2010–2019
ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้ตามที่ประเสริฐสุด
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้ตามที่ประเสริฐสุด

จะมีช่วงเวลาที่หนทางข้างหน้าอาจดูมืดมน แต่จงติดตามพระผู้ช่วยให้รอดไว้เสมอ พระองค์ทรงรู้ทาง ที่จริงพระองค์ ทรงเป็น ทางนั้น

เมื่อข้าพเจ้าอายุ 12 ปี คุณพ่อพาไปล่าสัตว์ในภูเขา เราตื่นแต่เช้าตั้งแต่ตี 3 จัดอานม้า และออกเดินทางไปยังป่าชายเขาทั้งที่ยังมืดสนิท แม้จะรักการล่าสัตว์กับคุณพ่อมาก แต่ในช่วงเวลานั้นข้าพเจ้าอดไม่ได้ที่จะกังวลเล็กน้อย ข้าพเจ้าไม่เคยไปที่ภูเขาเหล่านี้มาก่อน และมองไม่เห็นทาง—ที่จริงขณะนั้นข้าพเจ้ามองไม่เห็นอะไรเลย! นอกจากแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กๆ ที่คุณพ่อฉายแสงอันสลัวๆ ไปบนต้นสนเบื้องหน้าเรา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าม้าของข้าพเจ้าลื่นและล้มลง—ม้ามองเห็นทางที่มันจะไปหรือไม่ แต่แล้วความคิดนี้ก็เข้ามาปลอบโยนข้าพเจ้า: “พ่อรู้ว่ากำลังไปไหน ถ้าเราตามพ่อไป ทุกอย่างจะดี”

และทุกอย่างดี ในที่สุดดวงอาทิตย์ก็ขึ้น และวันนั้นเป็นวันที่เราพ่อลูกสนุกด้วยกันอย่างเต็มที่ ขณะออกเดินทางกลับบ้าน คุณพ่อชี้ให้ดูยอดเขาที่สูงชันมากยอดหนึ่งซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเขาลูกอื่นๆ “นั่นคือ วินดีย์ ริดจ์” คุณพ่อพูด “ที่นั่นเป็นพื้นที่ล่าสัตว์ที่ดี” ขณะนั้น ข้าพเจ้ารู้ทันทีว่าวันหนึ่งข้าพเจ้าต้องกลับมาและปีนขึ้นวินดีย์ ริดจ์ให้ได้

ในปีต่อๆ มา ข้าพเจ้ามักได้ยินคุณพ่อพูดเรื่องวินดีย์ ริดจ์บ่อยๆ แต่เราไม่เคยได้กลับไปเลย—จนกระทั่งวันหนึ่ง 20 ปีให้หลัง ข้าพเจ้าโทรศัพท์ไปหาคุณพ่อและพูดว่า “ไปวินดีย์กันเถอะครับ” และอีกครั้งที่เราจัดอานม้าและออกเดินทางไปที่ชายเขา ขณะนั้นข้าพเจ้าอยู่ในวัย 30 ปีและขี่ม้าชำนาญแล้ว แม้กระนั้นยังแปลกใจที่รู้สึกกังวลไม่ต่างกับเมื่อตอนเป็นเด็กอายุ 12 ปีเลย แต่คุณพ่อรู้ทางและข้าพเจ้าติดตามท่านไป

ในที่สุดเราก็ขึ้นถึงยอดวินดีย์ ทิวทัศน์ทำให้เราเบิกบานใจ และความรู้สึกที่เต็มตื้นในใจนั้นทำให้ข้าพเจ้าต้องการกลับมาอีก—แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อภรรยาและลูกๆ ข้าพเจ้าต้องการให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้รับ

ผ่านไปหลายปี ข้าพเจ้ามีโอกาสนำลูกชายและเยาวชนคนอื่นๆไปที่ยอดเขานั้นหลายครั้ง เหมือนที่คุณพ่อเคยนำข้าพเจ้า ประสบการณ์เหล่านี้กระตุ้นให้ข้าพเจ้าไตร่ตรองความหมายของการเป็นผู้นำ—และผู้ตาม

พระเยซูคริสต์ ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและผู้ตามที่ประเสริฐสุด

ถ้าข้าพเจ้าถามท่านว่า “ใครคือผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยดำรงอยู่”—ท่านจะตอบอย่างไร แน่นอน คำตอบคือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีพร้อมในคุณสมบัติของผู้นำทุกประการเท่าที่จะนึกออก

แต่ถ้าข้าพเจ้าถามท่านว่า “ใครคือ ผู้ตาม ที่ประเสริฐสุดที่เคยดำรงอยู่” เล่า คำตอบก็จะเป็นพระเยซูคริสต์อีกไม่ใช่หรือ พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะ ทรงเป็นผู้ตามที่ประเสริฐสุด—ทรงทำตามพระบิดาอย่างครบถ้วนทุกประการ

โลกสอนว่าผู้นำต้องมีอำนาจ พระเจ้าทรงสอนว่าผู้นำต้องอ่อนโยน ผู้นำของโลกมีอำนาจและอิทธิพลจากพรสวรรค์ ความรู้ความสามารถและความมั่งคั่ง ผู้นำที่เหมือนพระคริสต์มีอำนาจและอิทธิพล “โดยการชักชวน, โดยความอดกลั้น, โดยความสุภาพอ่อนน้อมและความอ่อนโยน, และโดยความรักที่ไม่เสแสร้ง”1

ในสายพระเนตรของพระผู้เป็นเจ้า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้ตามที่ประเสริฐสุดเสมอ

ขอข้าพเจ้าเล่าประสบการณ์สองเรื่องที่เกิดเมื่อไม่นานมานี้จากการปฏิสัมพันธ์กับเยาวชนชายของศาสนจักรซึ่งสอนข้าพเจ้าเกี่ยวกับการนำและการตาม

เราทุกคนเป็นผู้นำ

เมื่อไม่นานมานี้ข้าพเจ้ากับภรรยาเข้าร่วมการประชุมศีลระลึกที่อยู่ไกลจากวอร์ดบ้านของเรา ขณะการประชุมกำลังจะเริ่ม เยาวชนชายคนหนึ่งเข้ามาถามข้าพเจ้าว่าช่วยส่งผ่านศีลระลึกได้หรือไม่ ข้าพเจ้าตอบว่า “ด้วยความยินดี”

แล้วข้าพเจ้าก็ไปนั่งกับมัคนายกคนอื่นๆ และถามคนที่นั่งติดข้าพเจ้าว่า “งานมอบหมายของผมคืออะไร” เขาบอกข้าพเจ้าว่าให้เริ่มส่งผ่านจากด้านหลังของห้องนมัสการที่แถวกลาง โดยเขาจะอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแถวนั้น และเราจะทำงานด้วยกันขึ้นมาด้านหน้า

ข้าพเจ้าพูดว่า “ผมไม่ได้ทำแบบนี้นานแล้ว”

เขาตอบว่า “ไม่เป็นไร คุณทำได้ ครั้งแรกผมก็รู้สึกเหมือนคุณนั่นแหละ”

ต่อมามัคนายกที่อายุน้อยที่สุดในโควรัม เพิ่งรับการวางมือเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นผู้พูดในการประชุมศีลระลึก หลังการประชุมมัคนายกคนอื่นๆ ต่างมารุมล้อมและบอกเขาว่าภูมิใจเพียงใดที่มีเขาเป็นสมาชิกโควรัม

เมื่อข้าพเจ้าสนทนากับพวกเขาวันนั้น ข้าพเจ้าพบว่าแต่ละสัปดาห์สมาชิกของทุกโควรัมฐานะปุโรหิตแห่งอาโรนในวอร์ดนั้นจะออกไปหาเยาวชนชายคนอื่นๆ และเชิญพวกเขามาเป็นส่วนหนึ่งในโควรัมของตน

เด็กหนุ่มเหล่านี้ เป็นผู้นำที่ประเสริฐ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคเป็นผู้สนับสนุนที่ล้ำเลิศ บิดามารดาและคนอื่นๆ ช่วยเป็นพี่เลี้ยงในการทำหน้าที่ต่างๆ ผู้ใหญ่ที่ใส่ใจเหล่านี้ไม่ได้มองมัคนายกอย่างที่พวกเขาเป็น แต่มองอย่างที่พวกเขาจะเป็นได้ เมื่อพูดถึงหรือพูดกับเยาวชนชาย พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับข้อบกพร่องของเยาวชนชาย แต่เน้นไปที่คุณภาพการเป็นผู้นำที่ประเสริฐที่พวกเขาทำให้เห็น

เยาวชนชายครับ นี่คือวิธีที่พระเจ้าทรงมองพวกท่าน ข้าพเจ้าเชิญชวนพวกท่านให้มองตนเองอย่างนี้ มีช่วงเวลา ในชีวิตของท่านเมื่อท่านจะได้รับเรียกให้นำ ในวาระอื่นๆ ท่านจะได้รับการคาดหวังให้เป็นผู้ตาม แต่ข่าวสารของข้าพเจ้าวันนี้คือไม่ว่าการเรียกของท่านเป็นอะไร ท่านเป็นผู้นำเสมอและท่านก็เป็นผู้ตามเสมอ ความเป็นผู้นำเป็นการแสดงออกของการเป็นสานุศิษย์—เป็นเรื่องของการช่วยผู้อื่นให้มาสู่พระคริสต์นั่นเองซึ่งเป็นสิ่งที่สานุศิษย์ที่แท้จริงพึงทำ ถ้าท่านพยายามเป็นผู้ทำตามพระคริสต์ ท่านจะช่วย ผู้อื่นให้ทำตามพระองค์ได้และท่านจะเป็นผู้นำได้

ความสามารถของท่านในการเป็นผู้นำไม่ได้มาจากบุคลิกภาพที่โดดเด่น ทักษะการจูงใจ หรือแม้แต่พรสวรรค์ของการพูดในที่สาธารณะ แต่มาจากคำมั่นสัญญาของท่านที่จะทำตามพระเยซูคริสต์ มาจากความปรารถนาที่จะเป็น ดังคำของอับราฮัม “ผู้ดำเนินชีวิตในความชอบธรรมอย่างซื่อสัตย์ยิ่งขึ้น”2 ถ้าท่านทำอย่างนั้นได้—แม้ท่านจะไม่ดีพร้อมในเรื่องนั้นแต่พยายาม—ท่านก็ คือ ผู้นำ

การรับใช้ด้วยฐานะปุโรหิตคือการเป็นผู้นำ

อีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าอยู่ในนิวซีแลนด์ เยี่ยมบ้านคุณแม่ตัวคนเดียวกับลูกวัยรุ่นสามคน ลูกชายคนโตอายุ 18 ปีเพิ่งรับฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ข้าพเจ้าถามเขาว่าสามารถใช้ฐานะปุโรหิตนี้ได้หรือยัง เขาตอบว่า “ผมไม่แน่ใจว่านั่นหมายถึงอะไร”

ข้าพเจ้าบอกว่าขณะนี้เขามีสิทธิอำนาจที่จะให้พรฐานะปุโรหิตเพื่อการปลอบโยนหรือการรักษา ข้าพเจ้ามองไปที่คุณแม่ของเขาซึ่งขาดผู้ดำรงฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดคเคียงข้างมาหลายปี “ผมคิดว่าจะเป็นเรื่องที่ดีมาก” ข้าพเจ้าพูด “ถ้าคุณจะให้พรคุณแม่ของคุณ”

เขาตอบว่า “ผมทำไม่เป็น”

ข้าพเจ้าอธิบายว่าเขาทำได้โดยวางมือบนศีรษะคุณแม่ เอ่ยชื่อท่าน แล้วกล่าวว่าเขาให้พรท่านด้วยสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค จากนั้นพูดอะไรก็ตามที่พระวิญญาณดลใจในความคิดและในใจ แล้วจบในพระนามของพระเยซูคริสต์

วันต่อมาข้าพเจ้าได้รับอีเมลจากเขา บางส่วนอ่านได้ว่า “เมื่อคืนผมให้พรคุณแม่ … ผมประหม่ามากมากและรู้สึกไม่มีค่าพอ ผมสวดอ้อนวอนตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าผมมีพระวิญญาณอยู่ด้วย เพราะผมจะให้พรไม่ได้ถ้าไม่มีพระองค์ เมื่อเริ่มให้พร ผมลืมตนเองและความอ่อนแอของผม … ผม [ไม่ได้คาดหมาย] ว่าจะรู้สึกถึงอำนาจทางวิญญาณและอำนาจในจิตใจมากมายมหาศาลขนาดนั้น … จากนั้นวิญญาณแห่งความรักสัมผัสอารมณ์ผมอย่างแรงกล้าจนผมทนรับไม่ไหว ผมกอดคุณแม่ ร้องไห้เหมือนเด็ก ๆ … แม้ขณะเขียนอีเมลนี้ [ผมยังรู้สึก] ถึงพระวิญญาณ [มากจน] ผมไม่คิดจะทำบาปอีกเลย …ผมรักพระกิตติคุณนี้ครับ”3

จะไม่เกิดแรงบันดาลใจหรือที่ได้เห็นวิธีที่ชายหนุ่มซึ่งดูธรรมดาคนหนึ่งสามารถทำเรื่องยิ่งใหญ่สำเร็จผ่านการรับใช้ด้วยฐานะปุโรหิต แม้ในขณะที่รู้สึกไม่มีค่าพอ ข้าพเจ้าเพิ่งเรียนรู้ว่าเอ็ลเดอร์หนุ่มผู้นี้ได้รับหมายเรียกผู้สอนศาสนา และจะเข้าศูนย์อบรมผู้สอนศาสนาเดือนหน้า ข้าพเจ้าเชื่อว่าเขาจะนำจิตวิญญาณหลายดวงมาสู่พระคริสต์เพราะเขาเรียนรู้แล้วว่าจะทำตามพระคริสต์ได้อย่างไรในการรับใช้ด้วยฐานะปุโรหิต—โดยเริ่มในบ้านของตนเอง ซึ่งแบบอย่างของเขาเป็นอิทธิพลดีอย่างลึกซึ้งแก่น้องชายอายุ 14 ปี

พี่น้องชายครับ ไม่ว่าเราจะตระหนักหรือไม่ ผู้คนกำลังมองเราอยู่—สมาชิกในครอบครัว เพื่อน แม้แต่คนแปลกหน้า ในฐานะผู้ดำรงฐานะปุโรหิต การมาหาพระคริสต์เท่านั้นยังไม่พอสำหรับเรา หน้าที่ของเราขณะนี้คือ “เชื้อเชิญให้ คนทั้งปวง มาหาพระคริสต์”4 เราไม่อาจพอใจเพียงการรับพรทางวิญญาณสำหรับตนเอง เราต้องนำผู้คนที่เรารักมาสู่พรเดียวกันนั้น—และในฐานะสานุศิษย์ของพระเยซูคริสต์ เราต้องรักทุกคน พระบัญชาของพระผู้ช่วยให้รอดที่มีต่อเปโตรคือพระบัญชาของเราด้วย “​เมื่อ​ท่าน​หัน‌กลับ​แล้ว จง​ชู​กำ‍ลัง​พี่‌น้อง​ทั้ง‌หลาย​ของ​ท่าน”5

ทำตามบุรุษแห่งกาลิลี

จะมีช่วงเวลาที่หนทางข้างหน้าอาจดูมืดมน แต่จงติดตามพระผู้ช่วยให้รอดไว้เสมอ พระองค์ทรงรู้ทาง ที่จริงพระองค์ ทรงเป็น ทางนั้น6 ยิ่งท่านมาสู่พระคริสต์อย่างจริงจังมากขึ้นเท่าใด ความปรารถนาที่จะช่วยผู้อื่นให้ได้รับประสบการณ์เช่นเดียวกับท่านก็ยิ่งลึกซึ้งขึ้นเท่านั้น อีกคำหนึ่งสำหรับความรู้สึกนี้ก็คือจิตกุศล “ซึ่ง [พระบิดา] ประทานให้ทุกคนซึ่งเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์”7 แล้วท่านจะพบว่าในการกระทำที่เป็นการทำตามพระคริสต์นั้น ท่านกำลังนำผู้อื่นไปหาพระองค์ด้วย เพราะในถ้อยคำของประธานโธมัส เอส. มอนสันมีว่า “ขณะที่เราติดตามบุรุษแห่งกาลิลีผู้นั้น—แม้พระเจ้าพระเยซูคริสต์—อิทธิพลส่วนตัวของเราจะรู้สึกได้เพื่อความดีไม่ว่าเราอยู่แห่งหนใด ไม่ว่าการเรียกของเราเป็นอะไร”8

ข้าพเจ้าเป็นพยานว่านี่คือศาสนจักรที่แท้จริงของพระคริสต์ เรามีศาสดาพยากรณ์ของพระผู้เป็นเจ้า ประธานมอนสันเป็นผู้นำ—ผู้นำที่ประเสริฐซึ่งเป็นผู้ติดตามที่แท้จริงของพระผู้ช่วยให้รอดด้วย ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน