2010–2019
การรอคอยบุตรที่หายไป
เชิงอรรถ

Hide Footnotes

พื้นหลัง

การรอคอยบุตรที่หายไป

ขอให้ท่านและข้าพเจ้ารับการเปิดเผยให้ทราบวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือผู้คนในชีวิตของเราที่หลงไป

พระผู้ช่วยให้รอดพระเยซูคริสต์ทรงใช้ช่วงเวลาในการปฏิบัติศาสนกิจบนโลกนี้สอนถึงพลังแห่งการรักษาและการไถ่ของพระองค์ มีเหตุการณ์หนึ่งใน ลูกาบทที่ 15 ในภาคพันธสัญญาใหม่ ตามจริงแล้วพระองค์ถูกวิพากษ์วิจารณ์เพราะพระองค์เสวยอาหารและใช้เวลากับคนบาป (ดู ลูกา 15:2) พระผู้ช่วยให้รอดทรงใช้การวิพากษ์วิจารณ์นี้เป็นโอกาสสอนเราทุกคนถึงวีธีที่เราควรปฏิบัติต่อผู้ที่หลงหายไปจากพระกิตติคุณ

พระองค์ทรงตอบผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์พระองค์ โดยตั้งคำถามสำคัญสองข้อ

“ใครในพวกท่านที่มีแกะร้อยตัว และตัวหนึ่งหลงหายไป จะไม่ทิ้งเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า แล้วออกไปตามหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะพบหรือ?” (ลูกา 15:4)

“หญิงคนใดที่มีเหรียญเงินสิบเหรียญและเหรียญหนึ่งหายไป จะไม่จุดตะเกียงกวาดบ้านค้นหาอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนกว่าจะพบหรือ?” (ลูกา 15:8)

จากนั้นพระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนอุปมาเรื่องบุตรที่หายไป อุปมานี้ไม่เกี่ยวกับแกะ 100 ตัว หรือ เหรียญเงิน 10 เหรียญ นี่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับบุตรที่มีค่ายิ่งคนหนึ่งที่หลงไป ตลอดทั้งอุปมานี้พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนอะไรเราบ้าง เกี่ยวกับวิธีที่เราควรปฏิบัติเมื่อมีสมาชิกในครอบครัวหลงหายไปจากพระกิตติคุณ

บุตรที่หายไปบอกกับบิดาของเขาว่า เขาต้องการแบ่งมรดก เขาต้องการจากลาความปลอดภัยของบ้านและครอบครัว แล้วดำเนินชีวิตตามวิถีทางของโลก (ดู ลูกา 15:12–13) ขอให้สังเกตว่าในอุปมาของพระผู้ช่วยให้รอด ผู้เป็นบิดาตอบสนองบุตรชายด้วยความรัก โดยแบ่งมรดกให้บุตรชาย แน่นอนว่าบิดาต้องทำทุกอย่างที่เขาทำได้เพื่อโน้มน้าวให้บุตรชายอยู่ต่อ อย่างไรก็ตาม เมื่อบุตรชายที่โตเป็นผู้ใหญ่ได้เลือกแล้ว บิดาผู้ชาญฉลาดจึงต้องปล่อยเขาไป จากนั้นบิดาแสดงให้เห็นถึงความรักที่จริงใจ เขาเฝ้ามองและรอคอย (ดู ลูกา 15:20).

ครอบครัวข้าพเจ้ามีประสบการณ์คล้ายกันนี้ ข้าพเจ้ามีพี่และน้องชายที่ซื่อสัตย์สองคน พร้อมกับพี่สาวที่แสนดี เราได้รับการเลี้ยงดูจากคุณพ่อคุณแม่ที่เป็นแบบอย่าง เรารับการสอนพระกิตติคุณในบ้านของเรา จนเราเติบโตสู่วัยผู้ใหญ่ และเราทั้งสี่คนผนึกในพระวิหารกับคู่ครองของเรา อย่างไรก็ตาม ในปี 1994 ซูซาน พี่สาวของเราไม่พอใจศาสนจักรและคำสอนบางอย่าง เธอถูกชักชวนจากกลุ่มคนที่ดูหมิ่นและวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำศาสนจักรในยุคแรกๆ เธอปล่อยให้ศรัทธาในศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกที่มีชีวิตอยู่ของเธอเลือนหายไป เมื่อเวลาผ่านไป ความสงสัยครอบงำศรัทธาของเธอ และเธอเลือกที่จะทิ้งศาสนจักร ซูซานอนุญาตให้ข้าพเจ้าแบ่งปันเรื่องราวของเธอด้วยความหวังว่าเรื่องนี้อาจจะช่วยผู้อื่นได้

ข้าพเจ้ากับพี่ชายน้องชายและคุณแม่ผู้เป็นม่ายของเราเสียใจอย่างสุดซึ้ง พวกเรานึกไม่ออกว่าอะไรที่ทำให้เธอละทิ้งศรัทธาของเธอไป การเลือกของพี่สาวเหมือนจะทำลายหัวใจของคุณแม่

ข้าพเจ้ากับพี่น้องรับใช้เป็นอธิการและประธานโควรัม เราเคยปลื้มปีติในความสำเร็จกับวอร์ดและสมาชิกโควรัมเมื่อเราละแกะเก้าสิบเก้าตัวและออกไปตามหาแกะตัวเดียว อย่างไรก็ตาม สำหรับพี่สาวของเรา ความพยายามอันไม่ลดละที่จะช่วยเธอและเชื้อเชิญให้เธอกลับมา กลับยิ่งทำให้เธอห่างออกไปทุกที

ขณะที่เราแสวงหาการนำทางจากสวรรค์ถึงวิธีที่เราอาจจะปฏิบัติต่อเธออย่างถูกต้อง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าเราต้องทำตามแบบอย่างของบิดาในอุปมาเรื่องบุตรที่หายไป ซูซานได้เลือกแล้ว เราต้องปล่อยเธอไปโดยปริยาย แต่เราต้องให้เธอรู้และรู้สึกถึงความรักอันจริงใจที่เรามีต่อเธอ ดังนั้น ด้วยความรักและเมตตาที่เริ่มต้นใหม่ เราเฝ้ามองและรอคอย

คุณแม่ข้าพเจ้าไม่เคยหยุดรักและห่วงใยซูซาน ทุกครั้งที่คุณแม่เข้าพระวิหาร ท่านเขียนชื่อซูซานในรายชื่อที่ขอคำสวดอ้อนวอนและท่านไม่เคยหมดหวัง พี่ชายข้าพเจ้าและภรรยาของเขาซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กลับซูซานที่แคลิฟอร์เนีย เชิญเธอเข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างในครอบครัว พวกเขาเตรียมอาหารเย็นที่บ้านทุกปีในวันเกิดของซูซาน พวกเขาติดต่อกับซูซานเสมอ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกถึงความรักที่แท้จริงของพวกเขา

น้องชายข้าพเจ้ากับภรรยาของเขาคอยดูแลช่วยเหลือลูกๆ ของซูซานที่ยูทาห์ ห่วงใยและรักพวกเขา พวกเขามักจะเชิญลูกๆ ของเธอมาที่งานรวมญาติเสมอ เมื่อเวลาที่หลานสาวของซูซานรับบัพติศมา น้องชายข้าพเจ้าอยู่ที่นั่นเพื่อประกอบพิธี ซูซานยังมีผู้สอนประจำบ้านและผู้เยี่ยมสอนที่ยังคงรักเธอเช่นกัน

เมื่อลูกๆ ของเรารับใช้งานเผยแผ่และแต่งงาน เราเชิญซูซานมาร่วมงานฉลองกับครอบครัวเหล่านี้ เราพยายามสร้างสรรค์กิจกรรมครอบครัวอย่างขยันขันแข็งเพื่อให้ซูซานและลูกๆของเธอใกล้ชิดเราเพื่อให้เธอและลูกๆ รู้ว่าเรารักพวกเขาและพวกเขาคือส่วนหนึ่งของครอบครัวเรา เมื่อซูซานรับปริญญาโทที่มหาวิทยาแห่งหนึ่งในแคลิฟอร์เนีย เราทุกคนไปร่วมแสดงความยินดีกับเธอ ถึงแม้เราจะไม่น้อมรับการเลือกทุกอย่างของเธอ แต่เราน้อมรับตัวเธออย่างแน่นอน เรารัก เราเฝ้ามอง และรอคอย

ในปี 2006 หลังจาก 12 ปีผ่านไป นับตั้งแต่ซูซานละทิ้งศาสนจักร เคธี ลูกสาวของเรากับสามีเธอย้ายไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยกฎหมายในแคลิฟอร์เนีย พวกเขาอยู่เมืองเดียวกับซูซาน คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่นี้ขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากป้าซูซาน พวกเขารักเธอ ซูซานช่วยเลี้ยงลูซี่ หลานสาวอายุสองขวบของเรา ซูซานสอนเธอสวดอ้อนวอนตอนกลางคืน วันหนึ่งเคธีโทรศัพท์มาหาข้าพเจ้า ถามว่าข้าพเจ้าคิดว่าซูซานจะกลับมาที่โบสถ์หรือไม่ ข้าพเจ้ารับรองกับเธอว่าซูซานจะกลับมาและเราต้องอดทนต่อไป อีกสามปีผ่านไป เรายังคงเฝ้ามองด้วยความรักและรอคอย

ช่วงสุดสัปดาห์นี้เมื่อหกปีที่แล้ว ข้าพเจ้ากับมาร์เซีย ภรรยาข้าพเจ้า นั่งอยู่แถวหน้าในศูนย์การประชุมนี้ วันนั้นข้าพเจ้าจะได้รับการสนับสนุนเป็นเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่คนใหม่ มาร์เซียซึ่งได้รับการดลใจจากพระวิญญาณเสมอ เขียนข้อความมาให้ข้าพเจ้าว่า “ฉันคิดว่านี่คือเวลาที่ซูซานจะกลับมา” เคธี ลูกสาวของเราขอให้ข้าพเจ้าเดินออกจากห้องประชุมและโทรศัทพ์หาซูซานเพื่อเชื้อเชิญให้เธอชมการประชุมใหญ่สามัญในวันนั้น

เมื่อได้รับการกระตุ้นเตือนจากสตรีที่ยอดเยี่ยมสองคน ข้าพเจ้าเดินไปยังห้องโถงและโทรศัทพ์หาพี่สาวข้าพเจ้า ข้าพเจ้าฝากข้อความโดยเชื้อเชิญให้เธอชมการประชุมใหญ่สามัญในภาคนั้น เธอได้รับข้อความ สิ่งที่ทำให้เราดีใจคือ เธอรู้สึกว่าต้องดูการประชุมทุกภาค เธอฟังคำของศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกที่เธอรักเหมือนวันเก่าๆ ที่ผ่านมา เธอได้ยินชื่อใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นหู เช่น ประธานอุคท์ดอร์ฟ และเอ็ลเดอร์เบดนาร์ เอ็ลเดอร์คุก เอ็ลเดอร์คริสทอฟเฟอร์สัน และเอ็ลเดอร์แอนเดอร์เซ็น ในช่วงเวลานี้และประสบการณ์ที่ได้รับอิทธิพลจากสวรรค์เช่นนี้ พี่สาวข้าพเจ้า—เช่นเดียวกับบุตรที่หายไป—ก็สำนึกตัวได้ (ดู ลูกา 15:17) ถ้อยคำของศาสดาพยากรณ์และอัครสาวกตลอดจนความรักจากครอบครัวของเธอพาเธอหันกลับมาและเริ่มเดินกลับบ้าน หลังจาก 15 ปี เราจึงพบบุตรสาวและพี่สาวของเราผู้หลงหายไป การเฝ้ามองและการรอคอยสิ้นสุดลง

ซูซานอธิบายประสบการณ์นี้ว่าเหมือนกับที่ลีไฮบรรยายไว้ในพระคัมภีร์มอรมอน เธอปล่อยราวเหล็กและพลัดหลงไปในหมอกแห่งความมืด (ดู 1 นีไฟ 8:23) เธอเล่าว่า เธอไม่รู้ว่าหลงทางจนเมื่อแสงสว่างของพระคริสต์ปลุกศรัทธาของเธอ แสงอันเจิดจ้าทำให้เธอประจักษ์ในความแตกต่างระหว่างสิ่งที่เธอประสบอยู่ในโลกกับสิ่งที่เธอกำลังได้รับจากพระเจ้าและครอบครัวของเธอ

สิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในช่วงหกปีที่ผ่านมา ซูซานกลับมามีประจักษ์พยานในพระคัมภีร์มอรมอน เธอได้รับใบรับรองพระวิหาร เธอรับใช้เป็นเจ้าหน้าที่ศาสนพิธีในพระวิหาร และปัจจุบันเธอสอนชั้นเรียนหลักธรรมพระกิตติคุณในวอร์ดของเธอ หน้าต่างสวรรค์เปิดให้ลูกหลานของเธอ และแม้จะมีผลลัพท์ที่ยากลำบาก แต่ก็รู้สึกราวกับว่าเธอไม่เคยจากไปไหน

เช่นเดียวกับครอบครัวนีลสัน พวกท่านบางคนมีสมาชิกครอบครัวที่หลงทางไปชั่วระยะหนึ่ง คำแนะนำของพระผู้ช่วยให้รอดสำหรับทุกคนที่มีแกะ 100 ตัวคือให้ละเก้าสิบเก้าตัวและออกไปตามหาเพื่อช่วยเหลือแกะตัวเดียวนั้น คำแนะนำของพระองค์สำหรับผู้มีเหรียญเงิน 10 เหรียญ และทำเหรียญหนึ่งหายไปคือ ให้ค้นหาจนกว่าจะพบ เมื่อผู้ที่หลงไปคือบุตรชายหรือบุตรสาวของท่าน พี่หรือน้องของท่านซึ่งเลือกแล้วว่าจะไป เราเรียนรู้จากครอบครัวของเราว่า หลังจากเราทำทุกสิ่งที่ทำได้แล้ว เรารักบุคคลผู้นั้นสุดหัวใจ เราเฝ้ามอง เราสวดอ้อนวอน และรอคอยอิทธิพลจากพระหัตถ์ของพระเจ้า

บางทีบทเรียนสำคัญที่สุดที่พระเจ้าทรงสอนข้าพเจ้าผ่านกระบวนการนี้เกิดขึ้นระหว่างการศึกษาพระคัมภีร์เป็นครอบครัวหลังจากพี่สาวข้าพเจ้าออกจากศาสนจักร เมื่อเราศึกษาด้วยกัน เดวิดลูกชายเราอ่าน ลูกาบทที่ 15 ขณะเขาอ่านอุปมาเรื่องบุตรที่หายไป ข้าพเจ้าได้ยินแตกต่างจากที่เคยได้ยินมา ด้วยเหตุผลบางอย่าง ข้าพเจ้า มักจะโยงให้ตนเองเป็นบุตรที่อยู่บ้าน เมื่อเดวิดอ่านในเช้านั้น ข้าพเจ้าตระหนักว่าบางครั้ง ข้าพเจ้า คือบุตรที่หายไป เราทุกคนเสื่อมจากพระสิริของพระบิดา (ดู โรม 3:23) เราทุกคนต้องการการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอดที่จะรักษาเรา เราทุกคนหลงไปและต้องการให้มีผู้พบเรา การเปิดเผยในวันนั้นช่วยให้ข้าพเจ้ารู้ว่าทั้งข้าพเจ้าและพี่สาวต่างต้องการความรักและการชดใช้ของพระผู้ช่วยให้รอด ข้าพเจ้ากับซูซานอยู่บนทางกลับบ้านเส้นเดียวกัน

พระดำรัสของพระผู้ช่วยให้รอดในอุปมาขณะพระองค์ทรงบรรยายเหตุการณ์เมื่อบิดาต้อนรับบุตรที่หายไปเปี่ยมด้วยพลัง ข้าพเจ้าเชื่อว่าท่านและข้าพเจ้าจะมีประสบการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้กับพระบิดา เมื่อเรากลับไปยังบ้านแห่งสวรรค์ของเรา เรื่องนี้สอนเราถึงบิดาผู้ที่รัก รอคอย และเฝ้ามอง นี่คือพระดำรัสของพระผู้ช่วยให้รอด “เมื่อเขายังอยู่แต่ไกล บิดาก็เห็นเขาและมีใจสงสาร จึงวิ่งออกไปกอดคอและจูบแก้มของเขา” (ลูกา 15:20)

ขอให้ท่านและข้าพเจ้ารับการเปิดเผยให้ทราบวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือผู้คนในชีวิตของเราที่หลงไป และหากจำเป็น ขอให้เรามีความอดทนและความรักของพระบิดาในสวรรค์และพระบุตรของพระองค์พระเยซูคริสต์ ขณะที่เรารัก เฝ้ามอง และรอคอยบุตรที่หายไป ในพระนามของพระเยซูคริสต์ เอเมน