คพ. 19:18)

    และเพราะการเสียสละนี้ หลังจากทำตามขั้นตอนของการกลับใจที่จริงใจแล้ว เราจึงรู้สึกได้ว่าน้ำหนักของความผิดและบาปของเราถูกยกออกไป อันที่จริง ความรู้สึกผิด ความละอายใจ ความเจ็บปวด ความโศกเศร้า และการดูหมิ่นตนเองถูกแทนที่ด้วยมโนธรรมอันใสสะอาด ความสุข ปีติ และความหวัง

    ขณะเดียวกัน เมื่อเราให้เกียรติและสำนึกในการเสียสละของพระองค์ เราจะเกิดความปรารถนาแรงกล้าอยากเป็นบุตรธิดาที่ดีขึ้นของพระผู้เป็นเจ้า อยู่ห่างจากบาป และรักษาพันธสัญญาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

    จากนั้น เฉกเช่นอีนัสหลังจากได้รับการอภัยบาป เราจะรู้สึกว่าเราปรารถนาจะเสียสละตัวเราและมุ่งหมายให้พี่น้องของเรามีความผาสุก (ดู อีนัส 1:9) เราจะเต็มใจทำ ทุก “อีกหนึ่งวัน” ตามคำเชื้อเชิญที่ประธานฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. ฮันเตอร์ให้ไว้เมื่อท่านกล่าวว่า “จงแก้ไขการทะเลาะเบาะแว้งเสาะหาเพื่อนที่ถูกหลงลืม เลิกระแวงสงสัยและแทนที่ด้วยความไว้วางใจ ให้คำตอบที่อ่อนโยน ให้กำลังใจเยาวชน แสดงความภักดีของท่านในคำพูดและการกระทำ รักษาสัญญา ทิ้งความบาดหมาง ให้อภัยศัตรู ขอโทษ พยายามเข้าใจ สำรวจสิ่งที่ท่านเรียกร้องจากผู้อื่น นึกถึงผู้อื่นก่อน มีเมตตา อ่อนโยน หัวเราะมากขึ้นอีกนิด แสดงความสำนึกคุณ ต้อนรับคนแปลกหน้า ทำให้เด็กคนหนึ่งดีใจ … บอกรักและบอกรักอีกครั้ง” (คำสอนของประธานศาสนจักร: ฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. ฮันเตอร์ [2015], 32; ดัดแปลงจาก “What We Think Christmas Is,” McCall’s, Dec. 1959, 82–83)

    ขอให้เราเติมเต็มวันของเราด้วยแรงผลักดันและพลังที่การเสียสละส่วนตัวและการเสียสละที่เราทำหรือได้รับจากผู้อื่นมอบให้เรา และในวิธีพิเศษ ขอให้เราชื่นชมสันติสุขและความยินดีที่การเสียสละของพระองค์เดียวที่ถือกำเนิดทรงมอบให้เรา สันติสุขที่กล่าวไว้นั้นเมื่อเราอ่านว่าอาดัมตกเพื่อมนุษย์จะเป็นอยู่ และมนุษย์เป็นอยู่—ท่านเป็นอยู่—เพื่อท่านจะมีปีติ (ดู 2 นีไฟ 2:25) ปีตินั้นคือปีติแท้จริงที่การเสียสละและการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดพระเยซูคริสต์เท่านั้นจะให้ได้

    คำสวดอ้อนวอนของข้าพเจ้าคือขอให้เราติดตามพระองค์ เชื่อพระองค์ รักพระองค์ และขอให้เรารู้สึกถึงความรักที่เห็นได้จากการเสียสละของพระองค์ทุกครั้งที่เรามีโอกาสมีชีวิตอีกหนึ่งวัน ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน