2010–2019
มองเห็นตัวท่านในพระวิหาร
เชิงอรรถ
พื้นหลัง

มองเห็นตัวท่านในพระวิหาร

ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอให้เราแต่ละคนถวายเกียรติพระผู้ช่วยให้รอดและเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อมองเห็นตัวเราในพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์

การที่แผนแห่งความรอดของพระเจ้ากลิ้งออกไปในช่วงสมัยการประทานความสมบูรณ์แห่งเวลานี้แทบจะอยู่นอกเหนือความเข้าใจ1 อย่างเช่นคำประกาศสร้างพระวิหารใหม่ 4 แห่งของประธานโธมัส เอส. มอนสันในการประชุมใหญ่ภาคนี้ เมื่อประธานมอนสันได้รับเรียกเป็นอัครสาวกในปี1963 มีพระวิหารเปิดดำเนินการ 12 แห่งในโลก2 ด้วยการอุทิศพระวิหารโพรโวซิตีเซนเตอร์เวลานี้จึงมีพระวิหาร 150 แห่ง และจะมี 177 แห่งเมื่ออุทิศครบทุกแห่งที่ประกาศสร้าง นี่เป็นสาเหตุให้เราน้อมชื่นชมยินดี

หนึ่งร้อยแปดสิบปีก่อน ตรงกับวันนี้ วันที่ 3 เมษายน ปี 1836 นิมิตที่น่าตื่นตาตื่นใจเผยต่อศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธและออลิเวอร์ คาวเดอรีในพระวิหารเคิร์ทแลนด์ก่อนการอุทิศพระวิหารเพียงหนึ่งสัปดาห์ ในนิมิตนี้ทั้งสองท่านเห็นพระเจ้าทรงยืนบนพนักอกของแท่นพูดในพระวิหาร นอกจากเรื่องอื่นๆ แล้ว พระผู้ช่วยให้รอดทรงประกาศว่า

“ให้ใจผู้คนทั้งปวงของเราชื่นชมยินดี, ผู้ที่สร้างนิเวศน์แห่งนี้, ด้วยสุดกำลังของพวกเขา, แด่นามของเรา.

“เพราะดูเถิด, เรายอมรับนิเวศน์แห่งนี้, และนามของเราจะอยู่ที่นี่; และเราจะแสดงตนให้ประจักษ์แก่ผู้คนของเราในความเมตตาในนิเวศน์แห่งนี้”3

ในโอกาสศักดิ์สิทธิ์นั้น ศาสดาพยากรณ์สมัยโบราณมาปรากฏ รวมทั้งเอลียาห์ผู้มอบกุญแจที่จำเป็นต่อศาสนพิธีพระวิหาร

เรารู้สึกถึงความชื่นชมยินดีที่เกิดขึ้นต่อเนื่องใน กีโต เอกวาดอร์; ฮาราเร ซิมบับเว; เบเลง บราซิล; และลิมา เปรู ทั้งกับสมาชิกและผู้สอนศาสนา ตามที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ประเทศไทยคราวประกาศสร้างพระวิหารที่นั่นเมื่อปีที่ผ่านมา ซิสเตอร์เชลลี ซีเนียร์ภรรยาของเดวิด ซีเนียร์ ประธานคณะเผยแผ่ประเทศไทย กรุงเทพในเวลานั้นอีเมลบอกครอบครัวและเพื่อนๆ ว่าหลังจากเธอและสามีได้ฟังประธานมอนสันประกาศสร้างพระวิหาร พวกเขา “นอนไม่หลับ 12 ชั่วโมงและน้ำตาไหลด้วยความสุข” พวกเขาโทรบอกผู้ช่วยประธานคณะเผยแผ่เมื่อห้าทุ่มครึ่ง ผู้ช่วยบอกผู้สอนศาสนาทั้งหมด มีรายงานกลับมาว่า “ทั้งคณะเผยแผ่ตื่นขึ้นมากลางดึกกระโดดโลดเต้นบนเตียงของพวกเขา” ซิสเตอร์ซีเนียร์เตือนครอบครัวและเพื่อนๆ แบบติดตลกว่า “อย่าบอกแผนกผู้สอนศาสนาก็แล้วกัน!”4

การตอบสนองทางวิญญาณของสมาชิกในประเทศไทยแรงกล้าเท่าเทียมกัน ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่ามีการเตรียมทางวิญญาณในใจและในบ้าน ปรากฏการณ์จากสวรรค์กำลังเตรียมวิสุทธิชนในพื้นที่ซึ่งจะก่อสร้างพระวิหารที่เพิ่งประกาศนี้

ซิสเตอร์ซีเนียร์ในประเทศไทยมีกระจกพิเศษแบบด้ามจับที่ทำไว้สำหรับการสอนของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพี่น้องสตรี มีภาพพระวิหารสลักไว้ในกระจกพร้อมกับคำว่า “มองเห็นตัวท่านในพระวิหาร” เมื่อส่องกระจก พวกเธอจะมองเห็นตนเองในกระจก ประธานซีเนียร์กับภรรยาสอนผู้สนใจและสมาชิกให้นึกภาพตนเองอยู่ในพระวิหารโดยเปลี่ยนวิถีชีวิตที่จำเป็นและเตรียมความพร้อมทางวิญญาณเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้

เช้านี้ข้าพเจ้าท้าทายเราแต่ละคน ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ใดให้มองเห็นตัวเราในพระวิหาร ประธานมอนสันกล่าวไว้ว่า “ท่านยังไม่ได้ทำทุกอย่างที่ศาสนจักรมอบให้จนกว่าจะเข้าพระนิเวศน์ของพระเจ้าแล้วรับพรทุกประการซึ่งคอยท่านอยู่ที่นั่น พรสำคัญและสูงสุดของการเป็นสมาชิกศาสนจักรคือพรเหล่านั้นซึ่งเราได้รับในพระวิหารของพระผู้เป็นเจ้า”5

แม้จะขาดความชอบธรรมในโลกทุกวันนี้ แต่เรามีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาศักดิ์สิทธิ์ ศาสดาพยากรณ์ทั้งหลายพูดถึงสมัยของเราด้วยใจรักและปรารถนาเมื่อหลายร้อยปีก่อน6

ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธอ้างทั้งโอบาดีห์7ในพันธสัญญาเดิมและ 1 เปโตร8ในพันธสัญญาใหม่โดยยอมรับจุดประสงค์อันสำคัญยิ่งของพระผู้เป็นเจ้าในการจัดเตรียมบัพติศมาแทนคนตายและยอมให้เราเป็นผู้ช่วยให้รอดบนเขาไซอัน9

พระเจ้าทรงทำให้ผู้คนของเรารุ่งเรือง ทรงจัดเตรียมแหล่งช่วยและการนำทางของศาสดาพยากรณ์เพื่อให้เรากล้าทำหน้าที่รับผิดชอบในพระวิหารทั้งสำหรับคนเป็นและคนตาย

เพราะพระกิตติคุณที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเยซูคริสต์ เราจึงเข้าใจจุดประสงค์ของชีวิต แผนแห่งความรอดของพระบิดาสำหรับบุตรธิดาของพระองค์ การพลีพระชนม์ชีพเพื่อการไถ่ของพระผู้ช่วยให้รอด และบทบาทหลักของครอบครัวในองค์กรของสวรรค์10

จำนวนพระวิหารที่เพิ่มขึ้นผนวกกับเทคโนโลยีก้าวหน้าเพื่อทำให้ความรับผิดชอบด้านประวัติครอบครัวสำหรับบรรพชนของเราเกิดสัมฤทธิผลทำให้สมัยนี้เป็นพรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งมวล ข้าพเจ้าชื่นชมยินดีในความซื่อสัตย์เป็นพิเศษของเยาวชนที่ทำดัชนีและหาบรรพชนของพวกเขา จากนั้นจึงทำงานบัพติศมาและการยืนยันในพระวิหาร ท่านเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ช่วยให้รอดบนเขาไซอันอย่างแท้จริง

เราเตรียมรับพระวิหารอย่างไร

เรารู้ว่าความชอบธรรมและการชำระให้บริสุทธิ์เป็นส่วนสำคัญยิ่งของการเตรียมรับพระวิหาร

ในหลักคำสอนและพันธสัญญาภาค 97 อ่านว่า “และตราบเท่าที่ผู้คนของเราสร้างบ้านหลังหนึ่งให้เราในพระนามของพระเจ้า, และไม่ยอมให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่สะอาดเข้าไปในนั้น, เพื่อจะไม่เสื่อมความศักดิ์สิทธิ์, รัศมีภาพของเราจะพำนักบนนั้น”11

ประธานศาสนจักรเซ็นใบรับรองพระวิหารทุกใบเพื่อปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของพระวิหารจนถึงปี 1891 จากนั้นจึงมอบความรับผิดชอบดังกล่าวให้อธิการและประธานสเตค

เราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้สมาชิกศาสนจักรดำเนินชีวิตคู่ควรแก่การถือใบรับรองพระวิหาร ขออย่ามองว่าพระวิหารเป็นเป้าหมายที่ไกลเกินเอื้อม โดยทำงานกับอธิการ สมาชิกส่วนใหญ่สามารถบรรลุข้อกำหนดอันชอบธรรมทั้งหมดในช่วงเวลาค่อนข้างสั้นถ้าพวกเขาตั้งใจจะทำให้ได้และกลับใจอย่างเต็มที่จากการล่วงละเมิด ซึ่งรวมถึงการยอมให้อภัยตนเองและไม่จดจ่อกับความไม่ดีพร้อมหรือบาปของเราอันจะทำให้เรารู้สึกขาดคุณสมบัติในการเข้าพระวิหารศักดิ์สิทธิ์

การชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดบรรลุผลสำเร็จเพื่อบุตรธิดาทุกคนของพระผู้เป็นเจ้า การพลีพระชนม์ชีพเพื่อการไถ่สนองข้อเรียกร้องของความยุติธรรมสำหรับทุกคนที่กลับใจอย่างแท้จริง พระคัมภีร์บรรยายสิ่งนี้ไว้ไพเราะที่สุดว่า

“ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ”12

“และจะไม่จดจำบาปของเขาอีกต่อไป”13

เรารับรองกับท่านว่าการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมที่ชอบธรรมจะนำความสุข ความสำเร็จ และสันติสุขมาให้ท่านและครอบครัว14 สมาชิกทั้งผู้ใหญ่และเยาวชน15รับรองความมีค่าควรของตนเองเมื่อพวกเขาตอบคำถามใบรับรองพระวิหาร ข้อกำหนดสำคัญคือเพิ่มพูนประจักษ์พยานของเราในพระผู้เป็นเจ้าพระบิดา พระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์ การฟื้นฟูพระกิตติคุณ และประสบการปฏิบัติของพระวิญญาณบริสุทธิ์

พรของพระวิหารมีมากมาย

พรเบื้องต้นของพระวิหารคือศาสนพิธีแห่งความสูงส่ง แผนพระกิตติคุณเกี่ยวข้องกับความสูงส่งและครอบคลุมการทำและรักษาพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์กับพระผู้เป็นเจ้า ศาสนพิธีและพันธสัญญาเหล่านี้ทำและรับในพระวิหารสำหรับคนเป็น ยกเว้นบัพติศมาและการยืนยัน ศาสนพิธีและพันธสัญญาแห่งความรอดทั้งหมดสำหรับคนตายจะได้รับในพระวิหาร

บริคัม ยังก์สอนว่า “ไม่มีสักสิ่งเดียวที่พระเจ้าทรงทำได้เพื่อความรอดของครอบครัวมนุษย์แล้วพระองค์ทรงเพิกเฉยไม่กระทำ …ทุกสิ่งนี้สามารถทำให้สำเร็จได้เพื่อความรอดของเขาเอง บรรลุได้ในและโดยพระผู้ช่วยให้รอด”16

ผู้นำศาสนจักรวางระเบียบสเตค วอร์ด โควรัม องค์การช่วยของศาสนจักร คณะเผยแผ่ เป็นต้น ในโบสถ์ของเราและอาคารอื่นๆ พระเจ้าทรงวางระเบียบครอบครัวนิรันดร์ในพระวิหารเท่านั้น

เห็นชัดว่าคนมีใจชอกช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิดผู้กลับใจจริงจากบาปของพวกเขาเป็นที่ยอมรับอย่างสมบูรณ์ต่อพระเจ้าในพระนิเวศน์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์17 เรารู้ว่า “พระเจ้าไม่ทรงลำเอียง”18 สิ่งมีค่าอย่างหนึ่งที่ข้าพเจ้าชอบเกี่ยวกับพระวิหารคือคนที่เข้าไปในนั้นไม่มีการแบ่งแยกความร่ำรวย ตำแหน่ง หรือฐานะใดๆ เราทุกคนเท่าเทียมกันต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า ทุกคนแต่งกายสีขาวเพื่อแสดงว่าเราเป็นคนบริสุทธิ์และชอบธรรม19 ทุกคนนั่งเคียงข้างกันด้วยความปรารถนาในใจที่จะเป็นบุตรธิดาผู้มีค่าควรของพระบิดาบนสวรรค์ผู้ทรงรักเรา

คิดดูเถิด ชายหญิงทั่วทั้งโลกสามารถผ่าน “ศาสนพิธีและพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ที่มีให้ในพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ …กลับไปที่ประทับของพระผู้เป็นเจ้าและ … เป็นหนึ่งเดียวชั่วนิรันดร์”20 พวกเขาทำสิ่งนี้ในห้องผนึกที่ศักดิ์สิทธิ์สวยงามสำหรับสมาชิกที่มีค่าควร หลังจากเข้าสู่พันธสัญญาเหล่านี้ พวกเขาสามารถ “มองเห็นตนเองใน [กระจก] พระวิหาร” ที่อยู่ตรงหน้า “กระจกพระวิหารสะท้อนภาพด้านหน้าและด้านหลังที่ขยายไปถึงนิรันดร”21 ภาพสะท้อนเหล่านี้ช่วยให้เรานึกถึงบิดามารดา ปู่ย่าตายาย และคนรุ่นก่อนทั้งหมด ช่วยให้เรารู้พันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อมโยงเรากับอนุชนรุ่นหลังทุกรุ่น สิ่งนี้สำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ และเริ่มต้นเมื่อท่านมองเห็นตัวท่านในพระวิหาร

ประธานฮาเวิร์ด ดับเบิลยู. ฮันเตอร์แนะนำให้เรา “ลองพิจารณาคำสอนอันล้ำเลิศในคำสวดอ้อนวอนอุทิศพระวิหารเคิร์ทแลนด์ คำสวดอ้อนวอนที่ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธได้รับโดยการเปิดเผย คำสวดอ้อนวอนนั้นยังคงเป็นพรแก่เราแต่ละคน แก่ครอบครัวเรา และแก่ผู้คนของเราเพราะอำนาจฐานะปุโรหิตที่พระเจ้าทรงมอบให้เราใช้ในพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์”22 เราควรศึกษาหลักคำสอนและพันธสัญญาภาค 109 และทำตามคำเตือนของประธานฮันเตอร์ให้ “กำหนดว่าพระวิหารของพระเจ้าเป็นสัญลักษณ์อันสำคัญยิ่งของการเป็นสมาชิก [ของเรา]”23

พระวิหารเป็นสถานที่หลบภัย การน้อมขอบพระทัย การเรียนการสอน และความเข้าใจ “เพื่อจะทำให้ [เรา] ดีพร้อม…ในเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้าบนแผ่นดินโลก”24 เช่นกัน ตลอดชีวิตข้าพเจ้าพระวิหารเป็นสถานที่แห่งความสงบและสันติสุขในโลกที่วุ่นวายอย่างแท้จริง25 การทิ้งความกังวลทางโลกไว้เบื้องหลังนับเป็นเรื่องวิเศษยิ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น

บ่อยครั้งในพระวิหารและเมื่อเรามีส่วนค้นคว้าประวัติครอบครัว เรารู้สึกถึงการกระตุ้นเตือนและมีความประทับใจจากพระวิญญาณบริสุทธิ์26 บางครั้งในพระวิหาร ม่านระหว่างเรากับคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งบางมาก เราได้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมขณะพยายามเป็นผู้ช่วยให้รอดบนเขาไซอัน

หลายปีก่อนในพระวิหารที่อเมริกากลาง ภรรยาของเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่เกียรติคุณท่านหนึ่งของเราช่วยพ่อแม่ลูกให้ได้รับพันธสัญญานิรันดร์ในห้องผนึกที่มีกระจกพระวิหาร เมื่อเสร็จพิธี พวกเขามองกระจกที่อยู่หน้าตนเอง เธอสังเกตว่าในกระจกมีใบหน้าของคนๆ หนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในห้องนั้น เธอสอบถามมารดาและทราบว่าลูกสาวคนหนึ่งสิ้นชีวิตแล้ว ด้วยเหตุนี้ตัวเธอจึงอยู่ที่นั่นไม่ได้ พวกเขาจึงรวมลูกสาวผู้ล่วงลับไว้ในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีคนทำแทน27 อย่าประเมินความช่วยเหลือในพระวิหารจากอีกด้านหนึ่งของม่านต่ำเกินไป

ขอให้ทราบว่าเราปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้ทุกคนเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้มีสิทธิ์เข้าพระวิหาร จงทบทวนร่วมกับการสวดอ้อนวอนว่าชีวิตท่านอยู่ตรงจุดไหน แสวงหาการนำทางของพระวิญญาณ และพูดคุยกับอธิการเกี่ยวกับการเตรียมตัวไปพระวิหาร ประธานโธมัส เอส. มอนสันกล่าวว่า “ไม่มีเป้าหมายใดสำคัญต่อท่านมากไปกว่าการมีค่าควรเข้าพระวิหาร”28

พระผู้ช่วยให้รอด “ทรงเป็นศิลามุมเอกที่มั่นคงของศรัทธาเราและศาสนจักรของพระองค์”

ข้าพเจ้าได้รับเกียรติให้ร่วมอุทิศซ้ำพระวิหารซูวา ฟิจิกับประธานเฮนรีย์ บี. อายริงก์เมื่อสองเดือนก่อน นั่นเป็นโอกาสพิเศษและศักดิ์สิทธิ์ ความกล้าหาญและความรู้สึกแรงกล้าทางวิญญาณของประธานอายริงก์ทำให้การอุทิศซ้ำดำเนินต่อไปทั้งที่เกิดพายุไซโคลนรุนแรงที่สุดเท่าที่บันทึกไว้ในซีกโลกตะวันตก ความคุ้มครองทางกายและทางวิญญาณมีให้เยาวชน ผู้สอนศาสนา และสมาชิก29 พระหัตถ์ของพระเจ้าประจักษ์ชัด การอุทิศซ้ำพระวิหารซูวา ฟิจิเป็นที่หลบภัยจากพายุ บ่อยครั้งเมื่อเราประสบมรสุมชีวิต เราเห็นพระหัตถ์ของพระเจ้าในการให้ความคุ้มครองนิรันดร์

การอุทิศพระวิหารซูวา ฟิจิครั้งแรกวันที่ 18 มิถุนายน ปี 2000 นับว่าน่าทึ่งเช่นกัน เมื่อพระวิหารใกล้จะแล้วเสร็จ สมาชิกรัฐสภาถูกกลุ่มกบฏจับเป็นตัวประกัน ย่านศูนย์การค้าเมืองซูวา ฟิจิถูกปล้นและถูกเผา ทหารประกาศกฎอัยการศึก

ในฐานะประธานภาค ข้าพเจ้าไปกับประธานสเตคสี่คนในฟิจิและเข้าพบผู้นำทหารที่ค่ายควีนเอลิซาเบธ หลังจากอธิบายเรื่องการอุทิศที่วางแผนไว้ พวกเขาสนับสนุนแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของประธานกอร์ดอน บี. ฮิงค์ลีย์ พวกเขาเสนอให้ประกอบพิธีอุทิศเล็กๆ โดยไม่ต้องมีพิธีนอกพระวิหาร เหมือนพิธีวางศิลามุมเอก พวกเขาเน้นว่าใครก็ตามที่อยู่นอกพระวิหารอาจตกเป็นเป้าความรุนแรงได้

ประธานฮิงค์ลีย์อนุมัติภาคอุทิศเพียงภาคเดียวที่มีฝ่ายประธานพระวิหารชุดใหม่และผู้นำในท้องที่ไม่กี่คน ไม่ได้เชิญคนอื่นเพราะอันตราย แต่ท่านเน้นว่า “ถ้าเราอุทิศพระวิหาร เราจะต้องมีพิธีวางศิลามุมเอกเพราะพระเยซูคริสต์ทรงเป็นศิลามุมเอก และนี่คือศาสนจักรของพระองค์”

เมื่อเราออกไปนอกพระวิหารเพื่อทำพิธีวางศิลามุมเอก ไม่มีผู้ไม่เป็นสมาชิก เด็ก สื่อมวลชน หรือคนอื่นๆ อยู่ที่นั่น แต่ศาสดาพยากรณ์ผู้ซื่อสัตย์แสดงความตั้งใจแน่วแน่และกล้าหาญต่อพระผู้เป็นเจ้า

ต่อมา ประธานฮิงค์ลีย์กล่าวถึงพระผู้ช่วยให้รอดดังนี้ “ไม่มีใครเท่าเทียมพระองค์ ไม่เคยมี และจะไม่มี ขอบพระทัยพระผู้เป็นเจ้าสำหรับของประทานแห่งพระบุตรที่รักของพระองค์ ผู้พลีพระชนม์ชีพเพื่อเราจะมีชีวิตและผู้ทรงเป็นศิลามุมเอกซึ่งเป็นหลักอันมั่นคงแห่งศรัทธาเราและศาสนจักรของพระองค์”30

พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอให้เราแต่ละคนถวายเกียรติพระผู้ช่วยให้รอดและเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อมองเห็นตัวเราในพระวิหารศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ขณะทำเช่นนั้นเราสามารถบรรลุจุดประสงค์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์และเตรียมตัวเรากับครอบครัวให้พร้อมรับพรทั้งหมดที่พระเจ้าและศาสนจักรสามารถมอบให้ได้ในชีวิตนี้และนิรันดร ข้าพเจ้ากล่าวคำพยานว่าพระผู้ช่วยให้รอดทรงพระชนม์ ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน