2010–2019
การปลดบาปของท่านจะมีอยู่เสมอ
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

การปลดบาปของท่านจะมีอยู่เสมอ

โดยพลังของการชำระให้บริสุทธิ์จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในฐานะเพื่อนที่ยั่งยืน เราสามารถทำให้การปลดบาปของเรามีอยู่เสมอ

กษัตริย์เบ็นจามินใช้ถ้อยคำอันลึกซึ้งในการสอนของท่านเกี่ยวกับพระผู้ช่วยให้รอดและการชดใช้ของพระองค์ ซึ่งเป็นหัวข้อที่ข้าพเจ้าศึกษาไตร่ตรองซ้ำๆมาหลายปี

ในโอวาสอำลาที่มีความตื่นเต้นทางวิญญาณของกษัตริย์เบ็นจามินต่อผู้คนที่ท่านรักและรับใช้ ท่านบรรยายถึงความสำคัญของการรู้ซึ้งถึงรัศมีภาพของพระผู้เป็นเจ้าและการลิ้มรสความรักของพระองค์ รับการปลดบาป ระลึกถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้าอยู่เสมอ สวดอ้อนวอนทุกวันและยืนหยัดอย่างแน่วแน่ในศรัทธา1 ท่านยังสัญญาว่าหากผู้ใดทำสิ่งเหล่านี้ “ท่านก็จะชื่นชมยินดีเสมอ, และเปี่ยมด้วยความรักของพระผู้เป็นเจ้า, และการปลดบาปของท่านจะมีอยู่เสมอ2

ข่าวสารของข้าพเจ้ามุ่งเน้นหลักธรรมของการปลดบาปซึ่งจะมีอยู่เสมอ ความจริงที่บอกไว้ในประโยคนี้เสริมสร้างศรัทธาของเราในพระเจ้าพระเยซูคริสต์และทำให้ความเป็นสานุศิษย์ของเราลึกซึ้งขึ้น ข้าพเจ้าสวดอ้อนวอนขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงดลใจและจรรโลงใจเราขณะที่เราร่วมกันพิจารณาความจริงทางวิญญาณที่สำคัญยิ่งนี้

การเกิดใหม่ทางวิญญาณ

ในความเป็นมรรตัยเราประสบการเกิดทางกายและโอกาสเกิดใหม่ทางวิญญาณ3 ศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกเตือนให้เรา “[ตื่น]ขึ้นมาหาพระผู้เป็นเจ้า”4 และ “เกิดใหม่”5 และกลายเป็น “คนที่ถูกสร้างใหม่ … ในพระคริสต์”6 โดยรับพรที่เกิดขึ้นในชีวิตผ่านการชดใช้ของพระเยซูคริสต์ “ความดีงาม, …และพระเมตตา, และพระคุณของพระเมสสิยาห์ผู้บริสุทธิ์”7 ช่วยให้เรามีชัยชนะเหนือนิสัยถือเอาตนเองเป็นใหญ่และแนวโน้มของความเห็นแก่ตัวจากความเป็นมนุษย์ปุถุชน กลายเป็นคนไม่เห็นแก่ตัว มีเมตตากรุณา และเป็นวิสุทธิชน เราได้รับคำแนะนำให้ดำเนินชีวิตเช่นนี้จนเราสามารถ “ยืนอยู่โดยไม่มีมลทินต่อพระพักตร์[พระเจ้า]ในวันสุดท้าย.”8

พระวิญญาณบริสุทธิ์และศาสนพิธีฐานะปุโรหิต

ศาสดาพยากรณ์โจเซฟ สมิธสรุปบทบาทที่จำเป็นของศาสนพิธีฐานะปุโรหิตในพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ไว้อย่างชัดเจนว่า “การเกิดใหม่มาโดยพระวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าผ่านศาสนพิธี”9 คำกล่าวที่ชัดเจนนี้เน้นบทบาททั้งของพระวิญญาณบริสุทธิ์และศาสพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในกระบวนการเกิดใหม่ทางวิญญาณ

พระวิญญาณบริสุทธิ์คือสมาชิกองค์ที่สามของพระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์ ทรงเป็นรูปกายที่เป็นวิญญาณและกล่าวคำพยานถึงความจริงทั้งมวล พระคัมภีร์อ้างถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าเป็น พระผู้ปลอบโยน10 ผู้สอน11 และพระผู้เปิดเผย12 นอกจากนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ยังทรงเป็นพระผู้ชำระให้บริสุทธิ์13 ผู้ทรงชำระและเผาความไม่สะอาดตลอดจนความชั่วร้ายออกไปจากจิตวิญญาณมนุษย์ดุจดังไฟเผาโลหะให้บริสุทธิ์

ศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์คือศูนย์กลางในพระกิตติคุณของพระผู้ช่วยให้รอด กระบวนการมาหาพระองค์ และการแสวงหาการเกิดใหม่ทางวิญญาณ ศาสนพิธีคือการกระทำอันศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีจุดประสงค์ทางวิญญาณ มีความสำคัญนิรันดร์ เชื่อมโยงกับกฎและกฎเกณฑ์ของพระผู้เป็นเจ้า14 ศาสนพิธีแห่งความรอดและศาสนพิธีศีลระลึกจึงต้องได้รับมอบอำนาจจากผู้ถือกุญแจฐานะปุโรหิตที่จำเป็น

ศาสนพิธีแห่งความรอดและความสูงส่งที่ปฏิบัติในศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเจ้าเป็นมากกว่าพิธีกรรมหรือการประกอบพิธีเชิงสัญลักษณ์ ศาสนพิธีก่อให้เกิดช่องทางที่ได้รับมอบอำนาจซึ่งทำให้พรและพลังจากสวรรค์ผ่านเข้าสู่ชีวิตของแต่ละคน

“และฐานะปุโรหิตดังกล่าวที่เหนือกว่าดูแลพระกิตติคุณและถือกุญแจแห่งความลี้ลับของอาณาจักร, แม้กุญแจแห่งความรู้เรื่องพระผู้เป็นเจ้า.

“ฉะนั้น, ในศาสนพิธีของฐานะปุโรหิตนี้, พลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าจึงแสดงให้ประจักษ์.

“และปราศจากศาสนพิธีของฐานะปุโรหิตนี้, และสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิต, พลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้าไม่แสดงให้ประจักษ์แก่มนุษย์ในเนื้อหนัง”15

ศาสนพิธีที่ได้รับและให้เกียรติด้วยความซื่อตรงคือส่วนสำคัญของการได้รับพลังจากความเป็นพระผู้เป็นเจ้าและพรทั้งหมดที่มีอยู่โดยผ่านการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด

การได้รับและคงไว้ซึ่งการปลดบาปโดยผ่านศาสนพิธี

เพื่อจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงขั้นตอนซึ่งเราอาจได้รับและให้การปลดบาปของเรามีอยู่เสมอ สิ่งแรกเราต้องเข้าใจความสัมพันธ์อย่างแยกไม่ได้ของศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามซึ่งเปิดรับพลังจากสวรรค์ นั่นคือ บัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัว การวางมือบนศีรษะเพื่อมอบของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ และศีลระลึก

บัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัวเพื่อการปลดบาป “คือศาสนพิธีเบื้องต้นของพระกิตติคุณ”16 ของพระเยซูคริสต์และต้องกระทำด้วยศรัทธาในพระผู้ช่วยให้รอดและด้วยการกลับใจอย่างแท้จริง ศาสนพิธีนี้ “คือเครื่องหมายและพระบัญชาที่พระผู้เป็นเจ้าทรงกำหนดให้ [บุตรธิดาของพระองค์] เข้าสู่อาณาจักรของพระองค์”17 บัพติศมาปฏิบัติด้วยสิทธิอำนาจฐานะปุโรหิตแห่งอาโรน ในกระบวนการมาสู่พระผู้ช่วยให้รอดและการเกิดใหม่ทางวิญญาณ บัพติศมาให้สิ่งจำเป็นคือ การชำระขั้นแรก ให้จิตวิญญาณของเราสะอาดจากบาป

พันธสัญญาบัพติศมาประกอบด้วยคำมั่นสัญญาพื้นฐานสามข้อคือ (1) เต็มใจรับพระนามของพระเยซูคริสต์ไว้กับตนเอง (2) ระลึกถึงพระองค์ตลอดเวลา และ (3) รักษาพระบัญญัติของพระองค์ พรที่สัญญาไว้จากการให้เกียรติพันธสัญญานี้คือ “เพื่อ[เรา]จะมีพระวิญญาณของพระองค์อยู่กับ[เรา]ตลอดเวลา”18 ดังนั้นบัพติศมาเป็นการเตรียมที่จำเป็นเพื่อรับโอกาสการเป็นเพื่อนที่ยั่งยืนจากสมาชิกองค์ที่สามของพระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์

“บัพติศมา [โดย] น้ำ … จะต้องตามด้วยบัพติศมาของพระวิญญาณเพื่อความสมบูรณ์”19 ดังที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนนิโคเดมัส “ถ้าใครไม่ได้เกิดจากน้ำและพระวิญญาณ คนนั้นจะเข้าในแผ่นดินของพระเจ้าไม่ได้”20

ข้อความสามข้อจากประธานโจเซฟ สมิธเน้นการเชื่อมโยงที่สำคัญยิ่งระหว่างศาสนพิธีบัพติศมาโดยการลงไปในน้ำทั้งตัวเพื่อการปลดบาปกับการวางมือเพื่อมอบของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์

ข้อความที่ 1 “บัพติศมาเป็นศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องทำก่อนรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นช่องทางและกุญแจที่จะมอบพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยทางนั้น”21

ข้อความที่ 2 “ท่านให้บัพติศมาถุงทรายยังดีกว่าให้บัพติศมามนุษย์หากไม่ได้ทำเพื่อการปลดบาปและการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ บัพติศมาด้วยน้ำเป็นเพียงครึ่งเดียว และไม่เกิดประโยชน์อันใดหากปราศจากอีกครึ่งที่เหลือซึ่งคือการบัพติศมาของพระวิญญาณบริสุทธิ์”22

ข้อความที่ 3 “บัพติศมาด้วยน้ำจะไม่เกิดประโยชน์อันใดหากปราศจากบัพติศมาด้วยไฟ และพระวิญญาณบริสุทธิ์มิได้เข้าร่วม ทั้งสองอย่างจำเป็นและเกี่ยวข้องกันอย่างแยกไม่ออก”23

การเชื่อมโยงกันอยู่เสมอของหลักธรรมแห่งการกลับใจ ศาสนพิธีบัพติศมาและการรับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตลอดจนพรอันยิ่งใหญ่ของการปลดบาปได้รับการเน้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพระคัมภีร์

นีไฟอธิบายว่า “เพราะประตูซึ่งโดยทางนั้นท่านต้องเข้าไปคือการกลับใจและบัพติศมาโดยน้ำ; และเมื่อนั้นการปลดบาปของท่านจะมาถึงโดยไฟและโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์24

พระผู้ช่วยให้รอดทรงประกาศว่า “บัดนี้นี่คือบัญญัติ: จงกลับใจ, เจ้าทั้งหลายทั่วสุดแดนแผ่นดินโลก, และมาหาเราและรับบัพติศมาในนามของเรา, และเจ้าจะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์โดยการรับพระวิญญาณบริสุทธิ์, เพื่อเจ้าจะยืนอยู่โดยไม่มีมลทิน ต่อหน้าเราในวันสุดท้าย.”25

การวางมือบนศีรษะเพื่อมอบของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์คือศาสนพิธีซึ่งปฏิบัติโดยสิทธิอำนาจของฐานะปุโรหิตแห่งเมลคีเซเดค ในกระบวนการมาสู่พระผู้ช่วยให้รอดและการเกิดใหม่ทางวิญญาณ การได้รับพลังแห่งการชำระของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในชีวิตเราทำให้จิตวิญญาณของเราได้รับ การชำระให้สะอาดจากบาปอย่างต่อเนื่อง พรอันน่าปีติยินดีนี้จำเป็นมากเพราะ “ไม่มีสิ่งไม่สะอาดใด ๆ จะพำนักอยู่กับพระผู้เป็นเจ้าได้”26

ในฐานะสมาชิกศาสนจักรที่ได้รับการฟื้นฟูของพระเจ้า เราได้รับพรทั้งจาก การชำระให้สะอาดจากบาปขั้นแรก ซึ่งเกิดจากบัพติศมาและโดย การชำระให้สะอาดจากบาปอย่างต่อเนื่อง เกิดขึ้นได้โดยผ่านการเป็นเพื่อนและพลังจากพระวิญญาณบริสุทธิ์—แม้สมาชิกองค์ที่สามในพระผู้เป็นเจ้าสามพระองค์

ลองพิจารณาถึงชาวนาที่พึ่งพารูปแบบการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง การเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างการหว่านกับการเก็บเกี่ยวเป็นที่มาของจุดประสงค์และส่งผลต่อการตัดสินใจตลอดจนการกระทำทั้งหมดของชาวนาทุกฤดูกาลในรอบปี ในลักษณะเดียวกัน การเชื่อมโยงที่ไม่อาจแยกจากกันได้ระหว่างศาสนพิธีบัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัวเพื่อการปลดบาปกับการวางมือเพื่อมอบของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ควรส่งผลในทุกด้านของความเป็นสานุศิษย์ของเราในทุกฤดูกาลของชีวิต

ศีลระลึกคือศาสพิธีที่สามซึ่งจำเป็นในการเข้าถึงพลังอำนาจของความเป็นเหมือนพระผู้เป็นเจ้า เพื่อเราจะรักษาตนเองให้พ้นมลทินจากโลก เราได้รับบัญชาให้ไปยังบ้านแห่งการสวดอ้อนวอนและถวายศีลระลึกของเราในวันศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า27 ขอให้พิจารณาเครื่องหมายแทนพระวรกายและพระโลหิตของพระเจ้าซึ่งคือขนมปังและน้ำที่ให้พรและทำให้ศักดิ์สิทธิ์ “ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า, พระบิดานิรันดร์, พวกข้าพระองค์ทูลขอพระองค์ในพระนามของพระบุตรของพระองค์, พระเยซูคริสต์, โปรดประทานพรและทำให้ขนมปังนี้ [หรือน้ำนี้] ศักดิ์สิทธิ์แก่จิตวิญญาณของเขาทั้งหลายผู้ที่รับส่วน [หรือดื่ม]”28 การทำให้ศักดิ์สิทธิ์คือการทำให้บริสุทธิ์ เครื่องหมายศีลระลึกได้รับการทำให้ศักดิ์สิทธิ์ในความระลึกถึงความบริสุทธิ์ของพระคริสต์ ถึงการพึ่งพาการชดใช้ของพระองค์ และความรับผิดชอบของเราในการให้เกียรติศาสนพิธีและพันธสัญญาเพื่อเราจะ“ยืนอยู่โดยไม่มีมลทินต่อ [พระพักตร์พระองค์] ในวันสุดท้าย”29

ศาสนพิธีศีลระลึกคือการเชื้อเชิญอันศักดิ์สิทธิ์และซ้ำๆ เพื่อให้เรากลับใจอย่างจริงใจและเริ่มต้นใหม่ทางวิญญาณ โดยนัยเช่นนี้ การรับส่วนศีลระลึกไม่ทำให้เกิดการปลดบาป แต่เมื่อเราเตรียมอย่างตั้งใจและมีส่วนร่วมในศาสนพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้ด้วยใจชอบช้ำและวิญญาณที่สำนึกผิด เมื่อนั้น สัญญาที่ว่าเราจะมีพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่กับเรา ตลอดเวลา จะเป็นจริง และโดยพลังของการชำระให้บริสุทธิ์จากพระวิญญาณบริสุทธิ์ในฐานะเพื่อนที่ยั่งยืน เราสามารถทำให้การปลดบาปของเรา มีอยู่เสมอ

เราได้รับพรอย่างแท้จริงทุกสัปดาห์โดยมีโอกาสยกระดับชีวิตเราผ่านศาสนพิธีศีลระลึก เพื่อต่อพันธสัญญาของเรา และเพื่อรับสัญญาของพันธสัญญานี้30

รับบัพติศมาอีกครั้ง

บางครั้งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายแสดงความปรารถนาว่าพวกเขาหวังจะได้รับบัพติศมาอีกครั้งเพื่อจะสะอาดและมีค่าควรเหมือนวันที่พวกเขารับศาสพิธีแรกของพระกิตติคุณแห่งความรอด ข้าพเจ้าขอแนะนำด้วยความเคารพว่าพระบิดาบนสวรรค์และพระบุตรที่รักของพระองค์มิได้ทรงเจตนาจะให้เราประสบความรู้สึกของการต่อพันธสัญญาทางวิญญาณ ความชื่นบาน และการเริ่มต้นใหม่เพียงครั้งเดียวในชีวิต พรของการได้รับและทำให้การปลดบาปของเรามีอยู่เสมอผ่านศาสนพิธีพระกิตติคุณช่วยให้เราเข้าใจว่าบัพติศมาคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางทางวิญญาณในความเป็นมรรตัยของเรา ไม่ใช่จุดหมายที่เราตั้งใจจะกลับมาเยือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ศาสนพิธีบัพติศมาโดยลงไปในน้ำทั้งตัว การวางมือบนศีรษะเพื่อมอบของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์และศีลระลึกไม่ใช่เหตุการณ์ที่แยกจากกันและไม่เกี่ยวพันกัน แต่เป็นองค์ประกอบที่สอดคล้องกันและเป็นรูปแบบที่เสริมสร้างความก้าวหน้าของการไถ่ แต่ละศาสนพิธีที่ทำมาตามลำดับของมันจะช่วยยกระดับและขยายจุดประสงค์ ความปรารถนา และผลงานทางวิญญาณของเรา แผนของพระบิดา การชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด และศาสนพิธีของพระกิตติคุณให้พระคุณที่เราต้องมีเพื่อจะมุ่งไปข้างหน้าและก้าวหน้าเป็นบรรทัดมาเติมบรรทัด กฎเกณฑ์มาเติมกฎเกณฑ์สู่จุดหมายนิรันดร์ของเรา

สัญญาและประจักษ์พยาน

เราเป็นมนุษย์ที่ไม่ดีพร้อม พยายามดำเนินชีวิตในความเป็นมรรตัยตามแผนอันสมบูรณ์แบบแห่งความก้าวหน้านิรันดร์ของพระบิดาบนสวรรค์ ข้อเรียกร้องในแผนของพระองค์คือรุ่งโรจน์ เปี่ยมด้วยเมตตาและเคร่งครัด เราอาจรู้สึกมุ่งมั่นในบางครั้งและในบางครั้งอาจรู้สึกไม่คู่ควร เราอาจสงสัยว่าเราจะมีสัมฤทธิผลตามพระบัญชาของพระองค์ที่ให้เรายืนอย่างไม่มีมลทินต่อพระพักตร์พระองค์ในวันสุดท้ายหรือไม่

ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้าและผ่านเดชานุภาพจากพระวิญญาณของพระองค์ในการ “สอน[เรา]ทุกสิ่ง”31 เราจะตระหนักถึงความเป็นไปได้ทางวิญญาณของเรา ศาสนพิธีเชื้อเชิญจุดประสงค์และพลังทางวิญญาณมาสู่ชีวิตเราเมื่อเราพยายามบังเกิดใหม่อีกครั้งและเป็นชายหญิงของพระคริสต์32 ความอ่อนแอของเราจะได้รับการเสริมสร้างให้เข้มแข็งและเราจะเอาชนะข้อจำกัดของเราได้

ถึงแม้เราจะบรรลุความดีพร้อมไม่ได้ในชีวิตนี้ แต่เรามีค่าควรและไร้มลทินมากขึ้นได้เมื่อเราได้รับการ “ทำให้สะอาดแล้วโดยโลหิตของพระเมษโปดก”33 ข้าพเจ้าให้สัญญาและเป็นพยานว่าเราจะได้รับพรด้วยศรัทธาที่เพิ่มขึ้นในพระผู้ช่วยให้รอดและการยืนยันทางวิญญาณมากขึ้นเมื่อเราพยายามให้การปลดบาปของเรามีอยู่เสมอ และเหนือสิ่งอื่นใดพยายามยืนอย่างไม่มีมลทินต่อพระพักตร์พระเจ้าในวันสุดท้าย ข้าพเจ้าเป็นพยานในพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ เอเมน